วันนี้โยมนิมนต์ไปฉันอาหารที่บริษัทในกรุงเทพ 

ก็ออกไปตั้งแต่เช้ากว่าจะกลับมาถึงที่มาลัยทองคำฯ

ก็เกือบบ่ายสามโมง

ก็เห็นชีวิตคนในเมืองที่ต้องขวักไขว่

กับภาระหน้าที่การงานหลากหลายอาชีพ

ถ้าพูดไปแล้วทุกคนก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำด้วยกันทั้งนั้น

แล้วแต่ว่าเราจะได้รับหน้าที่ที่จะทำอะไรก็เท่านั้น

เมื่อเรายังมีลมหายใจก็ต้องทำหน้าที่นั้นๆ  ต่อไป 

 ทั้งหน้าที่ตามธรรมชาติและหน้าที่ตามสมมุติ

ที่เราสมมติกันขึ้นมาจนกว่าจะล้มหายตากจากกันไป 

สละร่างนี้เป็นผุยผงคืนสู่ธรรมชาติแล้วก็เห็น

จะมีความดีและความชั่วเท่านั้นที่คงจารึกไว้

ให้คนรุ่นหลังได้พิจารณาชื่นชมและสาปแช่ง

ทั้งยังสามารถฝังอยู่ในภวังคจิตเราไปนำไปสู่

ณ สถานที่ใหม่ต่อไปได้

อย่างอื่นที่เป็นรูปธรรมจะเป็นทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์

ก็ต้องฝากไว้ให้แก่โลกนี้ต่อไป  เงินทองมากมาย

ก็ส่งเราได้แค่เตียงโรงพยาบาล 

มีลูกหลานสุดที่รักหรือจะรักที่สุดเขาก็ส่งเราได้

เพียงแค่เชิงตะกอนเท่านั้นจริงๆ ชีวิตเราก็ดั่งเช่น

ละครเรื่องหนึ่งที่ต้องเล่น จะได้ค่าตัวหรือไม่ก็ตามที 

โดยมีกฎธรรมชาติเป็นผู้รับหน้าที่ผู้อำนวยการ

และผู้กำกับการแสดง

กรรมหรือการกระทำที่เราทำไว้เป็นตัวบท

มีเวลาเป็นวัตถุเครื่องมือในการถ่ายทำ

และไม่สามารถสั่งคัตต์ได้เมื่อแสดงบท

ที่ได้รับผิดพลาดไม่ถูกต้อง

และออกฉายในทันทีทันใดนั้นทุกครั้งไม่มีกำหนดออกโรง

หากยังหายใจเข้าออกอยู่  เราก็สามรถเป็นทั้งนางเอกพระเอก

โจรผู้ร้ายได้ทุกเวลาของการแสดง 

ดังนั้นเราทุกคนก็เป็นนักแสดงที่แท้จริงด้วยกันทุกคน 

เมื่อปิดฉากลงทุกอย่างก็เป็นเพียงมายา

แล้วเรามัวมาคอยอิจฉาริษยาแก่งแย่งชิงดีกันอยู่ทำไม

ทำสิ่งที่ดีๆให้กันละกันไว้ เมื่อเราล้มหายตายจากแล้ว

จะได้ฝากสิ่งดีๆไว้ให้ลูกๆหลานๆได้ศึกษาบทละครของเรา

ไว้เป็นปฏิปทาในการดำเนินชีวิตก้าวไปสู่สิ่งที่ดีๆต่อไป

             ธรรมะสวัสดีขอรับ..