2 วันมานี้ ได้ดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นบางตอน ได้เห็นการนำภาพและคลิปวิดีโอระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดงมาแสดง ภาพและวิดีโอจำนวนหนึ่งเป็นภาพการ์ด นปช. เลยเกิดคำถามขึ้นในใจว่า การชุมนุมโดยสงบอย่างสันติอหิงสาควรมีการ์ดหรือไม่?
หากยึดเอาตามแบบคานธีที่เป็นต้นแบบของการต่อสู้แบบสันติอหิงสา ก็ตอบได้ทันทีว่า ไม่ควรมี
ไม่ต้องมีการ์ดเพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่า ผู้ชุมนุมมีจิตใจกล้าหาญ มั่นคง ไม่กลัว มีความรัก ความเมตตา ต่อผู้ที่เราเรียกร้องให้เขาเปลี่ยนพฤติกรรม ให้กระทำ หรือไม่กระทำการตามที่เราเรียกร้อง จึงไม่มีการ “ตอบโต้” ด้วยกำลัง ไม่ว่าด้วยมือเปล่า ขวดน้ำ ก้อนหิน หรืออะไรทั้งสิ้น และไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
ตัวอย่างเช่นที่คานธีนำชาวอินเดียต่อสู้กับกฏหมายเกลือของเจ้าอาณานิคมอังกฤษ เป็นกฏหมายที่ห้ามชาวอินเดียทำเกลือจากน้ำทะเล ในครั้งนั้นตำรวจอินเดียใช้กระบองตีผู้ชุมนุม คานธีได้บอกผู้ชุมนุมไว้ไม่ให้ตอบโต้ ยอมให้ตีอย่างสงบ กระทั่งไม่ยกมือขึ้นป้องกันตัวด้วย ปรากฏว่าไม่มีผู้ชุมนุมคนใดตอบโต้เลย ยอมให้ตี ผลคือตำรวจตีไปได้ไม่กี่คน ก็ตีเบาๆ จนในที่สุดก็หยุดตี ยอมขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา เพราะทำใจไม่ได้เองกับการตีคนไม่รู้จัก ไม่มีอะไรโกรธแค้นกันมาก่อน แถมยังไม่ต่อสู้อีก ตีเขาที่กายแต่ใจผู้ตีเจ็บเองทุกครั้งที่ตีลงไป เหมือนแม่ตีลูกเจ็บกาย แต่แล้วแม่ก็เจ็บที่ใจตนเอง(เสมอ) ด้วยเหตุแห่งรักที่แม่มีต่อลูก
อีกครั้งหนึ่งมีการชุมนุมของคนงานที่บอมเบย์ ตำรวจม้าขี่ม้าลุยเข้าไปกลางผู้ชุมนุมจนมีคนบาดเจ็บ ผู้ชุมนุมได้ทำร้ายตำรวจคนหนึ่งถึงชีวิต คานธีเสียใจกับเรื่องนี้มาก ท่านกล่าวว่าเป็นความผิดของท่าน "ความผิดครั้งนี้ของข้าพเจ้าใหญ่เท่าภูเขาหิมาลัย" ท่านบอกกับผู้ร่วมงานว่า ความยากลำบากของการชุมนุมโดยสันติแบบอหิงสาอยู่ที่การให้การศึกษากับประชาชนที่มาร่วมชุมนุมว่า ภายในจิตใจของผู้ชุมนุมต้องสงบสันติก่อน การชุมนุมจึงจะสงบสันติได้
ต่อมาคานธีได้ตั้งหน่วยอบรมเรื่องนี้ขึ้น ทำการอบรมอย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศ จนกระทั่งอินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษโดยไม่ได้ทำสงครามด้วยอาวุธ เรียกว่า ชนะด้วยใจที่ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมด้วยใจที่สงบ สันติ และด้วยความรักต่อมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง คานธีบอกว่า เราต้องรักและเมตตาต่อผู้ที่กระทำการไม่เป็นธรรมให้ได้ เราบอกเขาด้วยความรักถึงความไม่เป็นธรรมที่เขากระทำ และต้องอดทน ให้เวลาเขา แม้ต้องใช้เวลานานเพียงใดก็อดทนรอ โดยเชื่อว่าในที่สุด ธรรมย่อมชนะอธรรม และเชื่อว่า ใครทำกรรมใดย่อมได้รับผลแห่งการกระทำนั้น การบอกการเตือนเขาเป็นการแสดงความเมตตาของเราต่อเขา
ผมเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ และคิดว่าสามารถประยุกต์ได้ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือเสื้อสีอะไรก็ตาม.
สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
2 มิถุนายน 2553