หากทำอะไรให้เป็นปัจจุบัน เป็นระบบ ไม่ต้องกล้ว สมศ.

     จากการบริหารงานในโรงเรียน ๑ เทอมผ่านไป เทอมใหม่ ปีการศึกษาใหม่ ที่เตรียมพร้อมรับการประเมินจาก สมศ. ในฐานะของผบ.ร.ร. รู้สึกว่า ร.ร.ยังไม่พร้อมรับการประเมิน เพราะมีองค์ประกอบหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเอกสารหลักฐานที่ไม่คืบหน้า บางครั้ง การใจดีของผบ.ก็ส่งผลเสียกับการบริหาร เพราะครูก็คือ ครู ที่เป็นแต่งานสอน โดยเฉพาะครูผู้ช่วยในร.ร. ที่เป็นแต่สอน แต่งานที่ให้รับผิดชอบไม่ก้าวหน้าเลย จึงไม่รู้ว่า ร.ร.อื่นๆเป็นแบบนี้ไหม โดยเฉพาะครูผู้ช่วยผู้ชายคนเดียวของโรงเรียน หาแก่นสาร สาระในตัวไม่ได้เลย มีแต่รับปากไปวันๆ ครับๆๆๆแต่ไม่มีอะไร สำเร็จ เสร็จสักเรื่อง แม้นแต่แผนการจัดการเรียนการสอน ทำได้แค่หน่วยเดียว แล้วจะประเมินให้ผ่านได้อย่างไร หากผบ.ประเมินให้ไม่ผ่าน ก็จะมีคนตราหน้า ว่าโหดร้าย ใจดำ อุตสาห์สอบทำงานได้แล้ว แต่ถูกประเมินให้ตก แต่ถ้าดูจากผลการทำงาน ไม่ควรให้ผ่าน ส่วนน้องๆครูผู้หญิงใช้ง่าย แต่ก็ช้า ประเภท ๑ อาทิตย์ผ่านไป งานก็ไม่คืบหน้า สงสัย ต้องยกเครื่องครั้งยิ่งใหญ่ในร.ร. เพราะการประเมินของสมศ. ไม่ใช่ประเมินผบ. แต่ประเมินทุกอย่างในร.ร.โดยเฉพาะครู ส่วน น.ร. ชุมชน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาเป็นเพียงองค์ประกอบ

  หากครูทำอะไรให้เป็นปัจจุบัน เป็นระบบก็ไม่น่ากลัวอะไรกับการประเมินของสมศ. แต่นี่ การทำงานแบบเช้าชาม เย็นชาม จะให้การศึกษาก้าวหน้าไปได้อย่างไร....