อุตรดิตถ์เมืองงาม "เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก"

 อุตรดิตถ์เมืองงาม

 

 

       เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2553  ครูใจดีของเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่งความสุขมายังชาว Gotoknow ทุกท่าน  ได้รู้จักจังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดเล็กๆ ทางเหนือ ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก  ขอมอบความสุขเล็กๆ ต้อนรับศักราชใหม่ ปีเสือ ด้วยงดงามของอุตรดิตถ์ เสือตัวเล็กๆ แต่แข็งแกร่ง....

 

"เวียนบรรจบครบศักราชตั้งปีใหม่
ขออวยชัยอวยพรอักษรศรี
ขอทุกท่านพบพานแต่สิ่งดี
มีชีวีสุขสดใสชีพชื่นบาน
ให้สุขภาพสมบูรณ์ทั่งกายใจ
ให้ปลอดภัยแคล้วคลาดประสาทประสาน
งานรุ่งเรื่องเงินรุ่งโรจน์ชัชวาล
สนุกสนานอภิรมย์สมใจปอง"

   " ปีผ่านไปให้ผ่านพ้นตั้งต้นเริ่ม
ที่ดีเพิ่มที่ร้ายลืมไม่มัวหมอง
ปรุงแต่งจิตพิชิตใจไร้ขุ่นข้อง
เปิดสมองรับสิ่งใหม่สดใสพลัน
คิดสิ่งใดลุล่วงสำเร็จได้
ขอเทพไทสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นมิ่งขวัญ
เกิดปัญหาได้ปัญญาเป็นที่มั่น
ให้สร้างสรรค์รับสิ่งดีปีใหม่เอย.."

 

        อุตรดิตถ์ แปลว่า “ท่าเหนือ”  เป็นจังหวัดเล็กๆ อยู่ทางตอนล่างของภาคเหนือ เมืองแห่งพระแท่นศิลาอาสน์ ตำนานเมืองลับแล ที่มีแม่ม่ายและสาวสวย เมืองแห่งลางสาดหวานหอม และบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหักขุนศึกคู่บารมีของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  มีประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมอันยาวนาน และแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย...มีอาหารที่แสนอร่อย ราคาไม่แพง และผลไม้สุดยอดของไทย คือ ลางสาด  ทุเรียน "หลง" "หลิน" ที่อร่อยที่สุด ! ภายใต้คำขวัญ  "เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก" 

 เพลงอุตรดิตถ์เมืองงาม 

 

 

    

      "โอ้งามพร้อมสิ้นแผ่นดินสองฝั่งเปรียบดังวิมาน      

 อุตรดิตถ์คือแดนสำราญเหนือลำน้ำน่านย่านธารไหลมา

แลเขียวไกลใกล้ฤกษ์ไพรซ้อนสู่หมู่ทิวภูผา              

มีเขื่อนโอฬารโสภาสำคัญล้ำค่าคราชม

อุตรดิตถ์แหล่งชีวิตชื่นรื่นรมย์สมชื่อ                       

มีประเพณีระบือถือกันพร้อมสิ้นแผ่นดินภิรมย์

มีไม้สักใหญ่เหนือไพรทั้งหล้าที่พาชื่นชม                 

ในอุทยานภิรมย์สังคมพักผ่อนเพลินดี

พระแท่นศิลาอาสน์ที่เคารพบูชามั่น                        

พร้อมหลวงพ่อเพชรอันเลื่องลือกันขวัญเมืองเรานั่นนานปี

ภูมิในดวงแดด้วยเมืองลับแลเรานี่                          

ก็มีสาวงามเป็นที่เลื่องลือระบือไปไกล

อุดมพร้อมสิ้นแผ่นดินนี้เด่นร่มเย็นทั้งปี                   

ลางสาดเมืองเรารสดีหวานเกินทุกที่แผ่นดินของไทย

แดนพัฒนาทุกทางรุดหน้าประชาภูมิใจ                   

อุตรดิตถ์ดินแดนของไทยวิไลสมชื่อเมืองงาม"

 

       เพลงอุตรดิตถ์เมืองงาม เป็นการร้อยเรียง สภาพภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและสังคมของจังหวัดอุตรดิตถ์ให้เกิดเป็น ท่วงทำนองไว้อย่างไพเราะกลมกลืน เป็นวิธีสื่อที่ช่วยให้ผู้คนที่รับฟังได้รู้จักอุตรดิตถ์ แบบภาพรวมอย่างรวดเร็วและน่าประทับใจ

  

 

มีคุณค่าทางทางศิลปวัฒธรรม ประเพณี โบราณสถาน โบราณวัตถุ

 

