

ถอดความและเรียบเรียงจากพระธรรมเทศนา ของพระพยอม กัลยาโณ
จากหนังสือธรรมะ ชื่อเรื่อง มุขเด็จเกร็ดธรรม เล่มที่ 2
จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี


อย่าให้โง่ กว่า ?
เห็นไหม----การแก้ปัญหาของคนโบราณกับคนสมัยนี้----ไม่เหมือนกัน คนเรานี่นะ-----ตัวใหญ่----สมองมีเยอะ แต่บางคน---โง่กว่าหมา---โง่กว่าแมว---เสียอีก หมาที่วัด---อีเขียวไปได้กับไอ้แดง— ไอ้ขาวมันได้มาก่อน ก็ไม่เห็นมันตามไปเอาคืน----หรือตามไปกัดกัน— ฆ่ากัน แล้วเคยได้ยินไหม----หมาแมวตัวเมีย ผูกคอตาย เพราะน้อยใจแมวตัวผู้ไม่มาหา— ไม่มีหรอก มีแต่คน นี่ซิ---บ้าศักดิ์ศรี---หึงหวงกันไม่เข้าท่า —ชอบฆ่าตัวตาย โง่กว่าหมาเสียอีก

ทองห่อนี้ ตู้ทองเคลื่อนที่ แต่หนี้ท่วมหัว
มีครูชายคนหนึ่งจะแต่งงาน อุตส่าห์ไปกู้เงินธนาคารมาตั้งหลายหมื่น เพื่อ—เอามาจัดงาน แต่งเสร็จ—ไม่มีเงินจ่ายคืน—ดอกทบไปทบมา 2 ปี เขาเร่งหนักๆ เข้า –ก็เลยต้องฆ่าตัวตาย พุทโธ่เอ๊ย ! นี่ถ้าไม่บ้าเรื่องศักดิ์ศรี—จัดงานใหญ่โต เอาแค่ข้าวหม้อแกงหม้อ---ถวายพระพอเป็นพิธี ไม่ต้องมาเสียเงิน---จนฆ่าตัวตาย
ก่อนบวชนี่—อาตมาจะไม่ยอมรักษาศักดิ์ศรีบ้าๆโง่ๆ แบบนี้หรอก เสื้อผ้าจะไม่ยอมซื้อใส่แบบสิ้นเปลือง ใส่เก่าๆ ปะบ้าง เย็บบ้าง หรือจะไม่ซื้อที่ท้องสนามหลวง—ซึ่งแต่ก่อนเป็นตลาดนัดเหมือนสวนจตุจักร ราคาชุดละ 30-40 บาท---จะเก็บเงินไว้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้น
ก็เลยมีเงินเยอะ –เอาเงินไปซื้อที่ไว้ 2 แปลง จนคนแถวบ้านเขาเรียก---ไอ้ผ้าขี้ริ้วห่อทอง แต่คนเดี๋ยวนี้— ชอบทำตัว—อวดรวย —แต่งตัวดี—ใส่เครื่องประดับแพงๆ ขับรถหรู แต่ เงินในกระเป๋าไม่มี— กำลังผ่อนทั้งนั้น อย่างนี้เขาเรียกว่า ทำตัวแบบ ทองห่อหนี้
เวลาไปไหน —อย่างกับตู้ทองเคลื่อนที่ —แต่หนี้ท่วมตัว
ให้คิดดูว่า คน 2 ประเภท ผ้าขี้ริ้วห่อทอง กับทองห่อหนี้
ใครจะมีศักดิ์ศรีมากกว่ากัน

ศักดิ์ศรีของคน อยู่ที่ผลของงาน อาตมาก่อนบวชนี่นะ---รับจ้างขึ้นหมากขึ้นมะพร้าว ขึ้นหมากนี่มันเสี่ยง—ขึ้นต้นนี้โย้ไปต้นโน้น ต้นนั้น ลงมาทีเดียวได้ 3 ต้น— สมัยก่อน—ค่าจ้างเก็บต้นละ 50สตางค์ ติดว่า ได้หกสลึงแล้วเราเที่ยวนี้ ไอ้เจ้าของสวนมันขี้เหนียวบรรลัยเลย—มันบอก เห็นมึงขึ้นทีเดียว 3 ต้น—มึงเอาไปบาทเดียวก็แล้วกัน ก็ต้องยอม—เพราะเราชื่อ ยอม ทีหลังก็เลยขึ้นมันทีละต้น






