กาแฟมีทั้งประโยชน์และโทษ

                                                 

 

          กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มกันมากทั้งโลก   รวมทั้งประเทศไทยของเราเองด้วย   ดังจะเห็นตามห้าง  ปั้มน้ำมัน สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ  จะมีร้านกาแฟเปิดกันมากมาย  ให้เราได้เลือกชิมกันตั้งแต่กาแฟโบราณแก้วละ  10 - 25 บาท   จนถึงระดับขึ้นห้างหรูราคาหลักร้อย  แต่ไม่ว่าจะระดับไหน  ก็ควรจะรู้จักดื่มกาแฟให้เป็น  เพื่อประโยชน์ต่อตัวเราเองด้วยนะคะ   เราไปดูกันดีกว่าค่ะ...ว่า  ประโยชน์และโทษของกาแฟ มีอะไรบ้าง

 

                                              

       

            ประโยชน์

- ทำให้มีสมาธิในการทำงานเพิ่มขึ้น  เพราะว่ากาแฟทำให้ไม่ง่วง
- ดีต่อผิวพรรณ  เพราะกาแฟทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
- ความหอมของกาแฟ  ช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
- ถ้าได้ดื่มกาแฟดำ  หลังอาหารประมาณ  1/2 - 1 ชั่วโมง  จะช่วยเร่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร  และน้ำย่อยในตับอ่อน   เผาผลาญไขมันดีขึ้น
- กาแฟป้องกันโรคได้มากมาย  ทั้งโรคหัวใจ  มะเร็งลำไส้ใหญ่  มะเร็งตับ  ลดการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ  และนิ่วในถุงน้ำดี
- ช่วยแก้อาการเมาจากการดื่มสุรา  เพราะคาเฟอีนจะช่วยสลายแอลกอฮอล์ได้
- ช่วยลดกลิ่นปากได้
   

 

                                       

       

             โทษ

- เมื่อดื่มกาแฟมากเกินไป  จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว  เป็นผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
- คนที่มีความดันโลหิตสูง  ไม่ควรดื่มกาแฟตอนเครียด  อาจทำให้เกิดอันตรายได้
- คาเฟอีนในกาแฟจะไปขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุที่สำคัญ ๆ   เช่น  ธาตุเหล็ก      และ      แคลเซี่ยมในลำไส้ได้  เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ จึงไม่ควรดื่มกาแฟ  เพราะจะไปขัดขวางการเจริญเติบโตที่ดีนั้นเอง
- ผู้หญิงวัยทอง  ไม่ควรดื่มกาแฟมากเกินควร  เพราะจะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้
- ผู้หญิงตั้งครรภ์  ก็ไม่ควรดื่มกาแฟมากเกินไป  จะเป็นอันตรายต่อเด็กน้อยในครรภ์ได้
- เนื่องจากกาแฟช่วยเร่งน้ำย่อยออกมาเยอะเพื่อช่วยย่อย   ดังนั้นคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร  จึงไม่ควรดื่มกาแฟตอนท้องว่าง
- กาแฟที่ต้มหรือชงแบบให้น้ำเดือด ๆ  ซึมผ่านผงกาแฟ หรือกาแฟที่ใช้ถุงผ้าชง  จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

 

                                            


             เมื่อทราบถึงประโยชน์และโทษของกาแฟอย่างนี้แล้ว   ท่านใดอยากดื่มก็ดื่มได้  แต่ต้องดื่มแบบพอดี ๆ  เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกท่านเองนะคะ

 

                                                          

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://eathealthtoday.blogspot.com/2011/08/blog-post_26.html

    

P

 ครูสุภาภรณ์
 ครูสุภาภรณ์ พลเจริญชัย
 โรงเรียนเทศบาล4(เพาะชำ)