ชีวิตติดดิน คือชีวิตที่เรียบง่าย ปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่น ที่สำคัญ คือ การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามอัตภาพ

 

 

                คงไม่ใช่เพราะความลำบากในการใช้ชีวิต…แต่ชีวิตได้เรียนรู้จากสิ่งที่ประสบมา เห็น คุ้นตา และเคยชินในความรู้สึก

 

                  การถูกหล่อหลอมด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตในวัยเด็กแบบง่าย ๆ จากครอบครัว และวงศาคณาญาติ เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้รู้ว่า

 

….การมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องยาก….

 

 

 

                 จำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ ช่วงปิดเทอม  พ่อเอาไปฝากป้า(พี่สาวของพ่อ)ที่อำเภอปราณบุรี  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เลี้ยงอยู่นานเป็นเดือน…จนป้าอยากเอาไว้เลี้ยงเสียเอง

 

                  โลกช่างน่าอยู่จริง ๆ ……..การได้วิ่งเล่นในทุ่งหญ้ากว้าง ๆ กับฝูงวัวที่ ลุงกับป้าเลี้ยงเอาไว้นับสิบ ๆ ตัว  หรือแม้กระทั่งการได้ขี่หลังลูกวัวเชื่อง ๆ เดินเล่นตามท้องทุ่งหญ้า ตามประสาวัยชน

 

                   สวนของป้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง ๆ มีต้นนุ่น ต้นมะม่วง หรือต้นมะขามเทศขึ้น และเว้นระยะห่างตลอดสวน   สรุปแล้วสวนของป้ามองเป็นทุ่งหญ้ากว้าง ๆ สำหรับไว้เลี้ยงวัวเสียมากกว่า

 

ทุกเย็น จะต้องช่วยลุงต้อนฝูงวัวที่เลี้ยงไว้เข้าคอก  เป็นความทรงจำที่ยังคงจำได้มิลืมเลือน  ในมือน้อย ๆ นั้นมีไม้เรียวเล็ก ๆ ไว้คอยวิ่งไล่ต้อนลูกวัวเข้าคอก….สมัยนั้นตัวเองอยู่ประมาณชั้นประถมศึกษาตอนต้นเห็นจะได้  เนื้อตัวคงไม่ต้องพูดถึง…กร้านแดด….กร้านลม…ด้วยความที่ไม่สนใจว่า จะเป็นเช่นไร….แต่กลับสนุกสนานเสียเหลือเกิน

 

 

 

และไม้เรียวเล็ก ๆ นี่แหละ!! ใช้ประโยชน์ได้สารพัด   นอกจากใช้ต้อนลูกวัวเข้าคอกแล้ว ไม้เรียวเล็ก ๆ อันนี้ ยังใช้เป็นอาวุธทำร้ายปูที่อยู่ตามรู ริมหนองน้ำที่ฝูงวัวของลุงกับป้าใช้เป็นที่ดื่มน้ำยามกระหายได้ด้วย…ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คิดได้อย่างไง!!  รู้แต่เพียงว่า….สนุ๊ก…สนุก

 

เพียงแค่..แหย่รูปู….ให้ปูโผล่หรือวิ่งออกจากรูเท่านั้น(มิใช่..ทำเพื่อการค้าหรือจับไปขาย) และเวลาที่ปูโผล่หัวหรือวิ่งออกมาจากรู ….จำได้ว่า…สายตาคู่นี้จ้องมองมันด้วยความอยากรู้ว่า  …ปูจะเป็นเช่นไร?  บางตัวก็โผล่ออกมาแล้วก็กลับเข้าไปใหม่  บางตัว…ใจสู้..ใช้ก้ามที่มีอยู่ ฟาดฟันไม้เรียวที่แหย่ลงไป…เหมือนกีฬาฟันดาบอย่างไงอย่างนั้นเลย  แต่บางตัว…ก็ขี้แพ้ วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน…

 

                   ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า…ทำไมชีวิตวัยเด็กจึงมีความสุขเหลือเกิน    ความสุข ณ ช่วงเวลานั้น จำได้หลายฉาก..หลายตอนนัก…  และยังจำได้อีกว่า….  เคยสร้างบ้านแข่งกับญาติลูกพี่ลูกน้องของพ่อ… ที่จำได้แม้กระทั่งชื่อของเธอ  “จิ๋ม”  คือชื่อเล่นของเธอ เธอเป็นลูกของอา(น้องสาวของพ่อ) ที่มีบ้านปลูกอยู่ใกล้กับบ้านของป้า   และเธอเป็นเพื่อนคนเดียวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ณ เวลานั้น  

                    เธอซนไม่หยอก!! แทบจะนับหัวใจของเธอได้ว่า เหมือนเด็กผู้ชายแบบเราเลยทีเดียว

 

                    บ้านที่สร้างก็ไม่ธรรมดาเลยนะ………เป็นบ้านที่ต้องสร้างบนต้นนุ่น…ต้นใหญ่  ที่ปลูกอยู่ข้างบ้านป้านั่นเอง!!   ใช้วัสดุที่สร้างบ้าน  หาได้ตามกำลังปัญญาที่คิดได้ ทั้งของตัวเองและของเธอ  มีทั้งกิ่งไม้  ไม้กระดานเก่า ๆ  เชือก  ถุงพลาสติกมุงหลังคา หรือเศษสังกะสีเก่า ๆ

 

และต้องยอมรับหัวใจของเธอครับว่า….กล้าพอ ๆ กัน  บ้านที่สร้างออกมา …แบบบ้านก็ใกล้เคียงกัน จะผิดกันก็ตรงที่ความสูงของบ้านจากระดับผิวดิน   เธอสร้างต่ำกว่า ...เพราะบนยอดนุ่น ลมแรงเหลือเกิน

 

                    ณ เวลานี้ เมื่อรำลึกย้อนอดีตกลับไปอีกครั้งไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปได้อย่างไร? ทั้งที่เสี่ยงและสูงเอาการอยู่ (ป้ากับลุงก็ไม่ว่าหรือบ่นสักคำ… ชีวิตเด็กชนบทแบบนี้ ถือเป็นเรื่องปกติก็ว่าได้) บ้านที่สร้างนี้สูงกว่าหลังคาบ้านป้าเสียอีก(บ้านของป้าเป็นบ้านยกพื้นสูง)

 

ประการสำคัญบ้านที่สร้าง ใช้งานได้ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างเล่น ๆ อย่างเดียว... บ้านบนต้นนุ่นนี้ นอนได้จริง ๆ คงเป็นเพราะวัยเด็กตอนนั้น  ความอยากรู้  อยากทำ  อยากลอง……..  นึกแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข

 

 

            

                 ชีวิตติดดินเนี่ย!!!  จึงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้สามารถดำรงชีวิตแบบเรียบง่ายมาถึงทุกวันนี้ได้

ฉากชีวิต..บางตอน  บางช่วงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา  ทำให้เราตระหนักรู้ว่า…การมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไร

 

เราต่างหาก!!ที่ฝืนทำเรื่องง่าย...ให้เป็นเรื่องยาก  และเรื่องที่ควรได้รับการแก้ไขกลับถูกปล่อยละเลย   เพียงเพราะเรา…ไม่ลด ละ เลิก หรือปล่อยวาง..เสียบ้าง

 

มาร่วมกันทำชีวิตให้ติดดิน….

ด้วยการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย

ก็คงดีไม่น้อยนะ