กลิ่นหอมของดอกลำไยนอกฤดู ช่วงเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ได้เย้ายวน เหล่าแมลงใหญ่น้อยให้เข้ามาไต่ตอมดอมดม เชยชมความหอมหวาน อย่างมิขาดหาย ตั้งแต่เช้าตรู่จนพลบค่ำ

               

                   การเข้ามาของหมู่มวลแมลงเหล่านี้  ผมได้พบเห็นพฤติกรรมกิน โกง เก(เร) เกียรติ  กาม   แตกต่างกันไป……….

    “ กิน ”  หมายถึง การเข้าตอมหรือกินน้ำต้อยหรือน้ำหวานบนดอกลำไยของหมู่มวลแมลงชนิดต่างๆ

    “  โกง  ” หมายถึง การกินน้ำต้อยหรือน้ำหวานบนดอกลำไยของหมู่มวลแมลงชนิดต่างๆ โดยมิได้เอื้อประโยชน์ใดๆ ให้กับลำไยแต่อย่างใด อาจเรียกได้ว่า “ เข้ามาเพื่อตักตวงผลประโยชน์ให้พวกพ้องและตนเองเพียงฝ่ายเดียว ”  ก็ได้

    “ เก(เร)  ”  หมายถึง การเข้าตอมหรือกินน้ำต้อยหรือน้ำหวานบนดอกลำไยของหมู่มวลแมลงชนิดต่างๆ  แล้วทำให้ดอกลำไยช้ำ หรือถูกทำลาย โดยเฉพาะ..ก้านชูอับเรณู(Filament) ก้านยอดเกสรเพศเมีย(Style) ยอดเกสรเพศเมีย(Stigma)  จนได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการติดผลของลำไย  ชาวบ้านเรียกพฤติกรรมลักษณะนี้ว่า  “ กินล้าง กินผลาญ  ”  ประเทศชาติ..เอ๊ย..ลำไยจะบรรลัย.วายวอดวินาศสันตะโร อย่างไรไม่สนใจ

   “  เกียรติ  ”  หมายถึง การเดิน การบินลงเกาะและบินออก จากดอก/ช่อดอก ด้วยความนิ่มนวล ไม่ทำให้ดอกหรือส่วนประกอบใดๆ ของดอก ได้รับความชอกช้ำเสียหาย

     “ กาม ”  หมายถึง  การเป็นแม่สื่อ ช่วยนำพาอับเรณู(Anther) หรือเรณู(Pollen grain) ไปยังยอดเกสรตัวเมีย(Stigma) เพื่อให้เกิดการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ ด้วยความสมบูรณ์ไม่เสียหาย

      เมื่อประมวลจากตัวชี้วัดข้างต้น พบว่า  

๑. ต่อหัวเสือ  เป็นแมลงที่กิน โกง เก(เร)..มากที่สุด 

                           

ในบรรดาแมลงที่เข้ามาทำมาหากินบนประเทศลำไยในขณะนั้น กล่าวคือ เมื่อโผเข้าหรือบินออก เนื่องจากเป็นแมลงตัวใหญ่ ส่งผลให้ก้านเกสรอับเรณู ก้านเกสรเพศเมีย หักเสียหาย  และยังพบอีกว่า เมื่อต่อหัวเสือเข้ากินน้ำหวานบนดอกลำไย บางครั้งจะกัดก้านเกสรอับเรณูและก้านเกสรเพศเมียให้ได้รับความเสียหาย เพราะไปกีดขวาง ต่อการกินน้ำหวาน

                  ๒.กลุ่มที่มีพฤติกรรม โกง เกเร น้อยลงมา ในเกณฑ์กลางๆ ได้แก่  มอธหญ้าลายเสือ ที่หากินกลางวัน แมลงปีกแข็งบางชนิด มอธที่หากินกลางวันบางชนิด มดชนิดต่างๆ  ผีเสื้อหนอนเจาะผลละหุ่ง

                             

                             


                  ๓.กลุ่มที่มีพฤติกรรม โกงและเกเร น้อยมาก ให้เกียรติและเป็นแม่สื่อ อยู่ในเกณฑ์ดี ได้แก่ ผึ้งหลวง ผึ้งมิ้ม แมลงวันชนิดต่างๆ ฯ

                             

                     ๔.แมลงที่เป็นยอดแม่สื่อ ให้เกียรติและนิ่มนวล ยังไม่พบการโกงหรือเกเรกับไม้ที่ตอม  ต้องยกให้แมลงที่ชื่อว่า “ ชันโรง ” อยู่กลุ่มเดียวกันกับผึ้ง ต่อแตน(Order:Hymenoptera) วงศ์ APIDAE จะต่างไปจากผึ้งที่เรารู้จักและเห็นกันทั่วไปก็คือ   ชันโรงเป็นผึ้งที่ทำรัง โดยเก็บยาง(Gum) และชัน(Resin)จากต้นไม้  นำมายาและอุดภายในและปากรัง เพื่อป้องกันศัตรูและน้ำไหลเข้ารัง เป็นผึ้งชนิดที่ไม่มีเหล็กไน  มีปีก ๑ คู่ ต่างกับแมลงปอหรือผีเสื้อ ที่มีปีก ๒ คู่  มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมาก  การกระพือปีกจะกระทำได้ถี่ เมื่อเปรียบเทียบกับผึ้ง จึงสามารถบินลอยตัวอยู่ได้นานโดยไม่จับเกาะอะไรเลย เมื่อร่อนลงเก็บเกสรและดูดน้ำหวาน จะกระทำได้นิ่มนวล กลีบของดอกไม้จะช้ำน้อยกว่าการตอมของผึ้งและแมลงทั่วไป

