๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๓
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ แม้จะเป็นวันหยุดชดเชยวันปิยมหาราช แต่สถานการณ์น้ำท่วมปทุมธานี ทำให้ต้องแต่งตัวและขับรถออกดูโรงเรียนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ว่าระดับน้ำมากน้อยเพียงใด เริ่มจากตีนสะพานปทุมธานี ๒ เข้าถนนสายในฝั่งขวาของถนนเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ขอบถนนถูกวางกระสอบทรายเป็นแนวยาวตลอด ประชาชนกำลังช่วยกันตักทรายใส่ถุงอย่างขะมักขะเม้น บ้านเรือนฝั่งแม่น้ำถูกน้ำท่วมไปเรียบร้อยแล้ว มีเพียงบางหลังที่ยกสูงพอรอดตัวไปได้ ฝั่งซ้ายของถนนยังคงปราศจากน้ำ ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังบนถนนเส้นนี้ อาทิ ร้านเจ๊วรรณ ร้านโกเหม่ง ยังเปิดบริการตามปกติ ภัตตาคารปากคลองที่เคยมากินเมื่อเดือนที่แล้ว มีน้ำท่วมตั้งแต่ปากซอย โรงเรียนวัดบางเดื่อ เต็มไปด้วยน้ำ แต่ทำสะพานไม้เดินเข้าไปได้ สุวิทย์ ลูกจ้างประจำซึ่งอาศัยบ้านพักครูของโรงเรียนนี้บอกว่าน้ำท่วมสูงเป็นเมตร แต่ชั้นที่ ๒ อาศัยอยู่ได้ โรงเรียนวัดโคก น้ำท่วมประมาณ ๑ เมตร บางจุดลึกกว่านี้ ข้าวของผู้อำนวยการโรงเรียนเล่าว่าสามารถขนย้ายได้ทัน ออกมาบริเวณตลาดวางกระสอบทรายเป็นแนวยาวไปจนผ่านจวนผู้ว่าราชการจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ลานจอดรถหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองปทุมธานี เป็นจุดบรรจุทรายลงถุงเพื่อวางเป็นเขื่อน โรงเรียนวัดหงส์ปทุมาวาส น้ำไม่ท่วมเพราะมีกำแพงกั้นน้ำของวัดค่อนข้างสูง แต่พอผ่านขึ้นไปจนถึงสะพานปทุมธานี ล้วนมีแนวกระสอบทรายกั้นเป็นกำแพงตามแนวถนน บ้านเรือนที่อยู่ติดแม่น้ำอาการสาหัสกันถ้วนหน้า โรงเรียนวัดบางนา มีทหารเรือช่วยกันวางแนวกระสอบทราย แต่มองเข้าไปในวัดเต็มไปด้วยน้ำเสมอแม่น้ำ โรงเรียนวัดไก่เตี้ย เป็นทะเลเรียบร้อยไปตามระเบียบ แม้แต่ร้านอาหารครัวเจ้าพระยาก็มีน้ำระดับเข้าเต็มพื้นที่ ตลอดแนวถนนมีทหารเรือช่วยกันอย่างเข้มแข็ง ขากลับออกมาทางถนนปทุมธานี-สามโคก พบว่าบางจุดน้ำก็ท่วมถึงแนวถนนเช่นกัน เช่น โรงเรียนวัดจันทร์กะพ้อ ข้ามสะพานปทุมธานีไปฝั่งตะวันออก เลียบแม่น้ำขึ้นไปโรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน น้ำปริ่มแนวกั้นติดถนน นอกจากกระสอบทรายแล้วเครื่องจักรกำลังใช้หินคลุกกั้นแนวเสริมให้แน่นหนายิ่งขึ้น วัดและโรงเรียนจมอยู่ใต้น้ำเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านหุงข้าวต้มปลาเลี้ยงหน่วยทหารพัฒนา สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย ที่มาช่วย บริเวณวัดโบสถ์แนวกั้นพังเมื่อคืนทำเอาน้ำทะลักท่วมวัดและบ้านแถบนี้สูงเป็นเมตร ชาวบ้านพยายามจะกู้วัดคืนมา สำหรับชุมชนหมดหนทางแก้ไข ผ่านหน้าสำนักงานเขต ไม่มีน้ำเพราะอยู่ใจกลางเมือง ทุกฝ่ายต้องป้องกันอย่างสุดฤทธิ์

วันอังคารที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ เช้ามีข้าราชการใหม่มารายงานตัว ๑ ราย เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ ภูมิลำเนาปัจจุบันจังหวัดลำปาง สอบแข่งขันขึ้นบัญชีไว้ที่ สพท.แพร่ เขต ๑ เราขอใช้บัญชีจากเขา เธอจึงต้องพลัดบ้านพลัดเมืองมารับราชการที่ปทุมธานี คงต้องลำบากไปสักพัก เพราะมีครอบครัวมีบุตรแล้ว ต้องแยกกันอยู่ นานเข้าก็เคยชินไปเอง(กับความลำบาก)มีข้าราชการบำนาญมารับใบเสร็จหนึ่งรายอายุ ๘๘ ปี แล้ว สอบถามได้ความว่าบ้านอยู่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เคยเป็นครูที่อำเภอหนองเสือ โรงเรียนวัดพวงแก้ว เช่ารถมา ๕๐๐ บาท อาสาจะส่งไปให้ทางไปรษณีย์ท่านก็บอกว่าอยากมาเอง คิดถึงตัวเรา ๒ ประการ ประการที่หนึ่ง จะมีอายุยืนขนาดนี้หรือเปล่า ประการที่สอง หากอายุเท่านี้จะเดินไปไหนมาไหนเหมือนท่านหรือเปล่า ถามตัวเองแล้วใจหดหู่ชอบกล ฝนตกลงมาแต่เช้า คณะศึกษานิเทศก์และนักวิชาการศึกษา มาคอยที่รถ พอฝนซาเม็ดจึงเดินทางไปเยี่ยมบ้านเรียนชวนชื่น อยู่ในหมู่บ้านชวนชื่น ถนนปทุมธานี-บางคูวัด