เพียงชั่วเวลาหนึ่ง ที่ผ่านเข้ามาก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ไม่อยากจะซ้ำเติมตัวเอง เหมือนกับที่ใคร ๆ เขาพูดว่าผีซ้ำด้ามพลอย คิดเสียว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ เป็นอุบัติเหตุทางความคิด จนทำให้จิตตก จากบันทึกเพื่อบำบัดจิตของบันทึกที่แล้ว
ผู้อำนวยการโรงเรียนไปราชการ ครูไปอบรมหลายคน เหลือครูอยู่โรงเรียนชั้นอนุบาล ครูช่วงชั้นที่ ๑ และช่วงชั้นที่ ๓ คือฉันคนเดียว เหตุเกิดมาเป็นละลอกหลายเรื่องหลายกรณี ที่สำคัญนักเรียนชายช่วงชั้นที่ ๒ พากันไปเล่นในสระน้ำหลังโรงเรียน ทำให้เกือบจมน้ำตาย
งานด่วนที่รับผิดชอบเข้ามาเมื่อหมดเวลารายงาน งานที่ทำรายงานส่งแล้วถูกทวงถามโรงเรียนถูกติดชื่อเป็นแบล็คลิสต์ ต้องไปประสานงานเพื่อแก้ปัญหา เราก็ต้องจำนนทำให้เขาใหม่อีกรอบ เพราะเขาไม่พบงานที่เราส่ง ทั้ง ๆ ที่มีหลักฐานในการส่ง เจ้าหน้าที่โรงเรียนยืนยันด้วย
นอกจากนี้ ฉันไม่สามารถตอบคำถามหรือข้อสงสัยที่ฉันไม่รู้หรือรู้ไม่จริงแก่ผู้บริหารโรงเรียน แต่ท่านก็พยายามถามย้ำแล้ว ย้ำอีกจะให้ฉันเป็นผู้รู้ดีจนได้ แม้ว่าจะเรียนท่านแล้วว่า..ตอบไม่ได้เพราะไม่ทราบ ท่านก็คงจิตตกไปตาม ๆ กัน
เพื่อนมารับไปทานข้าว เพราะสาเหตุเธอมีปัญหาครอบครัว ฉันต้องรับฟัง ฟัง ฟัง โดยที่ไม่ทราบว่าจะเสนอแนะหรือบอกวิธีการแก้ไขอย่างไร แล้วเธอก็น้อยใจว่า...ฉันได้แต่ฟังอย่างเดียวไม่รู้สึกรู้สาอะไร
การทานอาหารมื้อนั้นไร้รสชาติแต่ฉันก็ทานและจ่ายเงินเต็มจำนวน ไม่ใช่เพราะความรู้สึกจากเหตุการณ์นั้น ๆ แต่เพราะคนปรุงอาหารลืมเติมมะนาวในยำแครอท เพื่อนบอกว่าจะไม่ทานและไม่จ่ายเงิน แต่ฉันให้เหตุผลว่า "หากเราทำอย่างนั้นก็ได้ รักษาสิทธิ์อันชอบธรรมย่อมไม่ผิด หากจะได้ประโยชน์อะไร คนปรุงอาจถูกต่อว่า ถูกตัดเงินค่าแรง หรือร้ายแรงถูกเลิกจ้าง" และเตือนสติเพื่อนต่อ...."เรามีโอกาสดีกว่าเขามากมาย " กลับถูกเธอต่อว่า..เป็นคนไม่มีหัวใจ เป็นคนใจชา
แยกจากเพื่อน ตั้งใจจะไปซื้อของแต่ไม่มีตังค์ จึงแวะไปกดเงิน "กดเงินแล้ว ไม่รับทั้งเงินทั้งบัตร" และเปลี่ยนใจไม่ซื้อของ กว่าจะรู้ตัวว่าอะไรเป็นอะไร ก็ปาเข้าไป ๓ ชั่วโมงกว่า ๆ โทรศัพท์ไปหาศูนย์บริการสายด่วนของธนาคาร เจ้าหน้าที่บอกว่า "วันนี้คุณเป็นรายที่ ๒๐๐ กว่า ที่พบเหตุการณ์แบบนี้ บางรายกว่าจะรู้ตัวก็หลายวันและเงินในธนาคารก็ถูกกดเกลี้ยงบัญชี แต่รายของคุณกดเพียงวันนี้ครั้งเดียว ๕๐๐๐ บาท"
ใคร ๆที่รู้เรื่องของฉันก็วิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆนานา แต่ฉันสรุปด้วยตัวเองว่า "ฉันขาดสติ" เพราะจิตตก วันนี้ไม่ทราบว่าจิตยังตกอยู่หรือเปล่า แต่ก็ยังมีเจตนาบำบัดจิตด้วยการเขียนบันทึก คงเป็นเพียงชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้นและผ่านไปแล้ว ตลอดเวลาก็คิดแบบขำ ๆ ว่า "เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นนางสติน่าจะดี นามสกุลจิตไม่ตก" ขอขอบคุณเวลาที่ผ่านมาและผ่านไป ไม่เสียดายและไม่เสียใจ
ฉันอยากจะบอกทุกคนว่า ในขณะที่ฉันประสบความวุ่นวาย (ไม่อยากเรียกว่าเป็นปัญหาเพราะไม่ถึงขั้นอุปสรรค) ฉันอยู่แบบนิ่ง ๆ พยายามเก็บใจเก็บอารมณ์ แล้วทุกอย่างก็เหมือนว่าผ่านไป
หมายเหตุ : โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ เหตุการณ์ที่ตู้เอทีเอ็ม มีชาย ๒ คนยืนรอกดอยู่ที่ตู้ของธนาคาร...นานมาก และวันนั้นปลอดคนด้วย ฉันจึงเปลี่ยนบัตรไปกดอีกธนาคารหนึ่ง เพราะไม่อยากคอย คิดว่าเขาทำหลายรายการ ตู้ที่ฉันกดนั้นติดกับที่เขาสองคนยืนอยู่ เพราะมีตู้เรียงรายอยู่ ๕ ธนาคารด้วยกัน แต่ฉันจำอะไรไม่ได้แม้แต่กดเงินจำนวนเท่าไร
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม
จะขอเป็นกำลังใจให้พี่สาวแสนดีของหนู คนดีพระคุ้มครองค่ะ
จิตตก เสียสตังค์ เป็นเรื่องไม่บังควรเกิดแก่เราๆนะคะพี่ครูคิม
สมาธิ ค่ะ สมาธิ จะเกิดปัญญาค่ะ
อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไปนะครับ...