พรุ่งนี้วันพระ มหา มาชวนไปวัดทำบุญ
แหม ! แหม ! ถึงกินไม่ได้ แต่เท่นะพี่สุ..ศักดิ์ศรีน่ะ
ศักดิ์กินไม่ได้แต่เท่จริงๆนะคะ นี่คือคำตอบที่เป็นจริงของชีวิตคะ ที่ต้องเท่แบบนี้
พี่สุครับ ผมเอาลิงค์บล็อกทั้งหมดของผมมาฝากพี่แล้วนะครับ ขอบคุณครับที่หาผมจนพบครับ
http://gotoknow.org/blog/users/kamkung/view
ผ้าขี้ริ้วห่อทองย่อมดีกว่าแน่นอนคะ การทำความดีก็เช่นเดียวกันนะคะเราไม่ต้องเที่ยวเดินไปบอกใครนะคะว่าวันนี้เราได้ทำความดีอะไรบ้าง ให้ความดีที่เราทำนั้นมันเป็นความรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ภายในใจเราดีกว่าคะ
*วันนี้วันพระไปทำบุญมาคะ เลยนำบุญมาฝากร่วมกันนะคะ..เอ้า ! สาธุ
สวัสดีค่ะพี่สุ
มาอ่านและได้รับธรรมะดี ๆ
ได้รับสิ่งดี ๆ ในวันหยุดค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
(^___^)
มาอ่านข้อคิดดีจากพี่สาวค่ะ..
ให้คิดดูว่า คน 2 ประเภท "ผ้าขี้ริ้วห่อทอง" กับ "ทองห่อหนี้" ใครจะมีศักดิ์ศรีมากกว่ากัน
"ศักดิ์ศรีของคน อยู่ที่ผลของงาน"
ได้ข้อคิดนี้ คอยเตือนสติดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
ได้ความคิดดีๆนำไปใช้ค่ะ
ชอบท่านที่เทสน์ให้เราได้ความคิดด้วย ได้อารมณ์ขันด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะพี่สุ เอาดอกไม้มาฝากคนใจบุญ
สวัสดีค่ะป้าสุ
หนูก็ชอบอ่านธรรมะของพระพยอมเช่นเดียวกันค่ะ
อ่านเข้าใจง่ายดีค่ะ ป้าสุสบายดีนะคะ
วันนี้หนูขึ้นบันทึกใหม่ค่ะ แต่ไม่มีคนรู้จัก เพราะหนูยังไม่เข้าใจระบบค่ะ
บันทึกของหนูอยู่ที่นี่นะคะ
http://gotoknow.org/blog/wittayasamphan/297058
สวัสดีค่ะ มาทักทายด้วยความคิดถึงหลังจากห่างหายไปนาน
กลับมาก็ได้รับธรรมะดีดีแลยจ๊ะ
มีความสุขดีนะคะ คิดถึงค่ะ
สวัสดีค่ะ
เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่อย่างสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะ พี่สุ
พระอาจารย์พยอมท่านเทศน์ได้สะใจเสียจริงนะคะ... เห็นถึงสัจธรรม "ตู้ทองเคลื่อนที่ แต่หนี้ท่วมหัว"
เข้ามาบล็อกนี้ รับธรรมะกลับไปด้วยความอิ่มเอิบใจค่ะ
ขอบคุณมากค่ะพี่สาว
มาชม
วาว ๆ ตัวโตเท่าอะไรดีนะนี่...อิ อิ อิ
เข้าใจจับประเด็นเห็นมุขตลกของพระพยอม...ยอมจริงนะนี่...
โดนอีกแล้วครับทั่น....
คิดดี ทำดี แล้วจะทำให้พอ ถึงจะทำดีให้มากยิ่งขึ้นๆ ต่อไปครับผม
มาส่งพี่สุเข้านอนค่ะ
รักษาสุขภาพมาก ๆ นะคะ จะได้หายหวัดเร็ว ๆ
ไม่ต้องคอมเม้นท์มากน้องก็ซาบซึ้งใจแล้วค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
(^___^)