เป็นการจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล สำหรับผู้เรียนที่มีลักษณะพิเศษ คือ ออทิสติก เป็นโรงเรียนที่เหมือนบ้าน มีอาคารหลายหลัง เป็นที่เรียน ที่เล่น ที่รับประทานอาหาร และเรือนนอน วันนี้โรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองมาร่วมประชุมด้วย ซึ่งก็มีอาชีพหลากหลาย เช่น หมอ พนักงานการบินไทย นักธุรกิจ ถิ่นฐานก็กระจายไปหลายจังหวัดทั้งภาคกลาง เหนือ ใต้ และอีสาน ที่สำคัญมีฐานะทางการเงินค่อนข้างมั่นคง ผู้เรียนมีอาการแตกต่างกันไปมีทั้งเบาและหนัก แต่ผู้ปกครองและครูต่างยืนยันตรงกันว่า หลังจากมาอยู่บ้านเรียนชวนชื่น ผู้เรียนมีพัฒนาการดีขึ้น สิ่งที่โรงเรียนและผู้ปกครองต้องการ คือ ความช่วยเหลือสนับสนุนจากทางราชการ เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ครูพาชมห้องกิจกรรมและอุปกรณ์การฝึกทักษะ มีทั้งตู้เกมส์ และโต๊ะสนุ๊ก ใช้สำหรับฝึกทักษะกล้ามเนื้อให้นักเรียน เลยถึงบางอ้อว่า ในเมืองนอกสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนเหมือนที่บ้านเรียนชวนชื่นใช้ แต่พอเข้ามาบ้านเรากลับกลายเป็นการพนัน และเครื่องมอมเมาเยาวชนไป เขาชวนกินข้าวกลางวันแต่ต้องขอกลับเขต เพราะมีแขกมาคอย อดีตรองเลขาธิการคุรุสภา ท่านสมชาย วงษ์เวช มาประสานเรื่องที่ดินบริจาคสร้างสำนักงาน เลยชวนกันไปทานข้าวกลางวัน ตั้งใจจะพาไปกินเป็ดคั่วเกลือร้านเว้ง อำเภอสามโคก ปรากฏว่าน้ำท่วมจึงต้องเปลี่ยนไปทานที่ร้านอี้เติ้งอี้ต้อย ถนนวงแหวน อิ่มแล้วไปดูที่ดินกัน เพราะยังไม่เห็นกับตาว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ผ่านเรือนจำจังหวัดไปเล็กน้อย ก็จะมีปั้มน้ำมันบางจากอยู่ขวามือ เลี้ยวซ้ายเข้าไป สองข้างทางยังเป็นทุ่งนา ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร ก็ถึงที่ดิน สภาพถมเรียบร้อยและถมไว้นานแล้ว ด้านหลังมีสระน้ำขนาดใหญ่เกือบร้อยไร่ แปลงที่จะยกให้เขตอยู่ด้านหน้าหมู่บ้านทางขวามือ ด้านซ้ายเป็นแปลงที่จะยกให้ สกสค.จังหวัดปทุมธานี มาแวะสหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี จำกัด เพราะบริษัทจะขอสนับสนุนสินเชื่อให้สมาชิกในการซื้อบ้านพร้อมที่ดินในรายที่เขาประสงค์จะกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ ทางสหกรณ์ไม่ขัดข้อง เพราะปกติก็ให้บริการสมาชิกเกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว กลับสำนักงานมีนัดประชุมจัดสรรครูอัตราจ้างให้กับโรงเรียนในสังกัด อัตราที่เคยจัดสรรให้หากครูไม่เกินเกณฑ์ก็จะคงไว้ที่โรงเรียนเดิม อัตราที่เพิ่มมาจะจัดสรรให้โรงเรียนที่ครูขาดมากกว่าร้อยละ ๓๐ ตามเกณฑ์ของ สพฐ. ใช้เวลาไม่นานก็สำเร็จเสร็จสิ้นปิดประชุม ทำงานแฟ้มเอกสารต่อจนเย็น
วันพุธที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ เช้าไปเปิดประชุมเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ๒๕๕๔ ของเขต ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี รองผู้อำนวยการ สพป. ผอ.กลุ่ม และเจ้าหน้าที่เข้าประชุมประมาณ ๕๐ คน ได้มอบนโยบายในการจัดทำแผนให้ยึดนโยบายของ สพฐ. เป็นหลัก แต่กิจกรรมรายละเอียดต้องศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการของพื้นที่เป็นหลัก ที่สำคัญทุกโครงการต้องมุ่งพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน และพึงระลึกเสมอว่า การพัฒนาครูจะดีเลิศเพียงใด ถ้าหากทำให้ครูไม่มีเวลาสอน วิธีการนั้นย่อมล้มเหลว ฝากให้ไปคิดดี ๆ คิดให้รอบคอบ ที่สำคัญคิดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย หากทำได้อย่างนี้ แผนปฏิบัติการประจำปี จะเป็นแผนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการทำงานอย่างมีชีวิตชีวา ฝากข้อคิดไว้แล้ว จึงเดินทางต่อไปยังอำเภอลาดหลุมแก้ว เพื่อตรวจเยี่ยมศูนย์เรียนรู้ของโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ เทคโนธุรกิจ ซึ่งตั้งอยู่ในบริษัท CPRAM ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ท่านรองฯมานะ พุ่มบัวและคณะเดินทางมารอล่วงหน้าตั้งแต่เช้า บริษัท CPRAMทำหน้าที่ผลิตอาหารพร้อมรับประทานส่งร้านสะดวกซื้อ 7 Eleven ซึ่งก็เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน อาหารหลักที่ผลิต คือ ติ่มซำ ที่เขาโฆษณาว่า “อาหารจีนที่รังสรรค์จากการผสานศาสตร์และศิลป์ ปรุงขึ้นจากส่วนผสมที่ถูกคัดสรรเป็นพิเศษ สดใหม่ สะอาด ปราศจากสารกันเสีย และพิถีพิถันในการผลิตทุกขั้นตอน "เจด ดราก้อน" จึงเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางอาหารและรสชาติความอร่อย สมกับเป็นตำรับความอร่อยระดับจักรพรรดิ ที่สามารถอร่อยง่ายๆได้ทุกวัน” อาหารไทยพร้อมรับประทานแช่เยือกแข็ง “เดลี่ไทย” เป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานที่เน้นความพิถีพิถันและรสชาติที่มีความเป็นอาหารไทยต้นตำรับ ทำให้ทั่วโลกได้รับประทานอาหารไทยที่มีความเป็นไทยอย่างแท้จริง อาทิ ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวานไก่ ข้าวผัดกะเพราไก่ โรงงานแห่งนี้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานเยือกแข็งและแช่เย็นขนาดพื้นที่ผลิต 16,579 ตารางเมตร กำลังผลิตสูงสุดต่อปี 29,500 ตัน มีกำลังคน 4,200 คน เมื่อปี ๒๕๔๗ บมจ. ซีพี ออลล์ ได้จัดตั้งโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ เทคโนธุรกิจ ด้วยเงินลงทุน 350 ล้านบาท ที่งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี เปิดสอนในระดับ ปวช. สาขาธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้ากำลัง ธุรกิจอาหาร และปวส. สาขาการจัดการธุรกิจค้าปลีก โดยมีวิสัยทัศน์ว่า “เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำในการผลิตบุคลากร ที่เน้นการเรียนรู้ภาคทฤษฎีควบคู่ไปกับภาคปฏิบัติ เพื่อให้ได้พนักงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจในประเทศไทย”ต่อมาในปี ๒๕๔๙ ก็ขยายศูนย์การเรียนมาที่ CPRAM ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ผู้ช่วยผู้จัดการของ CPRAM และผู้อำนวยการศูนย์ฯได้บรรยายสรุปถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมาให้คณะทราบ แล้วพาไปชมการเรียนการสอนที่อาคารเรียนที่แยกเป็นสัดส่วนกับโรงเรียน มีหอพักของนักศึกษาและพนักงาน นักศึกษาเป็นเด็กยากจนมาจากทุกภูมิภาค เรียนฟรี มีงานทำกันทุกคน ใครเรียนดีก็มีทุนเรียนต่อถึงระดับปริญญา วันนี้นักศึกษากำลังรวมกลุ่มกันทำแบบเสนอรายงานการลงพื้นที่เพื่อศึกษาอาชีพของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ถัดจากอาคารเรียนจะมีหอประชุมขนาด ๓๐๐ ที่นั่ง อยู่ในสระน้ำ ผู้ช่วยผู้จัดการบอกว่า มีภาคราชการและเอกชนมาใช้บริการกันเสมอ ๆ หากเขตจะใช้บริการบ้างก็ยินดี เที่ยงไปกินข้าวที่ร้านอาหารแปโภชนา ตลาดลาดหลุมแก้ว เจ้าของร้านเดี๋ยวนี้คุ้นเคยกันดีเพราะท่านเป็นนายกสมาคมครูและผู้ปกครองโรงเรียนบัวแก้วเกษร แม้จะแยกตัวไปอยู่เขตมัธยม แต่ชาวบ้านเขาไม่แยกด้วย สนิทสนมกันอย่างไรเขาก็เหมือนเดิม ปรับตัวไม่เก่งเหมือนข้าราชการเรา บ่ายกลับมาทำงานที่เขต ให้กลุ่มอำนวยการ ช่วยดำเนินการหาช่างมากั้นห้องศึกษานิเทศก์ที่ติดกับห้องสโมสรไปอีกล็อคเป็นห้องประชุมเล็กแทนห้องประชุมชั้น ๒ เดิมที่เป็นของ สพม. เขต ๔ ไปโดยปริยาย ปัจจุบันแก้ปัญหาด้วยการประชุมที่ห้อง ผอ.เขต บ้าง ห้องสโมสรบ้าง ดูแล้วไม่สะดวกเท่าที่ควร โดยเฉพาะห้องสโมสรเป็นเพียงส่วนเดียวที่ผู้มาติดต่อพอจะพักได้ หากใช้ประชุมก็หมดที่รับรองแขก ที่แย่กว่านั้น ตอนจะประชุมก็ไปจัดโต๊ะเก้าอี้ใหม่ให้เหมาะกับการประชุม พอเลิกประชุมเจ้าของเรื่องไม่เคยหันมามองว่า ห้องนี้เขาจัดโต๊ะเก้าอี้ไว้อย่างไร ผอ.เขต ต้องเกณฑ์คนมาจัดใหม่เกือบทุกครั้ง สร้างห้องประชุมให้ใหม่ปัญหาเรื่องนี้คงหมดไป

วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ไปถึงหอประชุมรักษ์ปทุม เพื่อประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือน ปกติจะประชุมเวลา ๑๐.๐๐ น.วันนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนัดประชุมเร็วขึ้น ๑ ชั่วโมง ต้องเดินหาป้ายชื่อที่นั่ง เดิม ผอ.สพท.ปท.๑ เขาจัดให้นั่งแถวกลางเพราะเป็นผู้แทนกระทรวง ร่วมกับผู้แทนกระทรวงอื่น ๆ มาวันนี้ หาชื่อไม่เจอ ต้องให้เจ้าหน้าที่หาให้ ปรากฏว่าเขาย้ายมาอยู่แถวหลัง ในขณะที่แถวกลางบางกระทรวงนั่งกันมากกว่า ๒ คน ถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมจัดอย่างนี้ เธอบอกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่เป็นคนสั่งให้จัด ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรเพราะสะดวกในการลุกไปห้องน้ำ แต่หากมองในศักดิ์ศรีของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ให้รู้สึกว่าถูกลดเกรดลงไปเหมือนกัน พอเราแบ่งเขตกันใหม่จึงหาความแข็งแรงเข้มแข็งไม่ได้ ผู้แทนกระทรวงก็เป็นที่พึ่งของจังหวัดไม่ได้ ก่อนหน้านี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้นักเรียนมัธยมมาช่วยจัดสิ่งของลงถุงช่วยคนน้ำท่วม ก็ต้องเรียนท่านไปว่า เด็กมัธยมตัวโต ๆ ไปสังกัดเขตมัธยมแล้ว ต้องให้ ผอ.สพม. เขต ๔ อนุเคราะห์ให้ การประชุมเริ่มขึ้นเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. ท่านรองฯเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ เป็นประธานการประชุม จนเวลา ๑๑.๐๐ น.ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาดำเนินการประชุมต่อไปจนเวลา ๑๓.๓๐ น. จึงเลิกประชุม เรื่องที่พูดกันวันนี้เป็นเรื่องน้ำ(ท่วม) ๙๐ % เรื่องเนื้อ(งานประจำ) ๑๐ % กลับไปกินข้าวที่ห้องทำงานที่ฝ่ายเลขานุการเตรียมไว้ให้ ความจริงที่ประชุมก็มีอาหารเลี้ยง โดยส่วนราชการต่าง ๆ หนุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ก็ไม่เคยใช้บริการ เดือนหน้าถึงคิวจะต้องเป็นเจ้าภาพอีกแล้ว ปีละครั้งประมาณเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ภาคบ่ายนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาของเขต มีผู้เข้าแข่งขันไม่มากนัก เรามีตำแหน่งว่าง ๗ ตำแหน่ง มติ อ.ก.ค.ศ. เขต ให้รับย้ายจากต่างเขต ๓ ตำแหน่ง แต่งตั้งจากบัญชีสอบคัดเลือก ๔ ตำแหน่ง หากผู้สอบคัดเลือก สละสิทธิ์ก็สามารถรับย้ายต่างเขตเพิ่มเติมได้อีก คุยกันไม่นานก็เสร็จพร้อมจะนำเสนอให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาในคราวประชุมต่อไป เย็นนั่งร่างระเบียบวาระการประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษากับท่านรองฯ สมมาตร ชิตญาติ บางวาระเพื่อให้อนุกรรมการพิจารณาได้ง่าย ชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมาย
วันศุกร์ที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ ท่านรองฯสมมาตร ชิตญาติ รายงานให้ทราบว่า เงินวิทยฐานะ ที่ สพฐ.สั่งการให้เบิกจ่ายให้ผู้ที่มีคำสั่งเลื่อนวิทยฐานะที่ผู้มีอำนาจลงนามตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๒ –๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ นั้น โอนมาแล้ว ขาดแต่รายชื่อซึ่งเจ้าหน้าที่ สพฐ.จะส่ง e- mail มาให้โดยเร็ว หากไม่ติดขัดใด ๆ จะรีบเบิกจ่ายให้เสร็จภายในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ นี้ ออกตรวจสภาพน้ำท่วมโรงเรียนมีท่านรองฯ มนตรี พรหมลาวัลย์ คุณวิภาวรรณ พึ่งโยธิน ประชาสัมพันธ์ ติดตามไปด้วย เริ่มจากโรงเรียนวัดโคก ถนนสายเก่า เข้าไปได้แค่ปากทางเข้าวัดรถไม่สามารถผ่านไปได้ มีสะพานไม้ให้พระและประชาชนใช้สัญจร โรงเรียนวัดบางเดื่อ น้ำขังทั่วบริเวณมาจรดถนน อบต.น้ำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวกั้นน้ำ ผอ.ฉนวนศรี มงคล มาบัญชาการป้องกันน้ำอยู่พอดี จึงได้สอบถามข้อมูลความเสียหาย โรงเรียนวัดชินวราราม เชิงสะพานปทุมธานี ๒ สามารถสร้างแนวกั้นน้ำไว้ได้ ไม่ท่วมโรงเรียนและวัดบางส่วน ชาวบ้านมาบรรจุทรายลงถุงกันเป็นกะเป็นเวร ดูแล้วเข้มแข็งมาก ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าพื้นโรงเรียนประมาณ ๑ เมตร โรงเรียนวัดบางนางบุญ ไม่มีน้ำท่วม ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งตะวันออกที่สะพานนนทบุรี แวะโรงเรียนวัดมะขาม มีคันกั้นน้ำสูงกว่าพื้นประมาณ ๑.