ผมยังมีความสุขที่จะเล่าเรื่องกฐินโบราณอีกสักเรื่อง
หรืออย่างมากก็สองถึงสามเรื่อง อันเป็นส่วนหนึ่ง
ของการบันทึกเรื่องราวของบุคลากรและนิสิตจากรั้วมหาวิทยาลัยที่พกพาหัวใจแห่งความเป็น
“จิตอาสา” ไปสู่ชุมชนอย่างเต็มล้น
นอกจากกิจกรรม “รำวงชาวบ้าน”
ที่ผมผูกโยงไว้ให้นิสิตและชาวบ้านได้ร่วมรำลึกและเรียนรู้
ร่วมกันแล้ว
ผมยังคงมีกิจกรรมในลักษณะความบันเทิงอีกสองอย่างที่จำลองขึ้นมาเติมเต็ม
“งานบุญ” ให้มีชีวิตชีวา พร้อมๆ
กับการใช้เป็น”เครื่องมือ” ในการชักพาให้
“คนหลากวัย”
ได้ก้าวเข้ามาสู่กิจกรรมดังกล่าว และความบันเทิงที่ผมพูดถึงนั้น
ก็คือ กิจกรรม “สอยดาว
และหนังตะลุงอีสาน”

กิจกรรมสอยดาวนั้น คุณแดนไท
อาสาเป็นหัวเรือใหญ่ โดยมีน้องนิสิตและบรรดาเด็กๆ
ในหมู่บ้านมาเป็นลูกทีม ซึ่งเอาเข้าจริง
แต่ละคนก็ช่วยกันเนรมิตสิ่งที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จได้
ในชั่วพริบตา และก็เช่นเคย
เราต่างยังคงเน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก
ไม่ฟุ้งเฟ้อเรื่องการตกแต่งสถานที่
รวมถึงไม่จำเป็นต้องประดับประดาแสงไฟใดๆ ให้เปลืองพลังงาน
ทุกอย่างทำขึ้น
อย่างเรียบง่าย เรียกได้ว่า “มีแค่ไหน
ก็ทำกันแค่นั้น”
เกี่ยวกับข้าวของรางวัลในกิจกรรมสอยดาวนั้น
ผมทราบมาว่า ส่วนหนึ่งได้รับบริจาคจากนิสิต
และพ่อค้าแม่ค้า หรือเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยฯ บางอย่างถูก
“ทีมหมอลำบอกบุญ”
นำไปประมูลเป็นเงินเพื่อนำมาซื้อเป็นสิ่งของ
บางอย่างที่คิดว่าเหมาะสมอยู่แล้ว ก็นำมาสมทบ
เข้าเป็นรางวัลเสร็จสรรพ
รวมถึงการเจียดงบประมาณส่วนหนึ่งมาจัดซื้อเพิ่มเติมประปราย

คุณแดนไทและทีมงานปลงใจกำหนดค่าธรรมเนียมการสอยดาวชิ้นละ 2 บาท เดิมเราคิดกันว่าจะสอดแทรกสุภาษิต สำนวน หรือแม้แต่ความรู้ที่เกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรมเข้าไปด้วย แต่เกรงว่าจะยุ่งยากไปสักหน่อย เลยจำต้องพับเก็บแนวคิดแบบวิชาการไว้ก่อน พร้อมๆ กับการปล่อยให้กิจกรรมสอยดาวเป็นกิจกรรมแห่งความบันเทิงไปเต็มๆ
ต้องยอมรับว่ากิจกรรมสอยดาวประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม
ชาวบ้านทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่กรูกันเข้ามาเสี่ยงโชคอย่างแสนสนุก
บางคนลงทุนเพียงสิบถึงยี่สิบบาท ก็เฮงสุดเฮง ได้ไปทั้ง
แก้วน้ำ จาน ไข่ ขนม ดินสอสี ของเล่น
เสื้อ ฯลฯ ออกอาการลิงโลดดีใจฉีกยิ้มเริงร่า
(และผมเอง ก็พลอยแอบยินดีปรีดาไปกับเขาด้วย)