เป็นกำลังใจให้ครับผม...
เข้มแข็งไว้นะคะ
แล้วมันจะผ่านไป กระซิบบอกตัวเองบ่อย ๆ นะคะว่า.. แล้วมันจะผ่านไป
ครูคิมขา

* วัฒนธรรมการทำงานของแต่ละที่แตกต่างกันไป Pually คุ้นชินกับสภาพและบรรยากาศของการทำงานที่ค่อนข้างเป็นไท อิสระ ไม่ค่อยกดดัน...(เอ...หรือว่าเขาไม่ยอมอยู่ใต้ระบบกันนะ ไม่เห็นจะจัดการอะไรกับพวกที่ติดความสบาย ไม่ค่อยรับผิดชอบงานเลย) แต่คนทำงานก็มีไม่กี่กลุ่ม กลุ่มไหนทำงานก็รับผิดชอบทำงานจนล้นมือค่ะ
* ครูคิมเป็นคนร่าเริง ควบคุมสติและจัดการเรื่องต่างๆได้ดี .. จึงผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้โดยไม่มีเรื่องเสียหาย เยี่ยมค่ะ แค่เรื่องแย่ๆมันแวะมาเยี่ยมท้าทายเองเนาะ
* ให้กำลังใจค่ะ
ขอบคุณครับที่ให้กำลังใจกัน
ต้องขอโทษที่หายไปหลายวัน ต้องเตรียมการสอบ
รักษสุขภาพด้วยนะครับ
รักประเทศไทย ตำรวจเป็นมิตรใกล้ชิดประชาชน
ที่จิตตกนะเพราะพี่ครูกำลังรีไซเคิลมันกลับมาให้มันเป็นผอ.เรา
แต่ในจิตลึกๆ(จิตใต้สำนึก)พี่ครูหวนคิดแล้วเชื่อฟังมันแว๊บๆๆ
ตั้งสติตามรู้ว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น
ตามไปให้ถึงรังของมันแต่อย่าบังคับจิตไม่ให้คิด
ประคองจิตให้ถึงต้นตอที่เกิด(โยนิโสมนสิการ)
แล้วจะรู้ว่าว่างเปล่าเพราะมันเกิดแล้วตั้งอยู่ดับไปตั้งแต่นั้นแล้ว..
รู้ว่าอาจจะไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากขอรับ..