๒๐ เมตร ตลอดแนวจากโรงเรียนไปจรดวัดศาลเจ้า มีหินคลุกมาเสริมหลังแนวกระสอบทราย ดูแล้วมั่นคง โรงเรียนวัดโบสถ์น้ำยังท่วมสูงไม่สามารถเข้าไปได้ โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน ล้วนเจอภาวะวิกฤติทั้งสิ้น ลอดสะพานปทุมธานีไปโรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน ถนนสายนี้มีคันกั้นน้ำสูงเป็นเมตรตลอดสาย ทั้งโรงเรียนและวัดล้วนจมน้ำพร้อมกับบ้านเรือนราษฎรที่ติดแม่น้ำ เลาะถนนมาออกคลองน้ำดิบของการประปา ตรงวัดสำแล จึงเข้าทางด่วนมาแวะกินข้าวที่ร้านอาหารกันเอง อิ่มแล้วเดินทางต่อไปโรงเรียนวัดถั่วทอง จมน้ำทั้งวัดและโรงเรียน โรงเรียนวัดปทุมทอง พบ ผอ.สิรินทิพย์ เกษร ครูและภารโรงมาช่วยกันเก็บของหนีน้ำ เพราะมีน้ำขึ้นน้ำลงตามเวลา สนามยังใช้การได้ โรงเรียนวัดสองพี่น้อง โรงเรียนรอดเพราะมีคันกั้นน้ำกระสอบทรายวางรอบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทานมาใช้โรงเรียนเป็นที่พัก จึงกั้นน้ำรอบโรงเรียน ส่วนวัดน้ำท่วมทั่วบริเวณ โรงเรียนวัดเมตารางค์ อยู่ฟากถนนตรงข้ามกับแม่น้ำจึงปลอดน้ำ รถมาออกถนนวงแหวนตะวันตก พอข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปฝั่งตะวันตกเราเลี้ยวลงซ้ายลอดสะพานขึ้นไปทางเหลือ โรงเรียนวัดท้ายเกาะ หนักหนาสาหัส ดีหน่อยที่มีอาคารใต้ถุนสูงพอเก็บของสำคัญไว้ได้ นอกนั้นจมถึงครึ่งอาคาร สงสารสุนัขพอเห็นรถจอดวิ่งกันเข้ามาคงหิว บางตัวเริ่มกินหญ้าแล้ว กลับลงไปทางใต้ตามแม่น้ำฝั่งตะวันตก แวะไปโรงเรียนวัดเชิงท่า เข้าได้ครึ่งทางต้องกลับเพราะต้องไปเรือน้ำลึกถึงคอ โรงเรียนวัดจันทร์กะพ้อติดถนนสามโคก-บ้านแพน เห็นทหารเรือกำลังวางแนวกั้นน้ำเพื่อกู้วัดซึ่งเป็นพระอารามหลวงให้พ้นน้ำท่วม คาดว่าเวลานี้คงจมน้ำอยู่ โรงเรียนอยู่ในบริเวณเดียวกับวัดจึงเข้าไม่ได้ เข้าไปจนถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงโรงเรียนวัดสะแก เต็มไปด้วยน้ำเพราะวัดทำคันกั้นน้ำล้อมรอบแนวเขตโรงเรียนให้โรงเรียนจมน้ำ แต่วัดอยู่รอด ระดับน้ำในโรงเรียนสูงกว่าพื้นวัดประมาณ ๑.๕๐ เมตร โรงเรียนวัดไก่เตี้ยและวัดไก่เตี้ยระดับน้ำเสมอแม่น้ำเจ้าพระยา แต่สถานีอนามัยทำทางเดินด้วยไม้แผ่นเข้าไปตรงชั้นที่ ๒ ของอาคาร ยังเปิดบริการตามปกติ ทางเข้าวัดที่นี่ใช้นั่งร้านเหล็กตลอดแนว โรงเรียนวัดบางนาอยู่ฝั่งถนนตรงข้ามกับแม่น้ำจึงปลอดภัย โรงเรียนวัดหงส์ปทุมาวาสก็อยู่หลังแนวกั้นน้ำ ของวัดยังปกติไม่มีน้ำท่วม แต่ไปดูหน้าแนวกั้นน้ำระดับน้ำสูงกว่าพื้นเป็นเมตร เหนื่อยจนตัดสินใจกลับ มาแวะทานไอศกรีมดับร้อนและดับเครียดที่ร้านมหาชัย ตลอดแนวถนนทั้งสองฝั่ง บ้านที่ติดแม่น้ำถัดจากแนวถนนเข้าไปล้วนจมน้ำทั้งสิ้น ไม่เลือกบ้านเล็กบ้านใหญ่ ยากดีมีจน ความต้องการให้ช่วยเหลือน่าจะเป็นเรือหรือไม่ก็สะพานไม้ทางเดินชั่วคราวมายังถนน ทางจังหวัดกำลังระดมช่วยกันเต็มที่ ตลอดเส้นทางมีอาสาสมัคร ทหารบก ทหารเรือ และ ตชด. ช่วยกันกรอกกระสอบทรายและวางแนวกั้น ดูแล้วเป็นความสามัคคีที่ยิ่งใหญ่ ดุจสร้างกำแพงเมืองจีนก็มิปาน ที่สำคัญความเสียสละของประชาชนที่บ้านจมน้ำจะต้องได้รับความช่วยเหลือและขอบคุณเป็นอย่างสูง กลับเขตคิดออกแบบห้องประชุมเล็กให้ช่างมาทำเสาร์อาทิตย์นี้ เขาคิดราคาสามหมื่นกว่าบาท ก็ต้องยอมเพราะเราทำเองไม่ได้ ท่านรองฯ ประพฤทธิ์ บุญอำไพนำเงินสวัสดิการเพื่อมอบช่วยเหลือครอบครัวลูกจ้างประจำที่ประสบภัยน้ำท่วม ๒ ราย ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาทจะได้ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อน เพราะทั้งสองรายน้ำท่วมที่อยู่อาศัยถึงวันนี้ยังไม่ลด เย็นคุณสุวิทย์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์มาหาพร้อมกล้วยน้ำหว้า ๑ เครือ บอกว่าเอามาฝากจากบ้าน เนื้อหวานรสดีลูกเล็กกำลังกิน คุณวิเชียร ธนารักษ์จังหวัดตามมาสมทบ ท่านครรชิต หิรัณยหาด มาเยี่ยมแต่ขอตัวกลับไปก่อน ที่เหลือนั่งสังสรรค์กันจน ๒ ทุ่มจึงกลับที่พัก ทราบผลการพิจารณาย้าย ผอ.เขต และท่านรองฯ ของ ก.ค.ศ.บางตำแหน่ง รู้ว่าตัวเองไม่มีชื่อย้าย ก็ต้องอยู่สู้งานต่อไป สำหรับท่านรองฯอาจมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนเหมือนกัน แต่ไม่เห็นคำสั่งยังเอาแน่ไม่ได้

