คนไทยกินข้าววันละเท่าไร????
คำถามนี้เล่นเอาผมมึนมาครั้งหนึ่งแล้ว....
ไม่ใช่ว่าตอบไม่ได้นะครับ....
“...280-300 กิโลกรัมข้าวเปลือก ต่อคนต่อปีครับ...” ผมตอบท่านเกษตรจังหวัดในทันที..ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง...ไม่เสียแรงที่เป็นนักวิชาการเกษตรที่รับผิดชอบงานข้าว หรือ Rice Man ของจังหวัดมานาน...เคยบรรยายเรื่องนี้บ่อยจนติดปาก...
“..เหรอ..งั้นช่วยหาเอกสารอ้างอิงให้ผมหน่อยสิ...ผมต้องการเขียนเป็นเชิงวิชาการหน่อย...” เอาละสิครับ..งานเข้าเลยทีนี้..
ผมรับงานข้าวมาไม่ต่ำกว่า 15 ปี เอกสารที่เกี่ยวกับข้าวกองพะเนิน ทั้งที่สำนักงานและที่บ้าน ............ผมค่อนข้างมั่นใจในตัวเลข 280 - 300 ก.ก. ข้าวเปลือกต่อคนต่อปีแน่นอน..
...แต่เอกสารอ้างอิงดังกล่าวมันจะอยู่ส่วนไหนของโลกกันหนอ....
.....วันนี้ดีใจใหญ่..เจอเอกสารอ้างอิงแล้วครับ..ใหม่ล่าสุดด้วย ละเอียดถึงระดับภาคเลย..
อย่ากระนั้นเลย..จับลงบันทึกเพื่อใช้อ้างอิงในคราวต่อไปดีกว่า...หาง่ายกว่าค้นเอกสารตั้งเยอะ...มีเครื่อง มีเน็ตฯ ก็ OK….
“.......แม้ว่าข้าวจะเป็นพืชอาหารหลักของคนในชาติ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคข้าวของครัวเรือนค่อนข้างหาได้ยาก หากตั้งคำถามง่าย ๆว่า คนไทยกินข้าวคนละเท่าไหร่ ? แม้จะรู้สึกว่าเป็นคำถามที่ง่าย แต่ไม่รู้จะตอบอย่างไร ?”
เห็นไหมครับ แค่เกริ่นนำ ก็กินใจคนที่กินข้าว แต่ข้าวคาใจมานานซะแล้ว...
......รศ.สมพร อิศวิลานนท์ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวไว้ในคอลัมเศรษฐกิจและเศรษฐศาสตร์ นิตยสารข้าวไทย ฉบับครบรอบสองปี หน้า 109 เรื่อง คนไทยกินข้าวมากน้อยแค่ไหน ? ว่า จากการรวบรวมข้อมูลจากข้อมูลจากศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าการบริโภคข้าวของครัวเรือนเฉลี่ยต่อคนจะแตกต่างไปตามภูมิภาค ดังนี้ครับ
1. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริโภคครัวเรือนละ 485 ก.ก. หรือคนละ 142 ก.ก./ปี
2. ภาคเหนือ บริโภคครัวเรือนละ 330 ก.ก. หรือคนละ 109 ก.ก./ปี
3. ภาคใต้ บริโภคครัวเรือนละ 288 ก.ก. หรือคนละ 83 ก.ก./ปี
4. ภาคกลาง บริโภคครัวเรือนละ 255 ก.ก. หรือคนละ 80 ก.ก./ปี
5. กรุงเทพ ฯและปริมณฑล บริโภคครัวเรือนละ 151 ก.ก. หรือคนละ 46 ก.ก./ปี
6. เฉลี่ยทั้งประเทศ บริโภคครัวเรือนละ 331 ก.ก. หรือคนละ 101 ก.ก./ปี
....................เอ..ไม่ตรงกับที่ผมรู้มาเลยแฮะ.....เอาแล้ว....งานเข้าอีกแล้ว....
รึว่าหน่วยของเราเป็นข้าวเปลือก หน่วยของท่าน รศ.เป็นข้าวสาร...ดูเอกสารก็ไม่ได้ระบุไว้...
รึว่าเราจำผิด..เอ...งงเพิ่มนะนี่...(ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมช่วยด้วยครับผม)
...เอางี้แล้วกันครับพี่น้อง..ไม่ต้องสนใจตัวเลขที่ผมพูดไป เพราะไม่มีเอกสารยืนยัน(ยังหาไม่พบ) ขอให้ใช้ตัวเลขของท่าน รศ.สมพร ดีกว่า มีที่มาที่ไปดี... ฮิฮิ..
ตัวเลขเกี่ยวกับข้าวยังไม่จบครับ...มาดูต่อนะครับ..
