การบริบาลผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง

ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม

ผู้ป่วยไตวาย   มักพบในคนไข้เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง

นอกจากนี้ คนไข้โรคเกาต์ ที่ขาดการรักษา ก็จะมี ภาวะไตวาย

คนไข้ไตวาย จะมีค่า Cr สูงกว่าปกติ การทำงานของไตลดลง

ผู้ป่วยไตวาย จะมี ข้อห้ามใช้ยาหลายชนิด ขึ้นอยู่กับ ระดับการทำงานของไต

ยาที่ห้ามใช้ได้แก่

NSAIDs    ACEI  Aminoglycoside

ในการดูแลผู้ป่วยไตวาย จำเป็น ต้องให้ผู้ป่วย

จำกัดน้ำ ต่อวัน ไม่เกิน 700-1000 ซีซี

จำกัดเกลือโซเดี่ยม

คุมความดันโลหิต เบาหวาน  ยูริคแอซิด ไขมันในเลือด

คนไข้ไตวายหลายคน มักมี จุดบอดที่แก้ไข ได้แก่

  • คนไข้ชอบกินเค็ม

  • คนไข้กินยาแก้ปวดมากเกินไป

  • คนไข้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงไป

  • คนไข้ขาดยา หรือไม่ยอมกินยา

  • ความดันคนไข้สูงไม่ลด

นอกจากนี้ ในโรงพยาบาลเองก็อาจ มีจุดอ่อนเช่น

  1. สั่งจ่ายยากลุ่ม NSAIDs ให้คนไข้ไตวาย

  2. ไม่ยอมวินิจฉัยหรือรักษาคนไข้ไตวาย

  3. ไม่ยอมรักษาคนไข้โรคเกาต์

  4. ไม่ติดตามคนไข้ขาดยา

  5. ไม่รักษาภาวะซีด

  6. ไม่ให้ยาที่จำเป็นครบถ้วน

หลักการดูแลผู้ป่วยไตวาย

  1. ดูเรื่องยา มีครบตามจำเป็น ไม่ใช้ยาที่มีข้อห้าม

  2. คนไข้มีความร่วมมือในการใช้ยา

  3. คุม BP A1C CHOL URIC Hct

  4. ดูภาวะแทรกซ้อนในโรคไต

  5. ให้การเยียวยาจิตใจผู้ป่วยและครอบครัว

  6. อาหารบำบัดโรค

ข้อเท็จจริง

เภสัชกร ที่ฮ่องกง สามารถจัดโปรแกรม ดูผู้ป่วยไตวาย แล้วคนไข้ตายลดลง ร้อยละ 70

ดังนั้น เภสัชกรไทยๆ  น่าจะทำอะไรแบบนั้นได้บ้าง

สำหรับผู้ป่วยไตวาย ที่ Cr น้อยกว่า 3.0 มก./ดล.

จำเป็นต้องได้ยา กลุ่ม ACEI or ARB เพื่อชลอไตเสื่อมด้วย หากไม่มีข้อห้ามใช้ยา

 

การปรับปรุงคลินิกโรคไตบทเรียนจากฮ่องกง (มหาลัย อันดับ 1 ของเอเซียน่ะครับ)

1 คุมว่า ผู้ป่วยจำเป็น ต้องได้ยาอะไรบ้าง และตรวจ lab อะไร

และมี คนติดตาม ดูแล ไม่ปล่อยให้รักษา ตามอัธยาศัย (เภสัชกร สั่ง lab ตามแผนได้)

2 คุม BP K A1C Hct  LDL ให้ได้ตามแผน

3 เภสัชกร ต้องคุยกับคนไข้ คนละ 30 นาที ทุก 2 เดือน

คุยเรื่องยา  การดูแลตนเอง การปรับลีลาชีวิต

ที่ฮ่องกง ทำแบบนี้  ส่งผลให้คนไข้ตายลดลง ร้อยละ 70

เกิดไตวายระยะสุดท้ายลดลง ร้อยละ 40 เชียวนาครับ

ทำแบบนี้ กระผมว่า ประเทศไทยก็ทำได้  แต่เราไม่ทำครับ  เพราะไม่ใช่นโยบายของ

รัฐมนตรีสาธารณสุข