การเรียนรู้และบ่มเพาะ
....
ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้คนหลากหลาย ไม่ว่าจะในสถานะใดก็ตาม เช่นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมเรียน เพื่อนร่วมคิด ทั้งหมดเป็นเพราะการจัดวางของกฎแห่งแรงดึงดูด ตามวาระ ตามแรงผลัก ในที่สุดหากเรียนรู้กันไปแล้วมีความประทับใจที่ดีต่อกัน ก็สานสัมพันธ์กันต่อด้วยกิจกรรมที่เราทำร่วมกัน และหากว่ามีหลายอย่างที่แตกต่างจนเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ร่วมกัน ก็ถูกแยกห่างไปตามธรรมชาติ
มันเป็นเช่นนั้นเอง...
การทำงานเป็นทีม เป็นการท้าทายอัตตาที่ดี...เพราะท่ามกลางความหลากหลายนั้น มีพลังของความคิดที่ผ่านทุนและประสบการณ์ที่หลายหลากเช่นกัน ความแตกต่างจากความคิดนั้น หาใช่อุปสรรค แต่สิ่งที่เป็นข้อจำกัดคือ ‘อัตตา’ และ การยึดติดในมุมมองของตนเอง จนลืมมองไปว่า คนอื่นนั้นมีมุมมองอย่างไร และเขาหรือเธอก็เชื่ออย่างสุดใจว่า ความคิดของตนเองนั้นคือที่สุดของสถานการณ์หนึ่งๆ ผมรับรู้ข้อจำกัดเช่นนี้เสมอๆในการทำงานร่วมกับผู้คนชีวิตจริง
การดำรงอยู่ของอัตตาจึงปิดกั้นสิ่งใหม่อย่างเบ็ดเสร็จ อีกทั้งยังทำลายมิตรภาพผ่านความหลากหลายที่จะงอกเงยต่อไปในเครือข่ายความสัมพันธ์ไปด้วย
การมีอยู่ของอัตตาจึงสัมพันธ์กับสิ่งที่เขาเชื่อว่า “ใช่อย่างที่สุด” แล้วของคนหนึ่งคน เกิดการนำเสนอผ่านวาทกรรมที่เขากลั่นมาจากฐานประสบการณ์ที่เขาเชื่อและศรัทธา จึงเป็นความสมบูรณ์แบบของการพูด ที่พร้อมจะปิดรับความหลากหลายของความคิดที่จะมาเติมเต็มเพื่อสร้างความรู้ใหม่
ในหนังสือ ‘สุนทรียสนทนา’ โดยวิศิษฏ์ วังวิญญู ตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า
ในขณะที่ความสมบูรณ์แบบของการพูดออกมาแบบตำรับ ตำรานั้น เหมือนแท่งหินแกรนิตดำทะมึน ที่ดูเสมือนคงที่ คงทนไม่เปลี่ยนแปลง ความคิดของคนคนนั้นก็เป็นเช่นนั้น
เขากอดก่ายอยู่กับความคิดในตำรับตำรา ที่เขาเองก็ไม่ได้เข้าใจอย่างเหนียวแน่น เพราะมันเป็นความมั่นคงปราการสุดท้ายของเขาหรือเธอ
เมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีการเรียนรู้
และนั่นก็คือเรื่องราวของ ชาล้นถ้วย ในนิทานเซน
และ...การกักขังตนเองอยู่ในที่แคบ ทำให้รู้สึกว่าตนเองยิ่งใหญ่ หารู้ไม่ว่า นอกห้องนั้นมีเรื่องราวและเป็นโลกกว้างที่เราต้องเรียนรู้อีกมากมาย พลังที่เคลื่อนที่อยู่ไม่หยุดนิ่ง เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ
วิถีก้าวพ้นของผม อาศัยทั้ง “เวลา ศรัทธา และความกล้าหาญ”
แม้ว่าบางครั้งผมจะตกร่องอารมณ์ไปบ้าง แต่ก็เรียกกลับขึ้นมาอยู่ในภวะที่รับรู้ตามจริงได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญ เราได้เรียนรู้ทุกขณะกับสิ่งที่อยู่รอบข้าง
