
ปีนี้เกือบจะไม่ได้จัดโครงการ “ลมหายใจปัญญาชนคนชาวค่าย” เหมือนกัน เพราะอันที่จริง ต้องจัดให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม แต่ด้วยพิษการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ฯ ทำให้กิจกรรมต่างๆ ต้องหยุดชะงัก และชะลอออกมาเป็นระยะๆ
จนในที่สุด ผมก็เปิดอกคุยกับบรรดาผู้นำนิสิต โดยหวังว่าจะพลิกสถานการณ์ให้กิจกรรมดังกล่าวกลับมามีตัวตนอีกครั้งให้จงได้ ถึงขั้นเปิดห้องประชุมเสวนาชวนเชิญผู้นำจากองค์กรต่างๆ มาหารือร่วมกันอย่างถึงลูกถึงคน
โครงการลมหายใจปัญญาชนคนชาวค่าย (23 กันยายน 2552) ถือเป็นกระบวนการหนึ่งของการจัดการความรู้ในวิถีของ “คนค่าย” โดยจะให้ชาวค่ายมาออกซุ้มแสดงผลงาน มีการประกวดเรื่องเล่าเร้าพลัง ประกวดภาพถ่าย การแสดงบนเวทีและการเสวนาถอดความรู้ในเรื่องวิถีค่ายของหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย...
ผมมุ่งมั่นอยากให้กิจกรรมนี้มีขึ้นให้จงได้ โดยพร้อมรบกับเจ้าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ พร้อมๆ กับการเสียสละที่ว่างให้ลูกทีมไปดูงานต่างประเทศแทน เพื่อหวังว่าจะได้อยู่ตระเตรียมงานเหล่านี้ด้วยตนเอง ซึ่งก็ถือว่าโชคดีไม่น้อยที่องค์การนิสิตและบรรดาองค์กรต่างๆ เทใจกันเข้าขับเคลื่อนงานนี้กันอย่างคึกคัก ยังผลให้ผมไม่ต้องออกแรงมากเหมือนที่คิดไว้ตั้งแต่ต้น...
กรณีเรื่องเล่าเร้าพลังนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างส่งให้ทีมงานได้จัดทำเป็นหลังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค เพื่อแจกจ่ายและระดมทุนเข้าสู่การผลิตเป็น “นวัตกรรมความคิดนอกห้องเรียน” ของนิสิต มมส ...
ส่วนภาพถ่ายนั้น มีภาพจำนวนมากส่งเข้ามาร่วมประกวด ซึ่งผมได้มอบหมายให้ทีมงานนำภาพที่ชนะเลิศ หรือได้รางวัลต่างๆ ไปขยายใส่กรอบแสดงนิทรรศการอย่างเร่งด่วน และเมื่อนำมาจัดแสดงในงาน ก็เห็นได้ชัดว่า นิทรรศการภาพถ่าย “วิถีค่าย” ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้คน
และจากนี้ไป คือภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในเวทีแห่งคนค่ายที่ผมตั้งชื่อว่า “ลมหายใจปัญญาชนคนชาวค่าย” ...

ภาพชนะเลิศประเภท กิจกรรมค่าย
โดย กลุ่มนิสิตพรรคพลังสังคม

ภาพชนะเลิศ ประเภทบรรยากาศค่าย
โดย กลุ่มนิสิตพรรคพลังสังคม
...........................................................................................

เรื่องของการประกวดภาพครั้งนี้ ผมคงไม่หวังให้ภาพทั้งปวงเป็นเครื่องมืออันใดในวิถีของการจัดการความรู้หรอกนะครับ หากแต่ต้องการที่จะสร้างสีสันให้กับการเรียนรู้นอกหลักสูตรเท่านั้นเอง
และนั่นก็ยังรวมความไปถึง การสร้างจดหมายเหตุของมหาวิทยาลัยผ่านภาพถ่ายนอกหลักสูตรดีๆ นั่นแหละ...โดยอนาคตผมเฝ้าฝันอย่างเงียบๆ ว่าจะทำหนังสือภาพสักเล่ม...หรือไม่ก็โปสการ์ดสักชุด...
หรือไม่ก็จัดนิทรรศการภาพถ่าย "วิถีคนค่าย" ไปเลยก็ได้ เพราะจะว่าไปแล้วมันก็เป็นความฝันเงียบๆ ของผมอีกนั่นแหละ
แต่คุณรู้ไหม ในความเงียบที่ว่านั้น มันกลับมีชีวิตอย่างมากมาย-

เรียนน้องแผ่นดิน
พี่ชอบภาพถ่ายที่มีชีวิตนะคะ
โดยเฉพาะภาพนี้
อยากเข้าไปอยู่ในใจหนุ่มน้อยคนนี้
อยากรู้จังเลยว่าน้องคิดอะไร
สวัสดีค่ะอาจารย์แผ่นดิน
อ่านบันทึกนี้แล้วคิดถึงอดีตตอนเป็นนักศึกษา วค.ไปออกค่ายครูอาสาสนุกมาก เหนื่อยแต่ก็ภูมิใจค่ะที่ทำตัวเป็นประโยชน์กับสังคม แม้จะทำด้วยศรัทธาจากแรงกายแต่เวลานั้นรู้สึกว่ามันเป็นศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ สุดยอด ทุกภาพเลยค่ะ
เกินคำบรรยาย เพราะเป็นลมหายใจได้จริงๆ ค่ะ
อยากถ่ายรูปเก่งๆ บ้างจังค่ะ
เรียกว่าภาพมีชีวิตจริงๆ
ภาพมันสะท้อนความคิด และสื่อความหมายได้ดีจริง ๆ ครับ
จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลให้กับนิสิตคนอื่น ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
"ความรู้ได้มาจากประสบการณ์จริง
ความรู้มาจากการปฏิบัติจริง"
ปฏิบัติจริง ถึงจะรู้ปัญหาค่ะ
ด้วยความนึกถึง
สวัสดีค่ะ ภาพทุกภาพมีความหมายดีๆ ซ่อนอยู่...
นักศึกษาที่มาเป็นจิตอาสามาดูแลเด็กๆ....
ปิ๊ง ไอเดีย จดหมายเหตุ จากเรื่องเล่าเร้าพลัง ค่ะ
ภาพมีชีวิต เกิดจินตนาการได้มากมาย
สวัสดีค่ะ พี่พนัส
ปิ๊งเหมือนกันค่ะ กุ้งสนใจการประกวดภาพที่ถ่ายจากบรรยากาศค่าย กับกิจกรรมค่ายค่ะ มีประเภทไหนอีกคะ
ถ้าจัดค่ายเด็กมะเร็ง จะขอนำไอเดียนี้ไปทำบ้าง ขอบคุณค่ะ
เข้าใจว่างานยุ่งนะครับ พี่หน่อยโทรหาแผ่นดินนะครับ ทำไมมีอบรมผู้บริหารนานจังเลยครับ...
จิตอาสา จากผลพวงการออกค่าย ได้กุศล แรงครับ ท่านแผ่นดิน เกลอ JJ
อาจารย์แผ่นดิน
มองภาพแล้วย้อนดูตัวเอง จะอะไรนักหนา
ความสุขอยู่ที่ใจ พอเพียง ประมาณตน
ชอบค่ะ
แวะมาเยี่ยม
ชื่นชมมากครับ
เป็นวิถีที่มีความสุขมากๆ