แต่ก็ได้ใช้แนวทาง ลด - ละ - แล้วก็เลิกครับ

          ได้เขียนบันทึกไว้เป็นตอนๆ เกี่ยวกับการกินการอยู่อย่างง่ายๆ ตามอัตภาพของผมเองไว้หลายตอน ตั้งแต่ตอนแรกสิงห์ป่าสัก - KMนักส่งเสริมการเกษตร - ชีวิตกับความพอเพียง : 1 ...  จนถึงตอนหลังสุด ชีวิตกับความพอเพียง : 18. มีกิน..มีใช้ 

           ห่างจากบล็อกเป็นแรมเดือน  วันนี้จึงขอบันทึกต่อ  แม้จะเป็นเรื่องเล่าและเป็นเล็กๆ ของตัวผมเองแต่ก็ขอบันทึกไว้เพื่อเป็นการ ลปรร. และพร้อมรับข้อคิด-คำชี้แนะจากทุกท่านที่ได้ผ่านเข้ามาด้วยความยินดีนะครับ

           หลายปีมานี้ช่วงที่พระท่านเข้าพรรษา  ผมก็จะถือโอกาสลดและบางครั้งก็อดอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับพระด้วยเสมอ  ไม่ได้ถือศีลกินสองมืออะไรกับเขานะครับ  แต่ถือโอกาสลด-อด  เพื่อไม่ให้อ้วนมากเกินไป  สาเหตุก็ไม่มีอะไรมากครับเพียงแต่ว่าไม่อยากเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยว่างั้นเถอะ...อิอิ 

           ปีหนึ่งๆ  ลดบ้างอดบ้างช่วงที่พระเข้าพรรษาประมาณ 3 เดือน ก็พอจะลดน้ำหนักได้ลงบ้าง 2-3 กิโลกรัมเสมอๆ   หรือบางช่วงก็จะมีโปรแกรมเพิ่มโดยอดอาหารเป็นวันๆ ไปเลย(แต่ทานผลไม้บ้าง)   รับรองครับว่าอดเพียงมื้อเดียวต่อวันหรืออดบ้างบางวันไม่ตายแน่ครับ  ไม่ต้องห่วงร่างกายเขาปรับตัวได้เสมอ  ผมเคยอดอาหารถึง 6 วัน ไม่ตายแน่นอนครับ

           เริ่มแรกในการจะลด-ละ-เลิกอาหารมื้อเย็นนั้นก็หนักหนาสาหัสพอสมควรเหมือนกันนะครับ  เพราะว่าร่างกายนั้นเคยชินกับการได้รับอาหารเป็นปกติกว่าจะอดได้  แต่ก็ได้ใช้แนวทาง

          ...........  ลด   -    ละ    -     แล้วก็เลิกครับ  ..........

          โดยค่อยๆ    ลดอาหารมื้อเย็นลงๆ....(แต่มื้อเช้า-กลางวันปกติ) จนไม่ต้องทานอะไรเลยในตอนเย็นยกเว้นน้ำเปล่า  พอทำได้ร่างกายจะมีความสดชื่นและไม่รู้สึกว่าตัวเราเบาลงไปมาก   ร่างกายมีความรู้สึกสบายๆ  อย่างแปลกประหลาด

          ท่านที่คิดว่าตัวเองเริ่มมีน้ำหนักตัวมาก(ไม่ได้บอกว่าอ้วนนะครับแค่ท้วมๆ)  จะลองใช้วิธีการที่ผมทำนี้ก็ได้นะครับ  คิดว่าหลายท่านก็คงรู้แล้ว  เพียงแต่ทำไม่ค่อยได้เท่านั้นเอง  ไม่ต้องทานยา  ไม่ต้องโหมออกกำลังกายมาก  เพียงแต่ค่อยๆ ลดแล้วก็งดอาหารมื้อเย็นลงมื้อเดียวเท่านั้น  รับรองว่าผอมลงแน่ๆ (แต่ต้องไม่ไปเพิ่มปริมาณอาหารสองมื้อแรกไปมากกว่าปกติเพื่อชดเชยนะครับ)

           เป็นประสบการณ์หนึ่งที่บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

สิงห์ ป่าสัก   2 มิ.ย. 2553