หากเรา “นิ่ง” พอก็จะเห็นเงื่อนปมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปรากฏการณ์เชิงประจักษ์ เราจะได้รู้ เราจะเข้าใจ เป็นพลังเชิงบวกเสริมคุณค่าด้านในและเราจะลึกซึ้งกับธรรมชาติความดีงามของผู้คน เป็นห้วงเวลาแห่งการ “บ่มเพาะ” เพื่อรอการเติบโตที่แท้จริง

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๓๐ ตค.๕๓
ศาลายา,มหิดล
จริงๆๆด้วยเวลาและศรัทธาเป็นสิ่งสำคัญ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เรื่องเรียนยุ่งไหมครับ สู้ๆๆครับ
ช่วงเวลานี้...พี่สามารถก้าวผ่านอัตตาของแต่ละคน ที่เรามีโอกาสทำงานร่วมกัน
โดยอาศัยเวลา ศรัทธาและความจริงใจ..ของตัวเราเองที่อยากจะให้องค์กรมีการพัฒนา
ผ่านการทำงานของแต่ละคนในองค์กร โดยให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาได้ทำหรือจะทำ เกิดความสุขสำหรับตัวเองด้วย
ทำให้วันนี้ พี่รู้สึก..สุขมากกว่าทุกข์
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วเข้าใจและรู้สึกดีค่ะ พี่ดา จะเปิดใจให้กว้าง และ ยอมรับสิ่งใหม่ๆ และจะเป็น น้ำครึ่งแก้ว เรียนรู้สิ่งต่างๆเพิ่มขึ้นเสมอๆ และให้ใจเป็นบวกไว้เสมอด้วยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
ขอบคุณครับผม อ.ขจิต
เรื่องเรียนก็ยุ่งมากเหมือนกันครับ เป็นช่วงที่ต้องทำเรื่องที่ยากที่สุดของชีวิต นร.เเล้วครับตอนนี้
ผมเองก็หาประสบการณ์จากข้างนอกให้มากพอ เพื่อจะตกผลึก สร้างปัญญาให้ตัวเอง
อาจารย์สบายดีนะครับผม...
สบายดีครับ อย่าเครียดมาก พยายามทำใจให้แจ่มใส เรามาเรียนหาความรู้ พยายามตักตวงความรู้ทั้งในห้องเรียนแนอกห้องเรียนให้ได้มากที่สุด แล้วงานวิจัยที่จะทำจะผ่านไปได้ด้วยดีครับ สู้ๆๆครับ
พี่เอกเขียนนำเรื่องว่าพี่เอกโชคดีจริงๆ เลย
พี่เอกโชคดีหรือว่าพี่เอกมีดีจึงนำโชคมาหา
อิอิ
สวัสดีครับน้องเอก
"การยึดติดในมุมมองของตนเอง จนลืมมองไปว่า คนอื่นนั้นมีมุมมองอย่างไร "
น่าคิดมากครับ หลายครั้งเราคิดเอาว่าเขารู้เหมือนที่เรารู้เราคิด แต่จริงๆแล้วไม่ใช่...
ฝนใต้มาแล้วครับ ฤดูนี้เมื่อปีก่อนเหมือนผ่านมาเมื่อวานบนเขาบรรทัดครับ
ล่มลึก จัง
สวัสดีครับ พี่แก้ว อุบล
ผมขอเเสดงความยินดีด้วยครับ ด้วยวัยวุฒิและประสบการณ์เเละเท่าที่ผมเคยได้เเลกเปลี่ยนกับพี่เเก้ว ก็สัมผัสถึงความเยือกเย็นเเละนิ่ง บนใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่เสมอ
เเละที่พี่บอกว่า มาถึงวันนี้พี่มีความสุขมากกว่าทุกข์ เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดเลยครับ
สวัสดีครับ พี่กานดา...
ยินดีเเละชื่นชมพี่กานดาเสมอครับ เเละตอนนี้ตามอ่านเรื่อง "น้ำมันมะพร้าว" ไปด้วย ทราบทีหลังว่า คุณประโยชน์มหาศาล นี่หละครับ ภูมิปัญญาอันสุดยอดของประเทศเรา
เรื่องการพัฒนาตนเอง ผมก็มองว่า เมื่อเราเเลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากขึ้น การถ่ายเทความรู้ ทำให้เราเติบโตขึ้นทุกขณะ ขอเพียงเราเปิดใจให้กว้าง ห้วยเเขวนในบางอารมณ์ เราจะเห็นมากกว่าสิ่งที่เห็นครับ ขอบคุณมากครับพี่กานดา
พี่ อ.ขจิตครับ
ผมไม่ค่อยเครียดครับ นอกเสียจากงานเร่งๆ เเต่ตัวเองทำได้ไม่ดี เป็นแบบนี้ก็เล่นเอาเครียดเล็กๆเหมือนกัน :) กระผมอยากทำให้ดีที่สุดครับ
ตอนนี้ผมก็ต้องเน้นวินัยในตัวเอง รวมถึงการจัดการตัวเองที่ดี
ขอบคุณครับอาจารย์ เเละอาจารย์ดูเเลสุขภาพด้วยนะครับ ทำงานหนักสม่ำเสมอเหมือนกัน
น้องกอ
ผมคิดว่า ผมทั้งโชคดี เเละ มีโอกาสดี ครับ
บังหีมครับ...
ผมก็เรียนรู้ไป เเละ สอนตัวเองผ่านประสบการณ์ไปเรื่อยๆครับ ทำงานหลากหลาย เจอคนมากมาย สิ่งที่ได้ก็คือ ได้โอกาสที่ดีในการพัฒนาตัวเองนี่หละครับ
เห็นสายฝน ผมคิดถึง อดีตที่เคยเดินป่ากลางเทือกเขาบรรทัด อันชุ่มฉ่ำ เเละหนาวเย็นเช่นกันครับ
สวัสดีครับ ป้าแดง...
ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่เอื้อเฟื้อผมเสมอๆเวลาที่เจอกันนะครับ :)
ขอบคุณครับพี่ครูนก:)
พรุ่งนี้ผมต้องเดินทางไปเชียงใหม่เเล้ว หลังจาก "สร้างความสุขร่วมกัน" ที่นครสวรรค์
งานที่นั่นประสบความสำเร็จมากครับ
พยายามเขียน"บทเรียน" ตัวเอง เพื่อให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ด้วย
หากมีข้อเสนอเเนะผมยินดีครับ
ขอบคุณข้อมูลดี ๆที่แบ่งปัน ให้อ่านคะ คงใช้เวลาอ่านย้อนหลังอีกหลายตอน
พี่ไม่ได้ติดตามอ่าน พอดีInternetที่บ้านมีปัญหา
*การมีอยู่ของอัตตาจึงสัมพันธ์กับสิ่งที่เขาเชื่อว่า “ใช่อย่างที่สุด” แล้วของคนหนึ่งคน เกิดการนำเสนอผ่านวาทกรรมที่เขากลั่นมาจากฐานประสบการณ์ที่เขาเชื่อและ ศรัทธา จึงเป็นความสมบูรณ์แบบของการพูด ที่พร้อมจะปิดรับความหลากหลายของความคิดที่จะมาเติมเต็มเพื่อสร้างความรู้ ใหม่
โดนใจค่ะ
*ตรงนี้ โดนตา
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
*๓๐ พย.๕๓
ศาลายา,มหิดล
เร่งวันเร่งคืน เกินไป ;P
สวัสดีครับพี่ไก่ครับ...
อากาศทางขอนเเก่นคงเย็นมากเเล้ว ปีนี้ท่าทางหนาวเเรง(เพราะน้ำเยอะ) บันทึกสามารถอ่านย้อนหลังได้ครับ เเล้วมีอะไรที่จะเเลกเปลี่ยน ยินดีนะครับ