จิตตกเสียตัง ไม่เป็นไรครับเป็นสมบัติภายนอก แต่อย่าเสียสมบัติภายในคือ "ใจ"ครับครู
เรื่องดีๆ ยังมาเยือนอีกมากมาย
เป็นกำลังใจให้เช่นเคยนะครับ
สวัสดีค่ะ สุขสันต์วันหยุดค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
มีความสุขนะคะ
สวัสดีค่ะน้องครูแป๋ม
สวัสดีค่ะพี่คิม
อิอิ..มือไวค่ะ ดอกเล็กๆในกระถางข้างทางเดิน
ฝากพี่สาวคนใจดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม
มาเป็นกำลังใจให้พี่ครูคิมกลับมาเป็นพี่ครูคิมคนเดิมนะคะ น้องนัทคนดีฝากดูแลครูคิมด้วยค่ะ
สู้สู้...ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม
ช่วงที่จิตตก..มีวิธีการดูแลตัวเอง อย่างนี้ค่ะ
ไม่ต้ดสินใจ เรื่องใดๆทั้งสิ้น ..ให้ซอมเบิ่งก่อนเด้อ
ออกกำลังกาย หาเพื่อนทานอาหารที่ชอบๆ อร่อยๆ..แล้วพักผ่อนมากๆ
ทำงานที่ชอบ ..ก่อนงานที่ต้องรับผิดชอบ..ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยค่ะ
คิดถึงคนที่เคยมีความรู้สึกดีๆต่อกัน..สักเล็กน้อยค่ะ
วันนี้ก้อเหมือนกับเมื่อวานนี้ แต่พรุ่งนี้อาจจะดีกว่าวันนี้ค่ะ
ให้กำลังใจนะคะ
เป็นห่วงครูคิมคะ พี่สุเข้าใจแล้ว ความรู้สึกแบบนี้ คือ วันนั้นทั้งวันมีแต่ปัญหา มารุมล้อมรอบด้าน ทำให้เราห่วงหน้า พะวงหลัง อาจจะเป็นช่วงเวลาหนึ่งจริงๆ
จิตใจบางครั้งก็ลืมตัว ว่าขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่ แต่ที่ทำบางครั้งก็เผลอ เพราะคิดว่า เรื่องที่ทำเมื่อกี้นี้ เสร็จแล้ว บางครั้งเรื่องเมื่อกี้ที่เสร็จไป ยังไม่สมบูรณ์แบบ อาจจะไม่ครบขั้นตอน
แล้วก็ไปคิดเรื่องใหม่อีก และตอนนั้นในสมอง กำลังคิดสับสน เพราะอาจจะเหนื่อยใจ หรือเมื่อยล้า และเรื่องราว ที่ประดังเข้ามา ได้หน้าลืมหลัง พี่สุเคยเป็นคะ พะวง
และเวลาขับรถยิ่งอันตราย เพราะลืมแม้กระทั่ง ตรงนี้เป็นสี่แยกอันตราย ลืมระวัง ฝ่าไฟแดงก็มี นี่แหละ สาเหตุหลายเรื่องประดัง มันมาพร้อมๆกัน
พี่สุจึงขอให้ครูคิมทำใจให้สบาย อย่าคิดมากนะคะ คนเก่ง อย่าให้เกิดอีก เพราะถ้ามันได้เกิดแล้ว มันอาจจะเกิดอีกคะ เหมือนเป็นสัญญาณเตือนเรื่องสมอง ในความสับสน ต้องพักผ่อน หยุดคิดมาก เรียกสติคืนมา
ฉะนั้น พักผ่อนให้เพียงพอ ทำใจให้สบายคะ คงจะมีแต่ให้กำลังใจกันคะ พี่สุรู้ว่าครูคิมเหนื่อย เพราะคนที่ทำอะไรจริงจัง จะเหนื่อยมากกว่าคนอื่นคะ ที่เป็นเหตุ ก็เพราะรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ดี ที่มีอยู่ในตัวครูคิมคะ ถ้าได้ไม่ดี อย่าทำดีกว่า นี่คือครูคิมคะ
ทำใจให้สบายนะคะ พอดีแหละที่ไปอ่านกลอนให้คนใจเย็นในบล็อคพี่ จะได้สบายใจ สบายตาขึ้น มีเพลงเพราะเย็นๆ ฟังด้วยนะ
บล็อคของพี่สุ ก็คงจะมีบทกลอนแฝงความคิด ธรรม เป็นช่วงๆ เพราะพี่สุไม่มีกิจกรรมอะไร นอกจากชีวิตที่พร้อมด้วยปรัชญา พร้อมที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นบทกลอนสอนใจ เท่าที่ทำได้คะ แล้วพบกันอีกในบทความกลอนต่อไปคะ
ช่วงนี้พี่สุกำลังฝึกตกแต่งบล็อกให้หวานและมีเสน่ห์คะ เพราะจะเน้นกลอนจากใจ ที่รู้สึกถ่ายทอดออกมาเป็นจังหวะ ตามอารมณ์ในตอนนั้น บางครั้งพี่สุเขียนตัวหนังสือผิด หรือบทกลอนแข็งไป ควรจะแก้เป็นคำนั้น ไปบอกได้นะคะ เพราะพี่สุก็ยังไม่เก่ง คอยให้บรรดาครูภาษาไทย มาช่วยแก้อยู่คะ ไม่ว่ากันเลย เพื่อความไพเราะของบทกลอนคะ เป็นการเรียนรู้ใหม่
แล้วมีเพลงหวานซึ้ง เพลงเดียว ฝากรักเอาไว้ในเพลงคะ มันเพราะดีความหมายก็ดี ไปอ่านกลอนฟังเพลงเพราะ พอคลายเครียดได้คะ จะพยายามแต่งกลอนที่สร้างสรรค์ ให้กำลังใจกันคะ
นี่แหละเป็นสาเหตุ ที่พี่สุห่างหายการเยี่ยมเยือนไป แต่ใครคิดถึงมาเยี่ยมพี่สุก็ไปเยี่ยมคืนอยู่คะ อยากจะให้บล็อกนี้ของพี่สุ มีคุณค่ามากขึ้นคะ คิดถึงกันก็ไปเยี่ยมนะคะ คนดี
สติมาปัญญาเกิดคะ ทำอะไรตั้งสติก่อนทุกครั้ง ที่รู้ว่าตนเองกำลังสับสนคะ