ลูกเสืออยู่ไหน ทำอะไรให้รีบมา อย่ามัวรอช้าให้เนิ่นนานไป พวกเราลูกเสือเชื้อพงษ์เผ่าทำอะไรให้รีบมา ชี้ ชี ฉา ฉ่า ทำเป็นเดิน อย่ามัวหลงเพลินชมพฤกษ์ไพร ก้มๆ เงยๆ มัวทำอะไร รู้ไหมเพื่อนคอย...

 

 

 

 

       วันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2553  กองลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่โรงเรียนวัดท่าไชยได้ยกพลกันไปสร้างค่ายลูกเสือชั่วคราวที่ อุทยานแห่งชาติพุเตย  อ.ด่านช้าง  จ.สุพรรณบุรี     ออกเดินทางจากโรงเรียนวัดท่าไชยเช้าวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 09.00น.เช้าถึงอุทยานแห่งชาติพุเตยเวลาประมาณ 12.00น.

       เมื่อไปถึงค่ายก็ให้ลูกเสือและเนตรนารีได้รับประทานอาหารกลางวันก่อน  (กองทัพเดินด้วยท้องค่ะ อิ..อิ..) หลังจากนั้นก็เข้าสู่พิธีเปิดค่ายลูกเสือ และเข้าสู่การเรียนรู้วิชาชาวค่าย และวิชาบุกเบิก (ทั้งหมด 12 ฐาน)

       เวลาประมาณ 16.30น. เป็นช่วงเวลาของการสร้างที่พักแรม หุงหาอาหาร เรื่องการกางเต้นท์นี่ ส.บ.ม.ย.ห  แต่การหุงหาอาหารนี่สิ ครูพี่เลี้ยงประจำหมู่นกพิราบอย่างครูตุ๊กแกลุ้นมากว่าจะช่วยเด็กๆจุดไฟหุงข้าวติดไหม  ก็ออกจะแม่ศรีเรือนซะขนาดนี้ ยิ่งพี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่าเมื่อคืนฝนตกหนักมาก  (พระเจ้า....แล้วแบบนี้กิ่งไม้ชายป่าที่จะนำมาทำฟืนก็เปียกหมดน่ะสิ 

       แต่..ความพยายามอยู่ที่ไหน  ความพยายามก็อยู่ที่นั่น อิ..อิ..สำเร็จจนได้

       ระหว่างที่ให้ลูกเสือและเนตรนารีกำลังรับประทานอาหารเย็นฝีมือตัวเองอย่างเอร็ดอร่อยนั้น  ครูตุ๊กแกก็มีหน้าที่ชิมอาหารที่แต่ละหมู่ทำมาส่ง(โอ่ย...โอ๊ย....กว่าจะชิมครบ 26 หมู่  จะต้องวิ่งหาห้องน้ำก่อนไหมเนี่ย คริ..คริ) บางหมู่ทำได้น่าทานมาก ปลาราดพริกงี้ ผัดกระเพราปลาหมึกอย่างนี้  แต่บางหมู่ก็เป็นอาหารยอดนิยมคือ  ยำปลากระป๋อง  ก็ยังดีอย่างหน่อยยังมีพริกมีมะนาวมีน้ำปลามาพอมีรสชาติ  แต่บางหมูน่า.....มาก  เปิดปลาเทออกจากกระป๋องแล้วก็นำมาส่งเลย (เอ่อ....ใช้เวลาทำนานไหมเนี่ย..)

       ระหว่างรอครูตุ๊กแกชิมแต่ไม่มีภาพมาให้ชม  ชมภาพพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาแทนไปก่อนนะคะ (ของจริงสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

       ประมาณ 19.00น เมื่อพระอาทิตย์ลาฟากฟ้าความมืดก็เข้าปกคลุม และแล้วเวลาแห่งการเข้าฐานผจญภัยก็เริ่มขึ้น   ฐานผจญภัยนี้มีทั้งหมด 13 ฐาน  (ของครูตุ๊กแกประฐาน ป๊อปอายไต่ราว)  อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคืนก่อนหน้านั้นฝนตก  แค่ทางได้ไปประจำฐานต่างๆก็โหดพอแล้วเพราะต้องลุยเข้าไปในป่า  ยิ่งฝนตกดินแฉะ  โอ๊ยๆๆๆๆ ลื่นมากๆๆๆๆๆ แถมยังโดนตัวอะไรก็ไม่รู้ตัวเล็กๆคันๆไต่ทั้งคืน (พระเจ้า......)  ในป่ากลางคืนนี่มืดและเงียบมากลองปิดไฟฉายดู  โอ้โฮ...ถ้าให้มาหลงอยู่ในป่าคนเดียวคงนั่งร้องไห้ แงๆๆๆ แน่ คริ..คริ...  กว่าจะเสร็จสิ้นการผจญภัยในค่ำคืนนี้เวลาก็ล่วงเลยเข้าไปเที่ยงคืนกว่า (กว่าจะอาบน้ำเสร็จและล้มตัวลงนอนก็ตีหนึ่งกว่าง่วงชะมัด.....)

