ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ขณะถากหญ้ารอบโคนยางที่ปลูกแซมป่ามังคุด

ยางแปลงนี้กรีดมาได้ ประมาณ 2 ปีแล้ว

ข้าพเจ้าก้มมองตัวเอง ณ เวลานี้ แทบจะไม่ต่างจาก ภาพเมื่อครั้งนั้นสักเท่าไหร่  นั้นเป็นเพราะอะไร?

 

ความตอนหนึ่งจาก บันทึก ชีวิตติดดิน ของข้าพเจ้า เมื่อ 4 ปี ที่แล้ว ความว่า...

 

การถูกหล่อหลอมด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตในวัยเด็กแบบง่าย ๆ จากครอบครัว และวงศาคณาญาติ เป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่ทำให้ข้าพเจ้ารับรู้ว่า….การมีชีวิตอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องยาก….

 

ชีวิตติดดิน... คือชีวิตที่เรียบง่าย ปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่น ที่สำคัญ คือ การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามอัตภาพ

..

จากข้อคิดเห็นของกัลยาณมิตร ที่ฝากให้ไว้กับข้าพเจ้า มีหลายความคิดเห็นที่ข้าพเจ้าอยากเล่าให้ฟัง ดังนี้

  • ชีวิตติดดินเป็นชีวิตเรียบง่าย เป็นตัวหล่อหลอมให้เกิดความอดทน
  • หากเท้าไม่เคยติดดิน ชีวิตก็ห่างไกลความเป็นจริงออกไปทุกที

  • ได้เรียนรู้ความเป็นติดดินมาจากครอบครัว  ทำให้เป็นคนทรหดอดทน อยู่ง่ายกินง่าย 
  • ความสุขมีอยู่รอบตัวจริงๆค่ะ สัมผัสได้จากบันทึกนี้ วิถีชีวิตแบบเรียบง่ายจะนำความสุขมาสู่เราอย่างยั่งยืน
  • ะไรที่ทำให้คนฟัง หรือคนอ่าน หูผึ่ง ตั้งใจฟังและสนใจติดตาม  น่าคิดนะครับ  ขอบคุณมากครับที่ทำให้ผมมีพลังในการทำงานต่างๆวันนี้อย่าง อยากรู้ อยากทำ..อยากลอง

  • ....ทำชีวิตให้ติดดิน….ด้วยการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย

  • ทุกวันนี้ ชีวิตผมเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีพลัง ก็เพราะผมมีอดีตในวัยเด็กแถวท้องทุ่งเป็นแรงขับเคลื่อนอยู่ภายใน..ภาพแต่ละภาพชัดเจน และมีชีวิต แตะต้องสัมผัสได้ และผมก็เรียกสิ่งเหล่านั้นเสมอมาว่า "ความทรงจำที่มีชีวิต" ...เรียบง่าย สมถะ...แต่ งดงาม

 

ข้าพเจ้ามองว่า...หากเราใส่ใจ ในสิ่งที่ทำ ใช้ชีวิตในแบบฉบับที่ตัวเองเป็น สังคมชนบท กับสังคมเมือง อาจต่างกันด้วยปัจจัยด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้ามองว่า...เราทุกคนมีเหมือนกัน นั่นคือ... เวลา ...  

ให้เวลากับชีวิต ใส่ใจสุขภาพ ด้วยกิจกรรมในชีิวิตของเรา ที่อาจต่างกันไป...

แต่สุดท้ายนั้น...เราต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือ พลังของชีวิตและการต่อสู้กับใจของตัว อย่าขึ้เกียจ เพราะผลลัพธ์นั้นอ้าแขนรับเราอยู่ตรงหน้าแล้ว

 

ความสดชื่น พลังแห่งชีวิตที่พร้อมจะก้าวเดินต่อไป....ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