วันนั้นผมสอน ม.6/1 เรื่อง มิวเทชัน ก็ว่าไปเรื่อยตามเนื้อหาสาระ ที่นักเรียนชั้นนี้ควรจะรู้ มิวเทชันคืออะไร สาเหตุของมิวเทชัน มิวเทชันกับโรคมะเร็ง พูดถึงมะเร็งให้นักเรียนฟังครั้งใด รู้สึกแปล๊บๆขึ้นมาทุกครั้ง คิดถึงแม่ซึ่งจากไป เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วครับ 

มิวเทชันมีทั้งระดับยีนและโครโมโซม ระดับยีนอาจเพี้ยนเฉพาะที่(point mutation) เช่นกรณีการแทนที่คู่เบส(base-pair substitution) หรืออาจเพี้ยนยกแถบเลย(frameshift mutation) ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบมาก เช่นกรณีการเพิ่มขึ้น(insertion) หรือการขาดหายไป(deletion)ของนิวคลีโอไทด์  

ชั่วโมงแรกผมใช้ครูเป็นสำคัญ บรรยายให้นักเรียนฟังยาวเลย การสอนเช่นนี้ ถ้าชั่วโมงแรกพอไหว ความตั้งใจนักเรียนยังมีมาก ยังสดชื่นกันอยู่ แต่ถ้าเป็นชั่วโมงหลัง นักเรียนผมสมาธิไม่แก่กล้าขนาดนั้นครับ หมดความพยายามจะเรียนรู้เสียก่อน(ฮา) จึงวางแผนว่าชั่วโมงหลังหรือชั่วโมงถัดไป ซึ่งเรียนติดต่อกันนั้น จะใช้นักเรียนเป็นสำคัญบ้าง โดยการศึกษามิวเทชันระดับโครโมโซมด้วยตนเองจากหนังสือเรียน ซึ่งมีเนื้อหาสาระครบถ้วน สามารถเข้าใจเองได้  

เมื่อปีก่อนสอนเรื่องวิวัฒนาการ โดยให้เล่านิทานมาครั้งหนึ่งแล้ว นักเรียนทำได้ดีพอสมควรครับ ที่สำคัญทำให้ทราบว่าหลายคนเล่านิทานเก่ง รวมถึง นักเรียนส่วนใหญ่มีความสุขในการเรียน  

แล้วเนื้อหาสาระจะได้มั้ย จะพอเพียงต่อการนำไปใช้สอบเรียนต่อหรือเปล่า ผมก็เคยถามตัวเองเช่นนี้ครับ ถ้าคิดเฉพาะแง่สอบเรียนต่อ คำตอบที่ได้ คือ ได้น้อยและไม่เพียงพอ แต่ถ้าครูขืนเอาแต่บรรยาย นักเรียนขืนใจฟัง ก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี ประกอบกับนักเรียนผมน่าจะเป็นส่วนน้อยครับ ที่มุ่งหวังเรื่องสอบ สำหรับคนที่มุ่งหวังจริงๆ ปกติจะขวนขวายอ่านเพิ่มเติมเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะสอนด้วยวิธีใดก็ตาม   

แล้วนักเรียนจะได้อะไรกับการเรียนเสมือนเล่นเช่นนี้ นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ได้ทำงานร่วมกัน ฝึกแก้ปัญหา ได้นำเสนอผลการเรียนรู้ด้วยรูปแบบต่างไปจากเดิม รู้ว่างานจะสำเร็จได้ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่าง รวมถึงศาสตร์ในสาขาวิชาอื่น ใช้แต่วิทยาศาสตร์ หรือชีววิทยาอย่างเดียวไม่พอ ได้บูรณาการการเรียนรู้ตามหลักสูตรนั่นเองครับ ชีวิตประจำวันของคนเราจริงๆ ก็เรียนรู้อย่างนี้มิใช่หรือ?    

 

ชั่วโมงหลังหรือชั่วโมงที่สอง จึงให้นักเรียนแต่งกลอนอะไรก็ได้ เกี่ยวกับอาการอันเนื่องมาจากความผิดปกติของโครโมโซม ซึ่งเป็นผลจากมิวเทชัน พยายามเน้นว่า กลอนอะไรก็ได้ สัมผัส ไม่สัมผัส ได้ทั้งนั้น นักเรียนทั้งห้องทำท่าแปลกใจ คงสงสัยว่าวันนี้ครูจะมาไม้ไหน คนหนึ่งถาม “กลอนไม่สัมผัสมีด้วยหรืออาจารย์” ผมรีบตอบเลย “มีสิ! กลอนเปล่าไง กลอนไฮคุของญี่ปุ่นก็ไม่มีสัมผัสนะ เขียนไปเถอะ” ในใจก็นึก “จะไหวไหมเนี่ย” เพราะเสียงบ่น รวมถึงหลายคนดูกังวล  

นักเรียนแต่งกลอนไป คุยเล่นหยอกล้อกันไป ยิ้มแย้มแจ่มใสดี ดูเหมือนจะร่าเริงกว่าปกติด้วยซ้ำ พยายามสังเกตอย่างไม่เข้าข้างตัวเองแล้วนะครับ(ฮา) ก็เมื่อครู่ยังบ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่เลย เปลี่ยนอารมณ์กันเร็วจัง แต่นักเรียนที่จัดว่าเรียนเก่งคนหนึ่ง ยังบ่นเหมือนเดิม บ่นไม่หยุดครับ “หนูแต่งไม่ได้ ไม่รู้จะแต่งอย่างไร”

