ไม่ขอรับเบี้ยผู้พิการเพราะเป็นปมด้อยให้ลูก

เรื่องที่อยากแบ่งปันในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ประทับใจฉันมากถึงความรักที่มีต่อลูกของแม่คนหนึ่ง จากการที่ฉันได้รับข้อมูลจากอสม. เล่าให้ฟังถึงการสำรวจขึ้นทะเบียนคนพิการของตำบลแห่งหนึ่งในพื้นที่รับผิดชอบของฉันว่ามีผู้พิการที่ปฏิเสธการขึ้นทะเบียนและไม่รับเบี้ยผู้พิการเดือนละ 500 บาท ซึ่งทำให้ฉันอยากรู้มากว่าทำไมครอบครัวนี้ถึงได้ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากราชการ เมื่อเดินทางมาถึงบ้านผู้พิการฉันได้พบกับแม่และตา ยายของน้องต้น ซึ่งพิการแต่กำเนิดจากการไม่มีรูทวารและตอนนี้น้องต้นอายุได้10 ปีแล้วและกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้นป.3 ซึ่งแม่ได้เล่าให้ฟังว่าลำบากมากในการดูแลน้องต้นตั้งแต่เล็กๆต้องพาไปตรวจรักษาทั้งโรงพยาบาลใกล้บ้านและโรงพยาบาลศูนย์ได้รับการผ่าตัด3-4 ครั้งที่เป็นการผ่าตัดใหญ่และการนัดไปตรวจติดตามผลอีกเดือนละ2-3 ครั้งในช่วงแรกๆและตอนนี้นัดห่างขึ้นเป็นเดือนละ1-2 ครั้ง ครอบครัวของน้องต้นเล่าถึงความลำบากในการดูแลรวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆที่ตามมาฉันได้รับฟังแล้วจึงถามต่อในเรื่องที่สงสัยคือแล้วทำไมครอบครัวนี้ถึงไม่ยอมรับความช่วยเหลือ แม่ของน้องต้นเล่าให้ฟังว่าในเรื่องนี้ชาวบ้านหลายคนก็ว่าให้เขาเหมือนกันว่าทำไมถึงโง่ไม่ยอมรับเงินช่วยเหลือ แต่แม่ของน้องต้นยังมีความหวังว่าสักวันน้องต้นจะหายเป็นปกติเหมือนคนอื่นๆไม่อยากให้ลูกต้องมีตราบาปติดตัวว่าเป็นผู้พิการในตอนที่โตขึ้นต้องไปสมัครงานต่างๆ ถึงแม้ว่าครอบครัวจะมีความจำเป็นต้องใช้เงินก็ตามแต่เบี้ยผู้พิการที่ได้เดือนละ 500 บาทครอบครัวเรามีปัญญาหาได้อยู่ ซึ่งเมื่อ 5 ปีก่อนพ่อของน้องต้นไปทำงานหาเงินที่ไต้หวันเพื่อส่งมาจุนเจือครอบครัวแต่หลังจากไปแล้วไม่ทราบข่าวอีกเลยว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรภาระต่างๆจึงตกเป็นของแม่น้องต้นที่ต้องออกไปหางานทำและส่งเงินมาให้ครอบครัวแทนสามี ในตอนที่น้องต้นยังเล็กๆอยู่ทางชุมชนมักจะพูดกับตา ยายของน้องต้นว่าให้พาหลานกลับไปอยู่บ้านเพราะจะมีกลิ่นอุจจาระติดตัวน้องต้นตลอดเวลาและพออายุประมาณ 3-4 ขวบขอไปศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านแต่ทางศูนย์เด็กมีภาระต้องดูแลค่อนข้างมากและมีพี่เลี้ยงเพียง 2คน จึงจำเป็นที่จะต้องพาน้องต้นไปเรียนที่โรงเรียนเอกชน ที่มีครูคอยดูแลเปลี่ยนpampers ให้ทุกวันและในตอนนี้เราต้องจ่ายค่าpampers เดือนละประมาณ 6-8 ห่อราคาห่อละประมาณ200 กว่าบาทเพราะต้องใส่ให้ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งน้องต้นต้องสวนทุกวันเมื่อก่อนวันละ 2 ครั้งแต่ตอนนี้เหลือแค่วันละครั้งและน้องต้นจะมีปัญหาการติดเชื่อทางเดินปัสสาวะอยู่ตลอดต้องทานยาเยอะมากแต่น้องต้นก็เป็นเด็กที่สุขภาพจิตดี ร่าเริงแจ่มใส ไม่คิดน้อยใจในตนเองและเริ่มเรียนหนังสือได้อย่างเต็มที่เพราะทางโรงพยาบาลเริ่มนัดห่างไปแล้ว ฉันได้รับฟังเรื่องราวนี้แล้วรู้สึกถึงความรักที่ครอบครัวมีให้แก่น้องต้นเป็นการป่มเพาะต้นกล้าเล็กๆให้เติบโตอย่างมีคุณค่าต่อไป