เรื่องเล่าก่อนลาสัปดาห์นี้ ทหารคนหนึ่งต้องรีบนำสารที่ส่งมาจากแม่ทัพ ไปส่งให้ถึงมือพระราชาที่เมืองของตน หากนำไปส่งไม่ทันภายในเจ็ดวัน กองทหารจะต้องพ่ายแพ้ในสงคราม เขาต้องเดินทางไกลมากโดยปราศจากม้า มีสองหนทางที่เขาสามารถจะไปถึงเมืองได้
เส้นทางแรกเป็นเส้นทางหลักในการเดินทาง มีความสะดวกแต่ยาวไกลมาก แต่มันเป็นเส้นทางที่เขาเคยชิน อีกเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางลัด แต่ต้องเดินข้ามเขาไปหลายลูก ซึ่งมันเป็นเส้นทางที่เขาไม่คุ้นมาก่อน แต่ถ้าเดินทางนี้จะสามารถไปถึงเมืองได้ทันเวลาแน่นอน ทหารคิดทบทวนทางเลือกของเขาและตัดสินใจเลือกหนทางของเขาในทันที
เขาเลือกที่จะเดินทางที่สอง นั่นเพราะหากเดินทางด้วยเส้นทางแรก เมื่อเขาไปถึงเมือง มันคงเลยเวลาไปแล้ว และอาจไม่ทันการณ์ เขาจึงเลือกทางที่สอง แม้มันจะไม่คุ้นแต่มันก็ทำให้เขาบรรลุจุดหมายได้เหมือนกันทหารหนุ่มเดินเข้าไปในป่าลึกด้านใน ซึ่งเป็นเส้นทางในทางเลือกที่สองต้นไม้ขึ้นซ้อนกันหนาทึบดูยากลำบากต่อการเดินทาง เขารีบเร่งฝีเท้าอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะไปถึงเมืองให้ทันเวลา ในขณะที่เขาเดินไปในป่า เขาได้สังเกตเห็นควันไฟลอยขึ้นมา ต้องมีคนอยู่แน่ๆ เขาคิดในใจพลันรีบวิ่งไปตรงต้นกำเนิดควันนั้นเมื่อไปถึง ทหารหนุ่มพบกระท่อมหลังหนึ่ง ตัวบ้านทำด้วยไท้หนา หลังคาถูกมุงด้วยฟางนุ่ม เขาเดินตรงรี่ไปยังกระท่อมนั้น ภาพปรากฏเป็นหญิงชรานางหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก มือทั้งสองข้างกำลังยุ่งอยู่กับการถักผ้า เมื่อพบคนทหารหนุ่มก็ดีใจรีบตรงเข้าไปหาทันที
เส้นทางแรกเป็นเส้นทางหลักในการเดินทาง มีความสะดวกแต่ยาวไกลมาก แต่มันเป็นเส้นทางที่เขาเคยชิน อีกเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางลัด แต่ต้องเดินข้ามเขาไปหลายลูก ซึ่งมันเป็นเส้นทางที่เขาไม่คุ้นมาก่อน แต่ถ้าเดินทางนี้จะสามารถไปถึงเมืองได้ทันเวลาแน่นอน ทหารคิดทบทวนทางเลือกของเขาและตัดสินใจเลือกหนทางของเขาในทันที
เขาเลือกที่จะเดินทางที่สอง นั่นเพราะหากเดินทางด้วยเส้นทางแรก เมื่อเขาไปถึงเมือง มันคงเลยเวลาไปแล้ว และอาจไม่ทันการณ์ เขาจึงเลือกทางที่สอง แม้มันจะไม่คุ้นแต่มันก็ทำให้เขาบรรลุจุดหมายได้เหมือนกันทหารหนุ่มเดินเข้าไปในป่าลึกด้านใน ซึ่งเป็นเส้นทางในทางเลือกที่สองต้นไม้ขึ้นซ้อนกันหนาทึบดูยากลำบากต่อการเดินทาง เขารีบเร่งฝีเท้าอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะไปถึงเมืองให้ทันเวลา ในขณะที่เขาเดินไปในป่า เขาได้สังเกตเห็นควันไฟลอยขึ้นมา ต้องมีคนอยู่แน่ๆ เขาคิดในใจพลันรีบวิ่งไปตรงต้นกำเนิดควันนั้นเมื่อไปถึง ทหารหนุ่มพบกระท่อมหลังหนึ่ง ตัวบ้านทำด้วยไท้หนา หลังคาถูกมุงด้วยฟางนุ่ม เขาเดินตรงรี่ไปยังกระท่อมนั้น ภาพปรากฏเป็นหญิงชรานางหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก มือทั้งสองข้างกำลังยุ่งอยู่กับการถักผ้า เมื่อพบคนทหารหนุ่มก็ดีใจรีบตรงเข้าไปหาทันที
“สวัสดีครับ ผมเป็นทหารกำลังรีบเดินทาง คุณยายพอจะบอกผมเรื่องเส้นทางได้ไหมครับ” เขาพูดด้วยเสียงสุภาพแบบรีบเร่ง นัยน์ตาของหญิงชราพลันเหลือบดูทหารหนุ่มพลางหรี่นัยน์ตาลงแล้วเอ่ยว่า “แล้วจะไปไหนละพ่อหนุ่ม”
“ผมกำลังรีบไปที่เมืองหลวงเพื่อส่งข่าวครับ หากไปไม่ทันทหารทุกคนอาจจะต้องตาย คุณยายพอจะช่วยบอกทางไปเมืองหลวงให้ผมได้ไหมครับ”
“บอกทางรึ?” หญิงชราย้อนคำถามพลางจ้องมองที่ทหารหนุ่มอย่างน่าสงสัย เธอยันตัวลุกขึ้นจากที่นั่งและชี้นิ้วไปที่ภูเขาด้านหลัง “ไปทางนี้ เดินข้ามเขาไปก็จะถึงเอง”
“ขอบคุณมากครับ แล้วผมต้องเดินทางกี่วันผมถึงจะถึงที่หมายล่ะครับ” ทหารรีบยิงคำถามอย่างรีบร้อน หญิงชรามองดูชายหนุ่มอีกครั้ง เธอยักไหล่พลางค่อยนั่งลงกับม้าโยกตัวเดิม ทหารหนุ่มคิดว่าเธออาจไม่ได้ยินที่เขาพูด จึงพูดกลับไปใหม่ว่า