        วันที่ 7 กุมภาพันธ์

        ปี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ  เวลา 05.00 น.  เสียงนกหวีดดังได้เวลาออกกำลังกายสดชื่นยามเช้าแล้ว  เช้านี้ครูตุ๊กแกลุกขึ้นมานำลูกเสืออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค(แบบประหลาดๆๆๆ)  พอได้เหงื่อก็ให้ลูกเสือไปหุงหาอาหารปฏิบัติภารกิจส่วนตัว  รับการตรวจค่าย และเตรียมเดินทางไกล  จุดมุ่งหมายของการเดินทางไกลครั้งนี้คือ ป่าสนสองใบ (ได้ยินแว่วๆว่าระยะทางทั้งไปและกลับประมาณ 24 กิโล  เป็นทางขึ้นเขาและชันมาก  ชิวๆๆๆ เพราะไปพิชิตมาแล้วสองรอบ  รอบนี้จะเป็นรอบที่ 3 คริ..คริ..) 

        การเดินทางไกลนี้เราจะผ่านสุสานเลาด้าแอร์ด้วยค่ะ จำเหตุการณ์เครื่องบินตกที่คร่าชีวิตผู้โดยสารเมื่อหลายสิบปีก่อนได้ไหมคะ (จุดที่จะผ่านนั้นป้ายเขียนไว้ว่ามี 223 ศพค่ะ บรื๋อๆๆๆๆ)

 10.00น. ได้เวลาออกเดินทางแล้วค่ะ ตามมาเลยค่ะ

        เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางถึงจุดพักรถที่1 ก็เลยเวลาอาหารกลางวันมาแล้วแวะทานอาหารกันก่อนนะคะ  ตรงนี้มีจุดชมวิวด้วยค่ะ

        อิ่มท้องแล้วออกเดินทางกันต่อค่ะ ช่วงนี้ชันมาก  อ้าวแล้วบรรดาลูกเสือหายไปไหนกันหมดล่ะ.......... แหล่วๆๆๆๆแล่วๆๆๆ แล้วววววว 

       อ้าวตามไม่ทัน ว้า....มีเรื่องสารภาพค่ะ  ปีนี้ครูตุ๊กแกไม่สามารถไปพิชิตยอดเขาสนสองใบได้ด้วยข้อจำกัดของร่างกาย(แต่ใจสู้)  และที่สำคัญมัวแต่หาห้องน้ำในป่ากันอยู่ออกมาอีกที  เขาหายไปไหนกันแล้วนี่  เดินตามไปได้สักพักเห็นท่าจะไม่ทันแน่เพราะได้ยินเจ้าหน้าที่บอกแว่วๆว่าปีนี้จะขึ้นไปแล้วกลับอีกทางซึ่งไม่ใช่ทางเดียวกับปีก่อนๆๆ เอาล่ะสิ...ขืนตามไปหลงแน่ กลับมาสมทบกับคณะครูท่านอื่นๆที่จุดพักเมื่อสักครู่ดีกว่า.. ยังไงก็ยังมีเพื่อน  คริ..คริ .. เวลาประมาณ 17.00น. ลูกเสือและเนตรนารีก็ทยอยกันกลับถึงค่าย  อาบน้ำอาบท่า หุงหาอาหารเตรียมการแสดงรอบกองไฟ ...

        โอ้เมื่อมีไฟๆๆๆ ลุกขึ้นแจ่มจ้า  การแสดงรอบกองไฟปีนี้เริ่มจากเผ่าซูลูมาวางเพลิง  และเชิญนางรำ  มาร่ายรำระบำชาวไพร  และการแสดงทั้ง 7 ชุดสลับกับการแกล้งเด็กของคณะนันทนาการก็เริ่มขึ้น(จะนำภาพมาฝากทีหลังค่ะ  ตอนนี้มัวแต่แกล้งเด็กอยู่เลยไม่ได้ถ่ายรูป อิ..อิ..)  ถึงแม้เด็กๆจะเหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมการเดินทางไกล(ไกล๊..ไกล)  แต่เด็กๆก็ดูสนุกสนานรื่นเริงกับการแสดงรอบกองไฟมาก  และเมื่อไฟมอดกิจกรรมรอบกองไฟก็เสร็จสิ้นลง (มาทานข้าวต้มรอบดึกกันก่อนค่ะ)

        คืนนี้เด็กๆนอนกันหลับสนิทมาก เพราะมีเสียงเพลงครางราโอเกะของครูตุ๊กแกกล่อมอยู่ถึง ตี3 กว่าๆ อิ..อิ.. (เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า  ที่เด็กหลับน่ะเพราะเหนื่อยจากการเดินทางไกล และทนฟังเสียงไม่ได้มากกว่า อ้าว..เหรอ ..)

        เช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์  หลังจากเสร็จกิจกรรมสดชื่นยามเช้า  หุงอาอาหาร รับการตรวจค่าย เปิดกอง  ก็เป็นการเก็บที่พักเตรียมปิดค่ายและเดินทางกลับ ถึงโรงเรียนประมาณบ่ายสองกว่าๆ (ขามาครูตุ๊กแกใช้เวลาขับรถประมาณ สองชั่วโมงครึ่ง  แต่ขากลับใช้เวลาประมาณ สองชั่วโมง แบบว่าง่วงๆๆๆๆๆๆมาก อิ..อิ...)

        เล่ามาตั้งยาว จบดื้อๆแบบนี้แหละค่ะ  ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมาเยี่ยมค่ายลูกเสือโรงเรียนวัดท่าไชยค่ะ  ปีหน้าไปด้วยกันอีกนะคะ  ที่ถ้ำธารรอด จ.กาญจนบุรีค่ะ(ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง)

        และที่ลืมมิได้ ขอบพระคุณคณะเจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติพุเตยทุกๆท่านค่ะ สำหรับการต้อนรับและดูแลอย่างดีตลอด 3 วัน ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