จะว่าไปแล้ว กิจกรรมสอยดาวในครั้งนี้
ก็เหมือนการแจกฟรีนั่นเอง
เพราะมูลค่าสิ่งของนั้นดูมีราคาพอสมควร
หากแต่เราไม่ปรารถนาแจกฟรีเหมือนที่ชาวบ้านคุ้นชินกันมายาวนาน
จึงเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการสอยดาวเพื่อระดมทุนเข้าสู่กองกฐินแทน
ครั้งนี้เรียกได้ว่า
ชาวบ้านได้ความสนุกและมีความสุขกับการทำบุญผ่านการสอยดาว
ไปในตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่และนิสิต
ก็พลอยได้ร่วมรำลึกกิจกรรมแห่งความบันเทิงในอดีตกาลของชุมชนไปด้วยเหมือนกัน
และผลพวงแห่งกิจกรรมดังกล่าว ก็สามารถระดมทุนเข้าสู่กองกฐินโบราณได้ทั้งสิ้น 2,100 บาท ฟังดูจำนวนเงินอาจจะไม่มากมายนัก แต่หากมองในแง่ของจิตใจและการเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีนั้น ผมถือว่ามันมีค่ามากกว่าจำนวนเงินที่ว่านั้นหลายเท่าตัวเลยทีเดียวแหละ

ถัดจากนั้น
อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้ชมมากเป็นพิเศษก็คือ
“ตะลุงอีสาน”
(หนังประโมทัย)
เพราะถือได้ว่านั่นคือครั้งแรกที่ตะลุงอีสานจะได้เปิดแสดงในหมู่บ้านแห่งนี้
ถึงแม้การแสดงตะลุงอีสานจะไม่ได้ตระเตรียมกันมาเป็นอย่างดีเท่าใดนัก
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า
ในเวลาอันจำกัดนั้น ตะลุงอีสานที่เล่นแบบ
“ประยุกต์” เพียงชั่วโมงต้นๆ นี้
ได้สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมได้อย่างดีเยี่ยม
สำหรับผมแล้ว ผมได้เกริ่นกล่าวกับชาวบ้านไว้ในทำนองว่า
ถ้าเป็นไปได้ ควรมีการฝึกฝนคน
รุ่นลูกหลานในหมู่บ้านให้หันมาสืบสานการเล่นหนังตะลุงกันบ้าง
โดยผมยินดีที่จะทำพานิสิตมาร่วมเรียนรู้ด้วย
ซึ่งอาจทำเป็นความร่วมมือร่วมกันอย่างจริงจัง
และให้ถือเอาหนังตะลุงเป็นสมบัติ
ของคนในหมู่บ้านที่จะต้องอนุรักษ์และสืบสานร่วมกัน
ถ้าจะให้ดี ให้พัฒนาเป็นเสมือน OTOP
ของหมู่บ้านไปเลยยิ่งดีใหญ่ โดยหากผมช่วยอะไรได้-
ผมก็พร้อมเสมอกับการเป็นส่วนหนึ่ง
ในภารกิจที่ว่านี้ …

นี่คือกิจกรรมบันเทิงเริงใจที่ผมและทีมงาน
หรือแม้แต่ชาวบ้านได้นำพากลับมาในลักษณะของการจำลองให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงความงดงามในวิถีแห่งประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน
โดยรู้ทั้งรู้ว่า กฐินโบราณนั้น
อาจไม่จำเป็นต้องมีการสมโภชด้วยมหรสพใดๆ แต่เพราะผมคิดว่า
หากมองในแง่ของการประยุกต์นั้นก็คงไม่เสียหายอะไรกระมังสำหรับการจัดกิจกรรมบันเทิงแทรกไว้
ทั้งที่เป็นรำวงชาวบ้าน-สอยดาว-ตะลุงอีสาน...