“คุณยายครับ ถ้าไปทางนี้ผมต้องเดินทางกี่วัน ผมถึงจะถึงครับ”
ไร้เสียงตอบรับจากหญิงชรา ราวกับเธอไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด พลันหยิบผ้าที่ยังถักไม่เสร็จขึ้นมาถักต่อ เธออาจจะหูไม่ดี เขาคิดในใจ แล้วพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นว่า
“คุณยายครับ ถ้าไปทางนี้ผมต้องเดินทางกี่วัน ผมถึงจะถึงครับ”
หญิงชรายังคงไม่ไหวติง ทหารหนุ่มเริ่มสงสัยกับท่าทางของเธอ บางทีหญิงคนนี้อาจจะสติไม่ดีก็ได้ แต่ยังไงลองถามดูอีกครั้งคงไม่เสียหาย
“คุณยาย! คุณยายครับ! ถ้าไปทางนี้ผมต้องเดินทางกี่วัน ผมถึงจะถึงครับ!” ตอนนี้เสียงของทหารหนุ่มกลายเป็นเสียงตะโกน มันดังจนหญิงชราหันขวับมาดู
ได้ผลเขาคิด ...แต่สายตานั้นจ้องเขม็งแต่ก็เบือนกลับไปแล้วนั่งถักผ้าของเธอต่อเหมือนเดิม ยายนี่คงเป็นบ้าหรือสติไม่ดีแน่ๆ เรามัวเสียเวลาอะไรอยู่กับคนบ้านะ สู้เอาเวลาไปเดินทางให้ถึงเมืองเร็วๆดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นทหารหนุ่มจึงเลิกสนใจหญิงชราพลางมุ่งเดินหน้าเพื่อจะไปให้ถึงเมืองของเขา
“สองวัน!” เสียงตะโกนไล่หลังตามาติดๆหลังจากที่เขาออกเดินไปได้ซักพัก เป็นเสียงของหญิงชราที่ทำให้เขาต้องรีบวกกลับมาหาเธออีกครั้ง
“เมื่อกี้ยายว่าอะไรนะ” ทหารถามเธอซ้ำ
“ฉันบอกว่าสองวัน” หญิงชราตอบ
“แล้วทำไมยายไม่รีบบอกฉันตั้งแต่ตอนที่ฉันถามล่ะ ทำไมพึ่งมาบอกตอนที่ฉันกำลังจะไป” เขาถามอย่างสงสัย
“แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าคุณจะเดินทางไปถึงเมื่อไหร่” หญิงชราย้อนทำให้เขายิ่งงงหนัก
“หา...” ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกหงุดหงิด
“ก็ถ้าคุณไม่เริ่มเดินแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าอีกกี่วันถึงจะถึง” เธอเริ่มอธิบายให้ทหารหนุ่มฟัง “จากตรงนี้เดินทางข้ามเขาไปที่เมือง มันอาจจะใช้เวลากี่วันก็ได้ อาจจะเป็นหนึ่งวัน หนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน หรือหนึ่งปีก็ได้ ฉันจึงไม่รู้ว่าคุณจะเริ่มเดินต่อตอนไหน ต่อเมื่อคุณเดินเท่านั้นฉันจึงรู้ว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณเท่าไหร่” คำอธิบายของหญิงชราเริ่มทำความกระจ่างชัดในหัวของทหารหนุ่ม
“มันก็เหมือนกับฉันนั่นแหละ ในใจก็อยากเดินทางไปหาลูกในเมืองตั้งนานแล้ว แต่ก็ไปไม่ได้เพราะร่างกายไม่แข็งแรง หากเป็นฉันพยายามจะเดินทางไปที่เมืองเอง อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านั้นมาก หรือบางทีอาจไม่สามารถเดินทางไปถึงในสภาพนี้แล้วก็ได้”
ทหารหนุ่มเริ่มคิดในใจ จริงสินะ คนที่คิดว่าจะทำแต่ไม่ลงมือทำสักที งานก็ไม่อาจเสร็จแล้ว แต่ต่างกับคนที่ลงมือทำ ทุกอย่างอยู่ที่การจะเริ่มหรือไม่เริ่มเท่านั้น หากเราคิดที่จะเริ่ม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นชีวิตของเราเอง และมันอาจส่งผลอันยิ่งใหญ่ในภายหลังให้กับคนหมู่มากด้วย
ความรู้สึกสังเวชผุดพรายขึ้นในใจอย่างไม่ทันตั้งตัว พวกเจ้านายและเสนาบดีมากมายต่างเอาแต่คิด แต่ไม่มีแม้สักคนจะเริ่มปฏิบัติ มันเลยทำให้เมืองของเขาไม่เจริญขึ้นสักที
ยายเฒ่าอำลาส่งชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มพราย ทหารหนุ่มรีบออกเดินทางจากไป แต่ในใจก็ยังคิดถึงสิ่งที่ได้รับจากกระท่อมหลังนั้นตลอดการเดินทาง “คิดได้แล้วไม่ทำ เท่ากับว่าไม่ได้คิดสินะ” ชายหนุ่มเปรยในใจ
“ผมกำลังรีบไปที่เมืองหลวงเพื่อส่งข่าวครับ หากไปไม่ทันทหารทุกคนอาจจะต้องตาย คุณยายพอจะช่วยบอกทางไปเมืองหลวงให้ผมได้ไหมครับ”
“บอกทางรึ?” หญิงชราย้อนคำถามพลางจ้องมองที่ทหารหนุ่มอย่างน่าสงสัย เธอยันตัวลุกขึ้นจากที่นั่งและชี้นิ้วไปที่ภูเขาด้านหลัง “ไปทางนี้ เดินข้ามเขาไปก็จะถึงเอง”
“ขอบคุณมากครับ แล้วผมต้องเดินทางกี่วันผมถึงจะถึงที่หมายล่ะครับ” ทหารรีบยิงคำถามอย่างรีบร้อน หญิงชรามองดูชายหนุ่มอีกครั้ง เธอยักไหล่พลางค่อยนั่งลงกับม้าโยกตัวเดิม ทหารหนุ่มคิดว่าเธออาจไม่ได้ยินที่เขาพูด จึงพูดกลับไปใหม่ว่า
