“สาว.... ปีนี้รู้สึกว่าผู้ป่วยเบาหวานของเราถูกตัดเท้าอีกคนหนึ่งแล้ว”
“ค่ะหมอ ... ลุงสมพงษ์ โชคดียังเหลือส้นเท้าไว้เดินได้ เมื่อวันก่อนสาวเข้าไปเจอในหอผู้ป่วย คุณลุงรีบยกมือไหว้ บอกว่า ผมรู้สึกอายหมอจัง”
“แผลที่เป็นมาตั้งนาน หมอช่วยทำรองเท้าให้ผม แผลผมหายแล้ว แต่ผมฝืนไปทำงานไม่ได้ดูแล เลยเป็นแผลเน่ามาอีก......คนตอนนี้เท้าหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว”
คุณลุงสมพงษ์
เป็นผู้ป่วยเบาหวานที่เหมือนกับผู้ชายทั่วไป
การทุ่มเทให้กับงานเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของชีวิต
แม้วัยจะล่วงเลย 60 ปีไปแล้ว เมื่อทำงานเหนื่อยกลับมาก็ไม่ได้ดูแลเท้า
ทำให้เกิดแผลแล้วไม่ได้มารักษาตั้งแต่แรก
ลุงสมพงษ์เป็นขาประจำในการทำแผลที่เท้าที่โรงพยาบาลครบุรีในช่วง 1
ปีที่ผ่านมา ทั้งหมอ พยาบาล นักกายภาพบำบัด ได้ช่วยกันดูแลแผล
จัดการรองเท้า ให้คำแนะนำกับลุง ส่งผลให้แผลเรื้อรังที่เท้าหาย
แต่ลุงก็กลับมาเป็นใหม่อีก 2 รอบ และรอบที่ 3
ก็เป็นรอบที่แผลลุกลามถึงกระดูกเท้า
จึงได้ส่งไปโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
แล้วเท้าส่วนหน้าของลุงก็ถูกตัดทิ้งไป
เหลือเพียงส้นเท้าไว้ให้เดินต่อไป................
เมื่อมานั่งทบทวน ก็เกิดคำถามว่าอะไรเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเบาหวานชาย มีแผลที่เท้าซ้ำ ๆ มาเรื่อย ๆ และค่อย ๆ ถูกลิดรอนนิ้วเท้าไปทีละนิ้วและถึงขั้นตัดเท้า..... ในช่วงนี้เรามีผู้ป่วยลักษณะนี้อยู่ 3 คน คือลุงสาม ลุงสมพงษ์ ลุงสมชาย .....
อาจเป็นจากตัวโรค......สิ่งที่น่ากลัวสำหรับเบาหวานอย่างหนึ่ง คือเมื่อเบาหวานไม่สามารถควบคุมได้และส่งผลต่อปลายประสาท ในช่วงแรก ๆ ผู้ป่วยจะบอกว่าเท้าชา ซึ่งคำว่าเท้าชาของผู้ป่วยไม่ได้หมายถึงการไม่รู้สึก แต่เป็นอาการแปลก ๆ ที่เท้า หนึบ ๆ หรือออกร้อน ซึ่งช่วงนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าเท้ากำลังเป็นปัญหา ก็จะมีการดูแล นวด และบอกหมอ ถึงปัญหาที่มี ........
แต่เมื่อความเสื่อมของประสาทมากขึ้น ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่มีอาการออกร้อนหรือหนึบ ๆ ซึ่งบ่งบอกว่าแย่มากแล้ว แต่ผู้ป่วยกลับไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา เพราะไม่เจ็บ เดินทั้งวันทำงานทั้งวันก็ไม่เจ็บ???? จึงใช้งานเท้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เป็นแผล แล้วก็ไม่เจ็บอีก ทำให้ไม่ได้ดูแล .....ผลสุดท้ายก็สูญเสียนิ้วเท้าหรือเท้า
อาจเป็นจากภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ของการเป็นผู้นำครอบครัว ทำให้ความใส่ใจไปอยู่ที่งาน ๆ ๆ และงาน ใส่ใจตัวเองลดลง เผลอลืมเท้าที่รองรับร่างกาย และนำพาร่างกายนี้ไปในทุกแห่ง และลืมไปว่าถ้าไม่ดูแลให้ดี ก็คงยากที่จะนำพาร่างกายนี้ไปในที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
หรืออาจเป็นเพราะคิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวหมอก็รักษาได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วหมอเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แม้ทุกครั้งผู้ป่วยจะดีใจมากเมื่อแผลหาย ทีมวิชาชีพต่าง ๆ ดูแลให้คำแนะนำให้กำลังใจเพื่อไม่ให้ต้องมีแผลขึ้นมาใหม่ แต่บางคนก็กลับมามีแผลซ้ำอีก และถ้าแผลเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยมีงานต่อเนื่อง มีงานเลี้ยงดื่มสุราต่อเนื่อง ....การดูแลเท้าก็จะหายไปแล้วแผลที่ใหญ่โตก็ตามมา......
ขอให้เรื่องนี้ช่วยกระตุกให้ผู้ป่วยเบาหวานขอบคุณและดูแลเท้าของตนเองเพื่อให้เท้าอยู่กับเราจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต
พญ.สกาวเดือน นำแสงกุล
รพ.ครบุรี จ.นครราชสีมา
มีเพลงน่ารักๆ ที่ชลัญให้ นศ.พบ.ช่วยกันคิดและแต่งไว้ เห็นว่าน่ารักดี ไว้ ใช้ในการอบรมดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน อาจารย์ช่วยวิจารย์ให้หน่อยค่ะ เนื้อร้องนะค่ะ ส่วนเสียงร้องไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร เสียงชลัญเองน่ะ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/488492
ดูข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว...เบาหวานไม่ได้ตัดขาแล้ว ใช้วิธีผ่าตัด ให้เลือดเดิน จำไม่ได้ ทราบแต่ว่า ไม่ต้องตัดขา แล้ว ก็ยินดีกับวงการแพทย์ครับ
เดี่ยวนี้เราเริ่มคัดกรอง ตั้งแต่เริ่มชาเล็กน้อย ก็พอช่วยได้เหมือน.. ตอนนี้จะพบที่ถูกตัดขาเป็นผู้ป่วยที่ไม่เคยรู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน
ขอบคุณข้อมูลขอลอาจารย์วัลลาค่ะ
เรียนคุณแว่นธรรมทอง
ในบ้านเรามีการผ่าตัดต่อเส้นเลือด ให้เลือดไปเลี้ยงเท้าเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังต้องใช้เวลาในการรักษาแผลอยู่นานมากค่ะ
เรียนคุณชลัญธร
เนื้อเพลงก็ใช้ได้นะคะ แต่หากจะให้ครอบคลุมครบถ้วนยิ่งขึ้น อาจจะดูบัญญัติ 10 ประการของ รพ.เทพธารินทร์ ด้วย และ รพ.เทพธารินทร์ก็มีเพลงเหมือนกัน