          อุตรดิตถ์เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์มาแก่อดีตกาล มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ผ่านพัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัยสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสมัยโบราณก่อน พ.ศ. 1000  ยังไม่มีตัวอักษรใช้กัน  อุตรดิตถ์ก็คงมีคนอาศัยอยู่แล้ว เพราะหลักฐานจากการค้นพบกลองมโหระทึก ทำด้วยทองสัมฤทธิ์  ที่ตำบลท่าเสา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์  เมื่อปี พ.ศ. 2470  ทำให้เราทราบว่า อุตรดิตถ์เป็นดินแดนที่มีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ก่อน พ.ศ. 1000 แล้ว เพราะโบราณวัตถุที่ค้นพบดังกล่าวเป็นโลหะที่มีใช้กันอยู่ในยุคสัมฤทธิ์ หรือยุคโลหะตอนต้น อันเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ 

  

 

        อุตรดิตถ์เป็นเมืองที่แม่น้ำน่านไหลผ่าน  แม่น้ำน่านมีต้นกำเนิดที่เมืองน่านเก่า ไหลผ่านอุตรดิตถ์ พิษณุโลกไปสิ้นสุดที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยบรรจบที่ปากน้ำโพธิ์กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา  อุตรดิตถ์จึงกลายเป็นศูนย์รวมของสินค้าและผู้คนจากเมืองแพร่  น่าน หลวงพระบางตลอด จนถึงแคว้นสิบสองปันนาที่กระจายไปทางใต้ ทำให้เป็นที่รวมกิจกรรมของคนทางใต้ที่จะขึ้นไปสู่ทางเหนือเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นเป็นเวลานานนับร้อยๆ ปี  จึงเป็นธรรมดาที่บริเวณเมืองอุตรดิตถ์จึงเป็นแหล่งสะสมกลมกลืนทางอารยธรรม  (ในความหมายนี้รวมถึงวัฒนธรรมด้วย)  ระหว่างทางภาคเหนือ และภาคกลางหรือรับอิทธิพลจากทางเหนือโดยตรง เช่น  สถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย ที่มีแนวสัมพันธ์จากน่านลงสู่อุตรดิตถ์โดยตรง อีกทั้ง “ภาษาพูด” ที่ใช้กันในความรู้สึกของคนภาคกลางแล้ว เป็นสำเนียงผสมผสานระหว่างภาษาเหนือกับภาษาภาคกลาง  (มีบางคนกล่าวว่า "ภาษาอุตรดิตถ์นั้น จะว่าเหนือก็ไม่ใช่จะว่าใต้ก็ไม่เชิง"....) 

 

  

        วิถีชีวิตของคนอุตรดิตถ์อยู่อย่างเรียบง่าย แม้ว่าคนที่อยู่ในเมืองจะใช้ชีวิตรีบเร่งบ้างแต่ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่โตนัก  เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ มีข้าวปลาอาหาร ผักและผลไม้ให้กินได้ตลอดปี แม่น้ำน่านที่ไหลผ่านกลางเมือง แยกสองฟากฝั่งออกเป็นชนบทกับในเมืองอย่างชัดเจน  ปัจจุบันมีความเจริญด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารคมนาคม สังคมชนบทมีการพัฒนามีวิถีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น ไปมาหาสู่กันสะดวก มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่านขึ้นมาหลายแห่งเพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจร

 

 

       พื้นที่ของอุตรดิตถ์สามารถปลูกผลไม้ได้แทบทุกชนิด นอกจากทุเรียน ลางสาด ของอำเภอลับแล และสับปะรดห้วยมุ่นที่ขึ้นชื่อแล้ว  ยังปลูกผลไม้ชนิดอื่นๆ และมีรสชาติอร่อยไม้แพ้ที่ใดๆ คนอุตรดิตถ์จึงมีผลไม้รับประทานตลอดทั้งปี  อาทิ  มังคุด เงา ลองกอง เงาะ มะขามหวาน ละมุด กระท้อน องุ่น มะม่วงนานาพันธุ์  องุ่น พุทรา แก้วมังกร  ฝรั่ง มะม่วงหิมพานต์  พืชผักต่างๆ ข้าว ข้าวโพด อ้อย  มีโรงงานน้ำตาลถึง 2 แห่ง

 

 ลางสาวหวานขึ้นชื่อ        เลื่องลือคือลับแล

 หวานสนิทติดดวงแด      ใช่แค่....ลองลิ้มลืม

 

 

 

       ที่สำคัญอาหารอร่อยราคาไม่แพง ครูใจดีไปอยู่และมีโอกาสท่องเที่ยวหลายๆ จังหวัด  คิดว่าค่าครองชีพที่อุตรดิตถ์ถูกกว่าที่อื่น  นอกจากนี้ ในแต่ละพื้นที่ก็มีอาหารพื้นบ้านหรืออาหารประจำท้องถิ่น ที่ขึ้นชื่อ อาทิ  ขนมเทียนเสวยแห่งบ้านกนกมณี  กล้วยกวนแม่กิมยิ้ม ข้าวแคบ  ข้าวพันผักเมืองลับแล ข้าวหลามเมืองทุ่งยั้ง  ไม้กวาดตองกง  ผ้าซิ่นตีนจกไหมแท้ของลับแล และผ้าซิ่นตีนจกบ้านน้ำอ่าง อำเภอตรอน ซึ่งรับอารยธรรมมาจากชาวเชียงแสนที่อพยพมาอยู่  เมื่อ 200 กว่าปีมาแล้ว  นอกจากนี้  ยังมีผ้าทอน้ำไหลของ อ.น้ำปาด อ.ฟากท่า  อ.บ้านโคก

 

                       

 

 ขอแนะนำภาพรวมที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งของกินของฝาก  ที่น่าสนใจ จังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนค่ะ  

 

       น้อมสักการะ ท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก 

     

 

  "เด็ดเดี่ยวและกล้าหาญ    เชี่ยวชาญการศึก

สัตย์ซื่อคือสำนึก                ล้ำลึกภูมิปัญญา

เป็นศรีชาวอุตรดิตถ์           นามสถิตแห่งผู้กล้า

นานนับท่านลับลา               เทิดบูชาวีรกรรม"

 

สักใหญ่ที่สุดในโลก

 

        "ต้นสัก ที่ใหญ่ สุดในโลก               นับเป็นโชค ชูเชิด เกิดที่นี่
      ชาวน้ำปาด อุตรดิตถ์ จิตเปรมปรีดิ์       ภูมิใจมี “สักใหญ่”  ให้ชื่นชม 

 

              

 

เมืองลับแล

 

( เอ... ใครกันที่กำลังชมผ้าซิ่นตีนจก...ใครน๊า!...คุ้นๆ บ้างมั้ย....)

 

               "เมืองลับแล  แลเห็นเช่นวันนี้        จะไม่มีวันร้างและห่างหาย

เป็นเมืองที่มีจริงทั้งหญิงชาย       ยามย่างกายอย่ากังวลจนลับลา

เป็นดินแดนถิ่นที่มีไม้กวาด          ลางสาดหวานขึ้นชื่อลือหนักหนา 

เชิญสัมผัสผ้าทอ...ลออตา           เชิญท่านมาอุตรดิตถ์จะติดใจ"      

 

 

 

      นอกจากอำเภอลับแลจะเป็นเมืองผลไม้ขึ้นชื่อ มีน้ำตกแม่พูล ยังเป็นศูนย์รวมอารยธรรมประเพณี ของกินของใช้จำหน่ายเป็นอาชีพหลักมากมาย ผลไม้ทุกชนิดปลูกที่ลับแล เป็นแหล่งทำ “ไม้กวาดตองกง” ที่ขึ้นชื่อ “ซิ่นตีนจกทอมือจากเส้นไหมแท้” และอาหารประจำท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ คือ “ข้าวแคบ”  และ “ข้าวพันผัก”

 

                  

 

  วัดพระแท่นศิลาอาสน์  (พระอารามหลวง) 

  

 

         วัดพระแท่นศิลาอาสน์  ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล  สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระแท่นศิลาอาสน์เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานของพระแท่นโดยรอบประดับด้วยลายกลีบบัว  มีตำนานว่าพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ เคยเสด็จมาจำศีลบำเพ็ญพุทธบารมี บานประตูวิหารพระแท่นศิลาอาสน์ที่เป็นไม้สักแกะสลักนั้น เดิมเคยเป็นบานประตูวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลกมาก่อน

 

 

                       

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงดำริให้ช่างจากกรมศิลปากร มาบูรณะ และวาดภาพฝาผนัง ที่พระบรมวงศ์สานุวงศ์ เสด็จ ณ วัดพระแทนศิลาอาสน์

 

          วัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ 

  

 

       วัดพระฝางสวาคบุรีมุนีนาถ  หรือ "เมืองสวางคบุรี" ในอดีต หรือที่ชุมนุมของก๊กเจ้าพระฝาง  ซึ่งเป็นก๊กหนึ่งเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน สร้างขึ้นราว พ.ศ. 300 สมัยที่พระเจ้าอโศกมหาราช  ได้จัดส่งสมฑูตเดินทางเข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเมืองไทย และได้สร้างสิ่งที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาไว้หลายแห่ง และสร้างสถูปเจดีย์พระบรมธาตุไว้ที่นี่ด้วย   พระมหาสถูปเจดีย์ที่สร้างขึ้นอยู่ ณ เมืองฝางแห่งนี้  ชาวบ้านกล่าวกันว่าได้บรรจุพระฑัณตธาตุ (ฟัน) ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในบริเวณเมืองเก่าวัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ  ชาวเมืองโดยทั่วไปเรียกกันว่า “พระธาตุเมืองฝาง

 

 

       เรื่องราวของวัดพระฝางสวางคบุรี ถ้าจะให้เล่า คงยาวมาก ครูใจดีได้ทำเป็นเว็บไซต์แห่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านเมือง.... หากมีเวลาจะนำมาบอกเล่านะคะ 

 

 เหล็กน้ำพี้

 

          เหล็กน้ำพี้ได้ชื่อว่าเป็นเหล็กที่มีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย  มีความแข็งแกร่งและเหนียวเป็นพิเศษ  เมื่อตีเป็นดาบหรืออาวุธต่างๆ จะมีสีเขียววาวเหมือนสีปีกแมลงทับ  ดาบคู่มืออันลือชื่อของพระยาพิชัยดาบหักที่มีชื่อว่า “ดาบนันทถาวุธ” ก็ตีจากเหล็กน้ำพี้  เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 7 เถลิงถวัลยราชสมบัติ  หลวงจริงราษฎร์เจริญ  นายอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์สมัยนั้น  ได้นำแร่เหล็กจากบ่อพระแสง  ตำบลน้ำพี้  มอบให้พระยาวิเศษถาชัย  ข้าหลวงประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ (2469-2471) นำไปตีเป็นพระแสงดาบ  แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ซึ่งเป็นพระแสงศาสตราวุธมาจนทุกวันนี้

              

 

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยสดงดงาม

 ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ  (ขี้เกียจพิมพ์ ฮา...)  ชมภาพเอาเองนะคะ...

 

                     

 

 อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

 

 

 

         มีพื้นที่ 149,375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอบ้านโคก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสูงตามแนวชายแดนไทย - ลาว  มียอดภูสอยดาวสูงที่สุด 2,102 เมตร จากระดับทะเล สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงที่ป่าปกคลุม เป็นป่าดิบเขาสลับทุ่งหญ้าและป่าสน

 

          

 

ภาพพวกนี้ เป็นภาพที่เพื่อนๆ นำมาเยาะเย้ย...ที่ไม่ไปกับพวกเค้า  ฮา.....

ถ้าจะไปเที่ยวภูสอยดาว  ควรไปช่วงปลายฝนต้นหนาวเพราะดอกไม้ป่ากำลังออกดอกงดงามมาก 

 

นอกจากนี้ยังมีถ้ำ และน้ำตกต่างๆ อีกมากมาย อยากรู้ ต้องมาเที่ยวอุตรดิตถ์จ้า!...

   ครูใจดีเล่าบอกภาพรวมคร่าวๆ ของบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองเท่านี้ก่อน  หากจะพูดรายละเอียด คงต้องเล่าทีละอำเภอค่ะ....

 

    

 

        ขอบพระคุณกัลยาณมิตรชาว Gotoknow  ที่ให้เกียรติเข้ามาเยี่ยมชม และทำความรู้จัก จังหวัดอุตรดิตถ์  ขอให้มีความสุขกาย สุขใจจากเรื่องเล่าและภาพที่ปรากฏเหล่านี้   ขอบุญบารมีของหลวงพ่อเพ็ชร์ อันเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอุตรดิตถ์ ดวงวิญญาณของท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก บันดาลให้ทุกท่าน ประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป 

 

   ศักราชใหม่ ตั้งต้นชีวิตใหม่ด้วยการคิดดี ปฏิบัติดี รักษาศีลมี เมตตา รู้จักขอโทษ ให้อภัย และสำนึกขอบคุณอยู่เสมอ....เชื่อว่าสังคมย่อมมีความสงบสุขค่ะ

 

“ความดีรู้รักษา            ความชั่วช้าอย่ากล้ำกลาย

วันหนึ่งถึงคราวตาย     นอนยิ้มพรายได้หลับตา”

 

  

 

 

บันทึกโดย      :  ครูใจดี
ภาพประกอบ  :  แผนที่ พระยาพิชัย เหล็กน้ำพี้ จากเว็บอุตรดิตถ์ 
                      :  ภาพต้นสักใหญ่ คลองตรอน บ้านท่าเรือ-อ่างเก็บน้ำ ด้วยความอนุเคราะห์ของ อ.ธนิตย์  
                      :   ภาพพระฝาง แม่น้ำน่าน พระแท่นศิลาอาสน์  ลับแล  ครูใจดีถ่ายเองค่ะ

          

 

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ.... มีความสุขทุกวันนะคะ....บ๊าย  บายคร๊าบ!!!!!