“คุณยายครับ ถ้าไปทางนี้ผมต้องเดินทางกี่วัน ผมถึงจะถึงครับ”
ไร้เสียงตอบรับจากหญิงชรา ราวกับเธอไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด พลันหยิบผ้าที่ยังถักไม่เสร็จขึ้นมาถักต่อ เธออาจจะหูไม่ดี เขาคิดในใจ แล้วพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นว่า
“คุณยายครับ ถ้าไปทางนี้ผมต้องเดินทางกี่วัน ผมถึงจะถึงครับ”
หญิงชรายังคงไม่ไหวติง ทหารหนุ่มเริ่มสงสัยกับท่าทางของเธอ บางทีหญิงคนนี้อาจจะสติไม่ดีก็ได้ แต่ยังไงลองถามดูอีกครั้งคงไม่เสียหาย
“คุณยาย! คุณยายครับ! ถ้าไปทางนี้ผมต้องเดินทางกี่วัน ผมถึงจะถึงครับ!” ตอนนี้เสียงของทหารหนุ่มกลายเป็นเสียงตะโกน มันดังจนหญิงชราหันขวับมาดู
ได้ผลเขาคิด ...แต่สายตานั้นจ้องเขม็งแต่ก็เบือนกลับไปแล้วนั่งถักผ้าของเธอต่อเหมือนเดิม ยายนี่คงเป็นบ้าหรือสติไม่ดีแน่ๆ เรามัวเสียเวลาอะไรอยู่กับคนบ้านะ สู้เอาเวลาไปเดินทางให้ถึงเมืองเร็วๆดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นทหารหนุ่มจึงเลิกสนใจหญิงชราพลางมุ่งเดินหน้าเพื่อจะไปให้ถึงเมืองของเขา
“สองวัน!” เสียงตะโกนไล่หลังตามาติดๆหลังจากที่เขาออกเดินไปได้ซักพัก เป็นเสียงของหญิงชราที่ทำให้เขาต้องรีบวกกลับมาหาเธออีกครั้ง
“เมื่อกี้ยายว่าอะไรนะ” ทหารถามเธอซ้ำ
“ฉันบอกว่าสองวัน” หญิงชราตอบ
“แล้วทำไมยายไม่รีบบอกฉันตั้งแต่ตอนที่ฉันถามล่ะ ทำไมพึ่งมาบอกตอนที่ฉันกำลังจะไป” เขาถามอย่างสงสัย
“แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าคุณจะเดินทางไปถึงเมื่อไหร่” หญิงชราย้อนทำให้เขายิ่งงงหนัก
“หา...” ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกหงุดหงิด
“ก็ถ้าคุณไม่เริ่มเดินแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าอีกกี่วันถึงจะถึง” เธอเริ่มอธิบายให้ทหารหนุ่มฟัง “จากตรงนี้เดินทางข้ามเขาไปที่เมือง มันอาจจะใช้เวลากี่วันก็ได้ อาจจะเป็นหนึ่งวัน หนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน หรือหนึ่งปีก็ได้ ฉันจึงไม่รู้ว่าคุณจะเริ่มเดินต่อตอนไหน ต่อเมื่อคุณเดินเท่านั้นฉันจึงรู้ว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณเท่าไหร่” คำอธิบายของหญิงชราเริ่มทำความกระจ่างชัดในหัวของทหารหนุ่ม
“มันก็เหมือนกับฉันนั่นแหละ ในใจก็อยากเดินทางไปหาลูกในเมืองตั้งนานแล้ว แต่ก็ไปไม่ได้เพราะร่างกายไม่แข็งแรง หากเป็นฉันพยายามจะเดินทางไปที่เมืองเอง อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านั้นมาก หรือบางทีอาจไม่สามารถเดินทางไปถึงในสภาพนี้แล้วก็ได้”
ทหารหนุ่มเริ่มคิดในใจ จริงสินะ คนที่คิดว่าจะทำแต่ไม่ลงมือทำสักที งานก็ไม่อาจเสร็จแล้ว แต่ต่างกับคนที่ลงมือทำ ทุกอย่างอยู่ที่การจะเริ่มหรือไม่เริ่มเท่านั้น หากเราคิดที่จะเริ่ม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นชีวิตของเราเอง และมันอาจส่งผลอันยิ่งใหญ่ในภายหลังให้กับคนหมู่มากด้วย
ความรู้สึกสังเวชผุดพรายขึ้นในใจอย่างไม่ทันตั้งตัว พวกเจ้านายและเสนาบดีมากมายต่างเอาแต่คิด แต่ไม่มีแม้สักคนจะเริ่มปฏิบัติ มันเลยทำให้เมืองของเขาไม่เจริญขึ้นสักที
ยายเฒ่าอำลาส่งชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มพราย ทหารหนุ่มรีบออกเดินทางจากไป แต่ในใจก็ยังคิดถึงสิ่งที่ได้รับจากกระท่อมหลังนั้นตลอดการเดินทาง “คิดได้แล้วไม่ทำ เท่ากับว่าไม่ได้คิดสินะ” ชายหนุ่มเปรยในใจ
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑
ผู้ว่าฯ ปทุมธานี คาดน้ำท่วมขังพื้นที่ จ.ปทุมฯ จะกินนานถึงวันลอยกระทง น่าห่วงโรงเรียนและนักเรียนในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง
น่าเห็นใจคนปทุมผู้นำทางการศึกษามาพักร้อนไม่กล้าทำอะไรมากถ้าทำมากเขาจะแห่ไล่เหมือนผอ ศศิธรนะอยู่ไปวันดืแล้วการศึกษาจะได่เข้มแข๊ง
อ่านแล้วได้ทั้งสาระ ความรู้ และความบันเทิง เป็นแบบอย่างของผู้ใหญ่ได้ดีครับท่าน ผอ.
เขต สพป.ปท.1 ได้เงินตกเบิกวิทยฐานะแล้วดีจัง