เพราะสิ่งที่แทรกเข้ามานั้น
เป็นความบันเทิงที่มีกลิ่นอายภูมิปัญญาดั้งเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย
และเป็นกิจกรรมที่มีค่าต่อการหวนรำลึกถึงความเป็นไทยในอดีตได้อย่างน่าชื่นชม
เหนือสิ่งอื่นใด ผมมองว่า
รำวงชาวบ้าน-สอยดาว-ตะลุงอีสาน
ไม่เพียงถูกใช้เป็นเครื่องมือ
ในการระดมทุนเข้าวัดได้เท่านั้น แต่ยังสามารถผูกโยงให้
“คนหลากวัย” ในชุมชน
ได้สังสรรค์บันเทิงร่วมกันอย่างเป็นกันเอง
รวมถึงการเหลือบแลถึงรากเหง้าในทางวัฒนธรรม ที่ทุกวันนี้
นับวัน ก็แทบมองไม่เห็นภาพใดๆ
หลงเหลือเป็นรูปรอยให้สัมผัสได้เลยก็ว่าได้
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมและทีมงานได้ชวนให้ชาวบ้านแห่งนี้ได้รำลึกถึงเรื่องราวอันเป็นความทรงจำในทางวัฒนธรรมของชุมชน ผ่านการจำลองกิจกรรมให้ได้เรียนรู้และสัมผัสร่วมกันอย่างเรียบง่ายร่วมกัน ส่วนจะสรุปว่าก่อเกิดอะไรขึ้นบ้างในตัวของชุมชน และชุมชนจะตระหนักถึงเรื่องราวที่มีค่าเหล่านั้นกี่มากน้อย ผมยังคิดว่าเร็วเกินกว่าที่จะด่วนสรุป
แต่ที่ชัดเจนและสามารถสรุปได้เลยในตอนนี้ก็คือ ผมมีความสุขอย่างเหลือล้นกับการได้ลงมือทำในสิ่งที่ตนเชื่อและศรัทธาว่าเป็นหนึ่งใน “รากเหง้า” อันดีงามของ “ตัวเอง” ...

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒
บ้านโคกนางาม
กาฬสินธุ์
...
หมายเหตุ
บันทึกระหว่างการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ
๓ พฤศจิกายน ๕๒
จองงงงงงงงงงงงงงงงงงค่ะ
อยากเล่นสอยดาว..ก็ดูหนังตะลุงจังค่ะ..อิอิ..
อาจารย์แผ่นดินกับครอบครัว..สบายดีอบอุ่นเช่นเดิมนะคะ..
ระลึกถึงเสมอค่ะ..^^
สอยดาวแบบชาวบ้าน ที่ผมเห็นชาวบ้านจะเอาเครื่องจักสาน เช่น ข้อง ตะกร้า สาดและของมีราคาเช่นพัดลม
จักยาน วัดไม่ต้องลงทุนศรัทธาชาวบ้านจะเป็นเจ้าของรางวัลครับ
นังบักตื้อทุกววันนี้สนุกเป็นเหมือนวงดนตรีย่อมๆ แต่หาดูได้ยากครับ
ด้วยความระลึกถึง...ชุมนศรัทธาจะนำมาซึ่งความเข้มแข็งครับ เพราะมีคนอย่างอาจารย์ครับ
ดูแลสุขภาพด้วยครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
พอลล่าก็ชอบสอยดาวค่ะ ... เพราะว่า...ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือบ้างละน่า...ฮ่าๆๆ สมัยเด็กๆ ชอบแบบนี้ค่ะ
แต่โตแล้ว..ชอบตุ๊กตา อิอิ
มาร่วมรำลึกถึงความงดงามของวิถี ประเพณี วัฒนธรรมชุมชนค่ะ
บรรยากาศแบบนี้ มีน้อยนักแล้วนะคะอาจารย์
เพราะปัจจุบันเห็นมีแต่หมอลำซิ่ง .
เงินบุญที่ได้ จึงหายไปกับมหรสพวงใหญ่ ..
นี่คือกิจกรรมบันเทิงเริงใจที่ผมและทีมงาน หรือแม้แต่ชาวบ้านได้นำพากลับมาในลักษณะของการจำลองให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงความงดงามในวิถีแห่งประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน
อยากเห็นผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และพวกเรา รักษาประเพณีเหล่านี้ไว้ ให้ลูกหลานรุ่นหลัง ๆ ได้เห็นกันต่อไปนะคะ
ลมหนาวเริ่มพัดมาแล้ว..รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ..^_^
สวัสดีครับ
มาอ่านและชื่นชม กับบรรยากาศ
ความสุขที่ยังมีให้เราได้ร่วมกิจกรรม
ที่ยังมีความต่อเนื่อง ของนักศึกษารุ่น ต่อรุ่น
จิตอาสา จิตสาธารณะ จิตแห่งความมีน้ำใจแบ่งปันกัน
ขอบคุณที่นำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคมมานำเสนอครับ
สวัสดีค่ะ พี่พนัส ที่คิดถึง
งานกฐิน เป็นงานบุญที่สนุกสนาน
สามารถบ่งบอกถึงวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น
ชาวบ้านต่างถิ่นต่างที่ ได้มีโอกาสพบปะสนทนากัน
เรียนรู้รากเหง้าแห่งวัฒนธรรมอันดีงามร่วมกัน
อนุโมทนาด้วยครับ
เห็นใบหน้า แต่ละคน อิ่มบุญ กับของสอยดาว
..