                           

                           


                   ชันโรง จะเก็บเกสรดอกไม้ร้อยละ ๘๐ และเก็บน้ำหวานร้อยละ ๒๐  การตอมดอกไม้ของชันโรง จึงตอมทุกดอกอย่างสม่ำเสมอ อ่อนโยนและละเมียดละไม แม้ว่าจะมีแมลงหรือผึ้งชนิดอื่นๆ ตอมและทิ้งกลิ่นไว้ที่ดอกไม้นั้นก็ตาม ซึ่งต่างกับผึ้งและแมลงบางชนิด จะเว้นดอกไม้ที่มีแมลงตัวอื่นตอมไปแล้ว หรือตอมเฉพาะดอกที่มีน้ำต้อย ไม่สนใจเกสรเหมือนชันโรง

                   ชันโรงที่พบแล้วในประเทศไทย มี ๒ จำพวก(GENUS) ๓๒ ชนิด(Spicies) คือ พวก Trigona จำนวน ๓๐ ชนิด  กับพวก Hypotrigona จำนวน ๒ ชนิด

                            

                                  

                   ที่สวนสามสัก ใกล้เขาลับงา ผมพบเข้ามาตอมดอกลำไย ๒ ชนิด และผมยกให้คุณเธอเป็นยอดแม่สื่อ ที่ช่วยจับคู่ นำพาเรณูหรือเกสรตัวผู้ ไปพบเพศเมีย (Ovule) ที่หน้าประตูบ้าน(Stigma) ด้วยความสมัครใจ   ส่วนเกสรตัวผู้จะเข้าไปผสมกับไข่(Ovule) ในรังไข่ ด้วยกลวิธีใด ...   ขั้นตอนนี้  “ ชันโรง “ ไม่เกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นเป็นใจ แต่อย่างใด เพราะ ชันโรง ชอบวิธีนุ่มนวล ..ไม่ข่มขืนใจเหมือนพวกมนุษย์........

                   เมื่อพูดถึงการข่มขืน..อยากจะบอกว่า  ..ถ้าจะให้ ..มันหดมันหาย ไปจากแผ่นดินไทย ..ลองๆแก้ไขกฎหมาย ให้เข้าสู่การลงโทษ แก่ผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดรุนแรง.. โดยใช้หลัก ๔ ค.ควาย ..คือ..

      ๑.คาด..แล้วเฆี่ยน ได้แก่ ห้ามสตรี ..นุ่งน้อย ห่มนิด ปิดบางๆ  จนเห็นลิงยิ้ม หรือนุ่งห่มรัดรูป รัดทรง หลังเปิด เชิดร่องอก เข้าในสถานที่ราชการ สถานการศึกษา วัด โดยเด็ดขาด ทุกกรณี ฯลฯ  เรื่องบัดสีบัดเถลิง ในวัด ในสถานการศึกษา ก็น่าจะลดลง ..หากฝ่าฝืน ครั้งแรกให้คาดโทษ ..ผิดซ้ำสอง ให้เฆี่ยนทวีคูณ..

        ๒.ครึ่ง ..ชายใดข่มขืนสตรี ที่มิใช่ภรรยา อายุ ๑๘ ปีขึ้นไป ให้ตัดอวัยวะเพศ ทิ้งไป ครึ่งหนึ่ง

        ๓.โคน ...ชายใดข่มขืนสตรี ที่มิใช่ภรรยา อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ให้ตัดอวัยวะเพศ ที่โคนทิ้งไป

        ๔.คอ .....ชายใดข่มขืนแล้วฆ่าสตรีถึงแก่ชีวิต ให้ประหารชีวิตโดยการตัดคอ เท่านั้น

                                            ดูซิว่า.  มันจะเหลือ ..ไปข่มขืนใคร  ได้อีก.............

                                                                     

                                                                             สามสัก

                                                                     ๒ ธันวาคม ๒๕๕๕

ชันโรงที่พบในไทย
1 Trigona aliceae Cockerell
2 Trigona apicalis Smith
3 Trigona atripes Smith
4 Trigona binghami Schwarz
5 Trigona canifrons Smith
6 Trigona collina Smith
7 Trigona doipaensis
8 Trigona ferrea Cockerell
9 Trigona fimbriata Smith
10 Trigona fuscibasis Cockerell
11 Trigona fuscobalteata Cameron
12 Trigona geissleri Cockerell
13 Trigona hirashimai Schwarz
14 Trigona iridipennis Smith
15 Trigona Itama
16 Trigona laeviceps Smith
17 Trigona latigenalis Cockerell
18 Trigona melanoleuca Cockerell
19 Trigona melina Gribodo
20 Trigona minor Sakagami
21 Trigona moorei
22 Trigona nitidiventalis Smith
23 Trigona pagdeni Schwarz
24 Trigona pagdeniformis Sakagami
25 Trigona peninsularis Cockerell
26 Trigona sarawakensis Schwarz
27 Trigona sirindhornae Michener and Boongird 2004
28 Trigona terminata Smith
29 Trigona thoracica Smith
30 Trigona ventalis Smith
31 Hypotrigona (pariotrigona) pendleburyi Schwarz
32 Hypotrigona (lisotrigona) scintillans Cockerell