ผู้เขียนขอเขียนบันทึกต่อจากบันทึกนี้นะครับ เพิ่งมีเวลาว่างเข้ามาเขียนข้อมูลเพิ่ม ผู้เขียนมาที่ประชุมสายไปเล็กน้อย ท่านบาทหลวงบาทหลวงสุรชัย กิจสวัสดิ์ ซึ่งทำหน้าที่ผู้แทนรับใบอนุญาตและผู้จัดการทำพิธีเปิดการอบรมแล้ว(รู้สึกผิดปกติผู้เขียนจะไปก่อนเวลา แต่วันนี้ตอนเช้าฝนตก รถติดมากๆ)

 ผู้เขียนไปถึงเห็นคุณครูกำลังทำกิจกรรมกลุ่มกันอยู่เลย เลยไปยืนยิ้มเฉยๆ ครูที่อยู่ใกล้ๆก็เลย งง งง คุณครูกนกวรรณ กล่าวแนะนำวิทยากร ผู้เขียนเลยเริ่มกระบวนการ ตอนเข้าไปในห้องประชุมครั้งแรก มีเก้าอี้นั่งอยู่ ผู้เขียนเลยให้เอาเก้าอี้ออก และได้ยก Notebook ตัวเองที่อยู่บนเวทีมาอยู่ข้างล่าง(แม่สอนมาดีไม่ให้นั่งสูงกว่า สว ฮ่าๆ) จริงๆแล้วผู้เขียนอยากให้บรรยากาศเป็นกันเอง ต้องการให้เหมือนว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พูดคุยกัน มากกว่าการอบรม …

ผู้เขียนเริ่มด้วยการละลายพฤติกรรมโดยใช้กิจกรรมปมมนุษย์ ( อ่านจุดประสงค์การดำเนินกิจกรรม ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมและการประเมินกิจกรรม  ได้ที่นี่ครับ )ปรากฏว่าห้องที่จัดกิจกรรมค่อนข้างแคบ เลยใช้เวลามาก ในระยะแรกครูยังแก้ปัญหาไม่ได้ ผู้เขียนเลยพยายามบอกว่า ต้องมีการวางแผน รอบที่สองใช้เวลาไวว่ารอบแรก หลังจากนั้นก็ช่วยกันสรุปว่า ครูทุกๆท่านได้เรียนรู้อะไรบ้าง(ในส่วนนี้จากแบบสะท้อนความคิดเห็น(Reflection)ครูสะท้อนว่า ได้เรียนรู้จากกิจกรรมนี้และสามารถเชื่อมโยงกิจกรรมนี้งานวิจัยได้)

  ผู้เขียนบรรยายโดยใช้เวลาไม่มากนัก เพราะต้องการให้ครูได้ลงมือปฏิบัติจริง ครูได้เขียนหัวข้องานวิจัยตนเองและจุดประสงค์ของงานวิจัย พร้อมทั้งเครื่องมือที่จะวิจัยมาส่งก่อนไปกินข้าวกลางวัน ผู้เขียนตรวจหัวข้องานวิจัย จุดประสงค์งานวิจัยและเครื่องมือที่ครูเอามาส่งของแต่ละคนพบว่า มีครูบางท่านยังเข้าใจผิด เช่นเมื่อให้เขียนเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ครูบางท่านเขียนว่า ไม้กวาด (ฮา)ที่หนักไปกว่านั้นคือ มีครูลอกวัตถุประสงค์ของงานวิจัยที่ผู้เขียนให้เป็นตัวอย่างในนี้ (ตรงนี้มีตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูลวิจัย) กลายเป็นเรื่องกาสอนคณิตศาสตร์เรื่องร้อยละ ที่ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ (ฮา) (เพราะผู้เขียนดันยกตัวอย่างเรื่องการสอนภาษาอังกฤษที่ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้  ทำไปได้...)

 

  ตอนบ่ายมีกิจกรรมผ่อนพักตระหนักรู้และนวดคลายเครียด(อ่านจุดประสงค์การดำเนินกิจกรรม ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมและการประเมินกิจกรรม  ได้ที่นี่ครับ  )

 

  หลังจากนั้นคุณครูก็แบ่งกลุ่มตามสาระการเรียนรู้ เพื่อเลือกงานวิจัยที่ดีที่สุดพร้อมตัวอย่างของการออกแบบเครื่องมือเพื่อออกมนำเสนอ แต่ก่อนทีจะนำเสนองานวิจัยของแต่ละกลุ่มพบว่าครูไม่ค่อยได้ฟังเพื่อนเท่าไร เลยทำกิจกรรมการฟังอย่างลึก(deep listening)

  เมื่อครูแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผู้ฟังแต่ละคนก็ช่วยกันวิพากษ์ ผู้เขียนเองชอบบรรยากาศที่เป็นมิตร ที่ช่วยเสนอแนะงานวิจัยที่ในแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ ผู้ฟังคนอื่นๆก็ได้เรียนรู้ไปด้วย…

 

  เวลาผ่านไปไวมาก ตอนสุดท้ายบาทหลวง บาทหลวงสุชาติ อุดมสิทธิพัฒนา ผู้อำนวยการอยากให้ผู้เขียนแจกใบประกาศนียบัตร แต่ผู้เขียนคิดว่าคุณพ่อผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้แจกใบประกาศให้แก่ครูแต่ละท่าน บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์มากกว่าผู้เขียนแจก

   ผู้เขียนชอบตอนคุณครูทั้งโรงเรียนสวด ผู้เขียนเองไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์แต่รู้สึกขนลุก ไปกับการสวดของคุณครูด้วย ผู้เขียนรู้สึกเสียดายที่เวลาค่อนข้างจำกัดเลยได้แลกเปลี่ยนความรู้กับคุณครูได้ไม่มากนัก ขอบคุณคุณครูทุกๆท่านที่ร่วมกิจกรรมและช่วยให้กิจกรรมผ่านไปได้ด้วยดี ขอบคุณทุกๆท่านมากครับที่เข้ามาอ่าน…