ร่วมส่งบุญด้วยคนละครับ
สวัสดีครับ คุณ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
ขอบคุณที่แวะมาจองนะครับ..
ตอนนี้ ขอพักฟื้นร่างกายและสมองสักหน่อย
เหนื่อยและล้าต่อเนื่องมาเป็นเดือนแล้ว...
เป็นกำลังใจให้ นะครับ
สวัสดีครับ คุณครูแอ๊ว
แท้ที่จริงนั้น..งานวัด มีมนต์ขลังเสมอ
เพียงแต่เรา ไม่ค่อยให้ความสำคัญ เท่านั้นเอง
งานวัด ทุกวันนี้ ก็เปลี่ยนรูปลักษณ์ไปมาก
คล้ายเน้นเรื่องอุปกรณ์ของเล่นที่ทันสมัยมากเป็นพิเศษ
เพราะสามารถเรียกเงินจากกระเป๋าของผู้ปกครองเด็กๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ..อ.พรชัย
ขอบพระคุณข้อมูลที่นำมาแบ่งปันครับ
ทำให้ผมเกิดแนวคิดว่าครั้งต่อไป ของรางวัลการสอยดาวจะมาจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านล้วนๆ ด้วยก็เป็นได้ ใครมีอะไรจะนำมาบริจาคสมทบก็นำมาเป็นของรางวัลได้ตามศรัทธาและความพร้อมของแต่ละคน
วิธีนี้ น่าสนใจ และคิดว่าชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมมากขึ้น และบรรยากาศก็จะคึกคักขึ้นด้วยเช่นกัน
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อ.เสียงเล็กๆ فؤاد
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้อย่างสม่ำเสมอ
สำหรับผมนั้น ไปในฐานะผู้เรียนรู้เป็นหลัก
โดยชวนให้ชาวบ้านได้นำทุนที่มีในชุมชนออกมาให้ศึกษา
เป็นการทำกระบวนการในทางการศึกษาเสียมากกว่า
ส่วนชุมชนจะเข้มแข็งหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับชุมชนว่าจะเข้าใจ-ตระหนัก
และลุกมาสานต่อหรือไม่เท่านั้นเอง...
เรื่องบางเรื่องอาจไม่จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินเลยก็ได้ หรือถ้าใช้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อย่างมากมาย
แต่ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเลย ติดยึดกับการขับเคลื่อนโดยมีเงินเป็นเครื่องมือ-นั่นคือปัญหาใหญ่เลยทีเดียว
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
สอยดาวครั้งนี้ เน้นของกินของใช้เป็นหลัก
ตุ๊กตาก็อยากได้เหมือนกัน แต่ต้นทุนสูงไปนิด
ทีมงานเลยไม่ได้นำมาเป็นรางวัลสอยดาว
ยืนยันครับว่างานนี้สนุกกันมาก หากพอลล่าได้มาแจม มีหวังยิ้มอิ่มสุขไปเป็นเดือนเลยทีเดียว
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
ประเพณีสู่ขวัญ ทางทีมอ.จากคณะพยาบาลศาสตร์มช .มาร่วมวิจัยทำตำบลสร้างสุข
ทางกลุ่มสูงอายุตำบลน้ำรัดทำพิธีสู๋ขวัญ
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน บ้านพี่ท้องฟ้าก็มีกิจกรรมแบนี้ค่ะ เวลางานกาชาด งานกฐินบางครั้งก็มีสอยดาว ขอบคุณค่ะสำหรับบันทึกดีที่มีคุณค่า ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีของชุมชน