ปี ๒๕๕๗ สาขาสัตวแพทยศาสตร์ มีพัฒนาการการจัดกระบวนการบริการวิชาการแก่สังคม ในมิติ "เรียนรู้คู่บริการ" อย่างน่าสนใจ มีระบบการทำงานอย่างเป็นทีม มีการพัฒนาโจทย์บนฐานของชุมชน มีความเพียรพยายามที่จะบูรณาการภารกิจทั้ง ๔ ด้านเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างน่ายกย่อง เห็นมิติการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำแบบมีส่วนร่วมที่เป็นรูปธรรมระหว่าง "มหาวิทยาลัยกับชุมชน"
โครงการ ๑ หลักสูตร ๑ ชุมชนของสาขาสัตวแพทยศาสตร์ ดำเนินการในชื่อโครงการ "ชุมชนนาสีนวนใส่ใจสุขภาพโคเนื้อเพื่อผลผลิตที่ดีสู่ผู้บริโภค" ณ ชุมชนนาสีนวน ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม อันเป็นพื้นที่เป้าหมายหลักในทางการบริการวิชาการ เพราะเป็นที่ตั้งของฟาร์มมหาวิทยาลัยฯ และปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวก็อยู่ระหว่างการจัดสร้างโรงพยาบาลสัตว์รองรับการเรียนการสอนและการบริการสังคม
โครงการดังกล่าว ประกอบด้วยวัตถุประสงค์ คือ การศึกษาสถานการณ์อันเป็นสุขภาพโคเนื้อและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเลี้ยงโคเนื้อของชุมชน รวมถึงการให้บริการด้านสุขภาพโคเนื้อ กระบวนการทั้งปวงขับเคลื่อนผ่านการ "ปฏิบัติการจริง" ร่วมกันระหว่างอาจารย์ นิสิตและชุมชน รวมถึงส่วนราชการในท้องถิ่น เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล โดยประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ดังนี้
- ถ่ายทอดความรู้เรื่องสุขภาพโคเบื้องต้น เช่น การเฝ้าระวังป้องกันโรคจากสัตว์สู่สัตว์ จากสัตว์สู่คน
- ตรวจสุขภาพโคเนื้อ เช่น ฉีดวัคซีน ถ่ายพยาธิ การเก็บตัวอย่างไปตรวจในห้องปฏิบัติการ
- จัดทำทะเบียนประวัติโคเนื้อในแต่ละครัวเรือน
- จัดทำคู่มือดูแลสุขภาพโคเนื้อ
- ฯลฯ
การปฏิบัติการจริงร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน ไม่ได้ก่อเกิดเพียงภาพของการเรียนรู้คู่บริการร่วมกันเท่านั้น แต่ค้นพบสถานการณ์ที่น่าสนใจชวนให้ชุมชนได้คิดต่อยอด โดยเฉพาะข้อมูลที่ระบุชัดว่าโคเนื้อมีพยาธิในทางเดินอาหารร้อยละ ๙๐ และพยาธิในเลือดร้อยละ ๕๐
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ คณะทำงานของสาขาสัตวแพทยศาสตร์ ที่ประกอบด้วยอาจารย์และนิสิต จึงต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการลงชุมชนถี่ครั้งขึ้น เพื่อวางแผนการดำเนินงานร่วมกับชุมชนเป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นให้มีการนำความรู้ไปใช้จริง ตลอดจนการจัดเวทีสะท้อนข้อมูลและร่วมอภิปราย (reflection and discussion) เกี่ยวกับสถานการณ์ และลงมือทำ "วิจัย" ควบคู่กันไปจำนวน ๒ เรื่อง คือ
- การสำรวจความชุกของปรสิตในทางเดินอาหารและในเลือดโคเนื้อ
- รูปแบบการจัดอบรมโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ทั้งนี้ได้บูรณาการผ่าน "การเรียนการสอน" ในรายวิชาต่างๆ เช่น วิชาคลินิกปฏิบัติการด้านสัตว์เคี้ยวเอื้อง ๒วิชาพฤติกรรมสัตว์และการบังคับสัตว์ วิชาเภสัชวิทยาคลินิกทางสัตวแพทย์ ซึ่งมุ่งให้นิสิตได้ฝึกปฏิบัติจริงเพื่อก่อให้เกิดความชำนาญ ไม่ใช่การจินตนาการอยู่แต่เพียงในตำรา หรือห้องปฏิบัติการในมหาวิทยาลัยฯ โดยเฉพาะการบังคับโคในคอก (เข้าซอง) เพื่อฉีดวัคซีน หรือเก็บตัวอย่างมูลสัตว์ไปวิเคราะห์พยาธิที่ไม่มีให้ปฏิบัติจริงในมหาวิทยาลัยฯ