อท้ายชั่วโมง เวลาใกล้หมด เสียงเริ่มเงียบ ทุกคนตั้งใจขึ้นมาก เพื่อให้งานเสร็จทันตามเวลาที่กำหนด ช่วงนี้ยังแหย่นักเรียนเล่นเลยครับ “บังคับให้แต่ง ทั้งที่ลูกศิษย์มีอารมณ์จะแต่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ แถมให้เสร็จในชั่วโมงเดียวเสียด้วย เฮ้อ! ครูหนอครู”  

โดย น.ส.ดาริกา ใจช่วย   

โรคมาใหม่ กลุ่มอาการ คริดูชาต์                 โครโมโซม คู่ที่ห้า ขาดหายไป  

ลักษณะ ศรีษะเล็ก หน้ากลมใหญ่               ปัญญาอ่อน อาจอยู่ได้ เพียงไม่นาน   

โครโมโซม คู่ยี่สิบเอ็ด นั้นเกินมา                ลักษณะ หางตา ชี้ขึ้นคาน 

ปัญญาอ่อน เตี้ยแคระ คอสั้นบาน                กลุ่มอาการ นี้เรียกดาวน์ ซินโดรมเอย 

กลุ่มอาการ พาทัว ซินโดรมหนา                 โครโมโซม คู่สิบสาม มาเกินเลย 

ปากแหว่ง ตาเล็ก อยู่ไม่เฉย                     ปัญญาอ่อน ไปเลย หรืออาจตาย 

โรคที่สี่ กลุ่มอา-การเอ็ดเวิร์ด                     เด็กที่เกิด ใบหูผิด-รูปไปหลาย 

โครโมโซม คู่สิบแปด เพิ่มอันตราย              แถมยังท้าย-ทอยโหนก ดูไม่ดี 

เป็นเพศหญิง รูปร่างเตี้ย หน้าแก่ๆ               มันดูแย่ โครโมโซม Xไม่มี 

หายไปหนึ่ง เป็นหมัน ทั้งชีวี                      อาการนี้ เรียกเทอร์-เนอร์ซินโดรม 

เป็นผู้ชาย ตัวสูง กว่าคนอื่น                       ไม่ชื่นมื่น เพื่อนๆต้อง ปลอบประโลม 

อาการนี้ เรียกXY-Yซินโดรม                      โครโมโซม Yนั้น เพิ่มขึ้นมา 

กลุ่มอาการ ไคลน์เฟล-เทอร์ซินโดรม            โครโมโซม Xเพิ่ม มาหนักหนา 

เป็นเพศชาย สะโพกใหญ่ ไม่งามตา             แถมยังหน้า-อกใหญ่ คล้ายหญิงเอย 

โดย น.ส.กนกวรรณ ภาคภูมิ  

โครโมโซม คู่ที่ห้า ที่ผิดไป                       ก่อเกิดได้ โรคคริดูชาต์ 

หางตาชี้ ตาห่าง อ่อนปัญญา                     บอกได้ว่า เป็นอาการ ของโรคดาวน์ 

ปากแหว่ง ตาเล็ก หูไม่ได้ยิน                     เป็นพาทัวซินโดรม ดังที่กล่าว 

เอ็ดเวิร์ดซินโดรม มีคำบอกไม่ยาว                ดังจะกล่าว ท้ายทอยโหนก มือกำแน่ 

โรคต่อไป คือ เทอร์เนอร์ซินฯ                     เกิดเป็นหญิง รูปร่างเตี้ย หน้าแก่ 

เป็นชายสูง กว่าปกติ ไม่ดีแน่                      เพราะอาจแย่ XYY คงถามหา 

ต่อไปนี้ เป็นโรคอาการสุดท้าย                    จะบรรยาย ชายที่ยาว ทั้งแขนขา

หน้าอกใหญ่ สะโพกผาย คล้ายมารดา           นี่แหละหนา ไคลน์เฟลเทอร์ซินโดรม  

หลังตรวจผลงาน ผมพบอย่างหนึ่งครับว่า นักเรียน 3-4 คน จากทั้งห้อง 22 คน ปกติพวกเธอจะเรียนอยู่ในระดับกลางๆหรือท้ายๆห้องเท่านั้น แต่การแต่งกลอนกลับจัดอยู่ในอันดับต้นๆเลยทีเดียว ขณะที่นักเรียนคนหนึ่งแต่งไปบ่นไป(ฮา) ปกติแล้วเธอเรียนดีเป็นอันดับต้นๆของห้องครับ แต่เธอกลับเขียนกลอนได้ไม่ดี แสดงสาระสำคัญไม่ครบ แต่งไม่จบ ไม่สามารถทำให้ทันในเวลาที่กำหนด หากจัดอันดับก็ต้องท้ายๆ  

ไม่เก่งอย่างหนึ่ง แต่อาจจะเก่งอีกอย่างหนึ่ง เก่งอย่างหนึ่ง แต่อาจจะไม่เก่งอีกอย่างหนึ่งก็ได้ เป็นธรรมชาติของคน ที่สำคัญเป็นงานของครู ซึ่งต้องเร่งสังเกตลูกศิษย์ตัวเองให้พบ   

นักการศึกษาเรียกพหุปัญญาครับ

(ขอบคุณเว็บไซต์และบล็อกที่เกี่ยวข้อง)