- บางเรื่องนิสิตสามารถทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ด้วยตนเอง
- บางเรื่องนิสิตทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของอาจารย์
- ขณะที่บางเรื่องนิสิตก็ทำหน้าที่เป็นเพียง "ผู้เรียน" เพื่อเรียนรู้จาก "ชุมชน"
เช่นเดียวกับภารกิจด้าน "ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม" สาขาสัตวแพทยศาสตร์ได้ดำเนินการควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการลงชุมชนเพื่อพัฒนาโจทย์และศึกษาบริบทชุมชน เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่ยึดโยงกัน โดยชุมชนได้แจ้งความประสงค์ที่จะร่วมเรียนรู้กับมหาวิทยาลัยฯ ในหลายๆ ประเด็น เป็นต้นว่า หลักการตรวจสุขภาพสัตว์เบื้องต้น การดูแลสัตว์เมื่อมีอาการเจ็บป่วย โรคปากและท้าเปื่อย การฉีดวัคซีนคุมกำเนิด และยาฆ่าเห็บ หมัด การฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิโค พร้อมๆ กับการเก็บข้อมูล เพื่อให้รู้ว่าในชุมชนมี "กระบวนการ" หรือ "วิธีการดูแลสุขภาพโค" กันอย่างไร ซึ่งพบว่าชุมชนมีกระบวนการดูแลสุขภาพโคเนื้อของตนเองผ่าน "ภูมิปัญญาท้องถิ่น" หลากหลายเรื่อง เช่น
- กรณีท้องอืด จะใช้ไข่รวมกับน้ำมันพืชกรอกเข้าปากโค
- กรณีขาเจ็บ จะใช้กระดองตะพาบน้ำฝนผสมน้ำใส่บริเวณขาที่เจ็บ
- กรณีมีขี้ตา จะใช้น้ำปลาร้า หรือเกลือผสมน้ำพ่นใส่ตา
- กรณีตัวแข็ง หรือคิดว่ามีอาการไข้ จะพ่นน้ำผ่านเหล็กร้อนให้ถูกหลังโค
คงเหลือแต่เฉพาะการจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน (หมอโค) อย่างเป็นระบบ เพื่อก่อให้เกิดกระบวนการยกย่องและเชิดชูภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงการบูรณาการสู่การเรียนรู้อย่างครบวงจรทั้งในระบบและนอกระบบ
เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนต่อเนื่องในประเด็นต่างๆ เพื่อให้เป็นชุมชนต้นแบบของการดูแลสุขภาพโคเนื้อทั้งเพื่อการบริโภคและจำหน่ายอย่างมีมาตรฐานต่อไป
หมายเหตุ
ภาพโดย : หลักสูตรสัตวแพทยศาสตร์
ปี ๒๕๕๗ หลักสูตรสัตวแพทยศาสตร์ ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งใน ๖ หลักสูตรต้นแแบบโครงการ ๑ หลักสูตร ๑ ชุมชน



.jpg)

เรียนอาจารย์ แผ่นดิิน คู่มือหมอโค ตำราปราชญ์ชาวบ้าน น่าสนใจยิ่งนัก ผลิตโคคุณภาพ ส่งผลถึงสุขภาพผู้บริโภค
ผมก็กำลังศึกษา ตำรา วัวชน น่าสนใจมากที่ คนโบราณท่านคิิดค้น ผ่านประสบการณ์สู่คนรุ่นหลัง
ลักษณะต้องห้ามของวัวที่ไม่ควรมี
แข้งด่าง
หางดอก
หนอกพาดผ้า(แหลม)
หน้าใบโพธิ์
สมกับคำว่า อ.แผ่นดิน นะครับ ที่มุ่งมั่นปั้นศิษย์และสังคมให้นิยมวิถีชีวิตแบบติดดินครับ ขอชื่นชมอย่างสูงครับ
เป็นอีกหนึ่งแบบอย่างที่ดีของมหาวิทยาลัยชุมชน ขอชื่นชมค่ะ
มีการลงชุมชนที่ครบบริบทมาก
ชอบใจการลงไปช่วยเกษตรกร นิสิตได้เรียนรู้
เกษตรกรได้ประโยชน์
มหาวิทยาลัยได้งานวิจัยที่บริการสังคม
สิ่งสำคัญคือได้เรียนรู้ภูมิปัญญาในท้องถิ่นด้วยครับ