· ครัวเรือนในเขตเทศบาลบริโภคข้าว ครอบครัวละ 240 ก.ก. หรือ 77 ก.ก./ปี
· ขณะที่ครัวเรือนในเขตชนบทบริโภคมากเกือบเท่าตัว ถึง 391ก.ก. หรือ 114 ก.ก./ปี
· ครัวเรือนที่มีรายได้ในสัดส่วนระดับสูง 25 % ของครัวเรือนทั้งหมด บริโภค ปีละ 301 ก.ก. หรือคนละ 80 ก.ก./ปี ซึ่งน้อยกว่าสัดส่วนของครัวเรือนที่มีรายได้ในสัดส่วนปานกลาง 50 % ครัวเรือนละ 341 ก.ก. หรือคนละ 100 ก.ก./ปี และสัดส่วนที่ต่ำกว่า 25 % สุดท้าย ครัวเรือนละ 343 ก.ก. หรือคนละ 125 ก.ก./ปี ตามลำดับ
· ครัวเรือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริโภคข้าวเหนียว 59.4 %
· ภาคเหนือ บริโภคข้าวเหนียว 48.7 %
· ปริมาณการบริโภคข้าวคนไทยลดลงเป็นลำดับ
- ปี 2521 บริโภคเฉลี่ยคนละ 180 ก.ก. (อัมาร สยามวาลาและวิโรจน์ ณ ระนอง, 2533)
- ปี 2533 บริโภคเฉลี่ยคนละ 119 ก.ก. (lsvilanonda and Poapongsakorn, 1994)
- ปี 2545 บริโภคลดลงเหลือเฉลี่ยคนละ 101 ก.ก. (สมพร อิศวิลานนท์และคณะ, 2533)
.........มาดูข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ในปี 2533 เปรียบเทียบกับข้อมูลปี 2545 (12 ปี)ของสำนักเศรษฐกิจแห่งชาติ กันบ้างครับ...
· การบริโภคลดลงครัวเรือนละ 284 ก.ก. (จากปี 2533 = 477 ก.ก. เหลือเพียง 331 ก.ก. ในปี 2545)
· ถ้าคิดเป็นคน ลดลง 18 ก.ก. (จากปี 2533 = 119 ก.ก. เหลือเพียง 101 ก.ก. ในปี 2545) หรือลดลงเฉลี่ยปีละ 1.5 ก.ก./คน
· ประเทศที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักในกลุ่มเอเชียหลายประเทศก็มีอัตราการบริโภคข้าวต่อคนลงลงเช่นกัน(lto, 2547)
.................สาเหตุที่แนวโน้มการบริโภคที่ลดลง ท่าน รศ.สมพร ได้กล่าวปิดท้ายไว้ว่า
“.....สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการบริโภคที่ประชากร เมื่อมีรายได้มากขึ้นจะปรับเปลี่ยนแบแผนการบริโภคไปสู่การบริโภคกลุ่มอาหารประเภทโปรตีน และกลุ่มอาหารประเภทฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้น "
".....อย่างไรก็ตามผู้เขียนเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยควรเร่งให้การส่งเสริมด้านอุปสงค์การบริโภคข้าวไปพร้อม ๆ กับการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปข้าว ทั้งที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่สำคัญให้กับข้าวสารไทยอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยมีการส่งออกในรูปของผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวเพียง 5 % ของมูลค่าข้าวที่ส่งออก 209,760 ล้านบาท ในปี 2551.........”
จบข่าว....กอข้าว..รายงาน
อ้าว....ขึ้นต้นเป็นอะไรก็ไม่รู้..แต่ลงท้ายเป็นข่าวไปซะแล้ว..ตะแหง๋ว แป๋วววววว
สวัสดีค่ะ คุณปรีดา อิอิ
เรียกชื่อจริงด้วย เย้
แล้วคนจนเป็นใครค่ะ อิอิ
หิววววววววววววววววววววว มากค่ะ
วันนี้ผม กับ ม่อน 2 คน 4 ถ้วยแล้วครับ อันนี้น่าทานจัง เคยทานแบบนี้เลยนานมาแล้ว อร่อยมากมาก ต้องทำทานอีก
สวัสดีค่ะมากินข้าวด้วยค่ะ
เห็นภาพแล้วหิวค่ะ กุ้งแช่น้ำปลา ของโปรดค่ะ...
มาเด้อมากินข้าวนำกัน...
แวะมาดูข้าว ของอาปรีดาครับ
กินข้าวน้อยลงจริงๆค่ะ แต่กินกับข้าวมากขึ้น อยากจะได้จานนี้จังเลย
เวียนหัวกับตัวเลขคะ ใครจะกินมาก กินน้อย ก็ขอให้กินแบบที่ชอบ ที่ชอบกิน ตามตัวอย่างที่เอามาให้ดู น้ำลายไหย..แย้ว
เมื่อรู้ว่าคนบริโภคข้าวเท่าไหร่แล้ว ท่านเกษตร ชอบอยู่จังหวัด จะดำเนินการ บริหารข้าวอย่างไรให้พอกิน และช่วยคนปลูกข้าว (ใครคนปลูกข้าว ก็ชาวนานะซิจ๊ะ)ให้เขามีกำลังใจปลูก และรักษาที่นาไว้ อย่าให้คนต่างชาติมาเช่า ปลูกข้าวขายให้คนไทยกิน ที่เรียกว่า
MADE IN THAILAND ไปอ่านคืนที่บล็อคพี่สุด้วย เรื่องข้าวนี่แหละ
ปฏิการดอลล่าแลกข้าวเลย
สวัสดีค่ะมีคนอยู่ไหมคะ...
มารับดอกไม้ค่ะ...ฝันดีนะคะ
สวัสดีค่ะพี่ชาย
คนอิสานกินข้าวเยอะที่สุด เชื่อค่ะ เชื่อ J เห็นมากะตา 5 5 ...
แล้วช่วงนี้ นา เป็นไงบ้างค่ะพี่ ... เมื่อวานคุยกับพี่ที่ร้อยเอ็ด โห บ่นใหญ่ ฝนไม่ตกเลย
ที่ใต้นี่ ตกได้ตกดี .เพราะที่นี่ไม่มีนางแล้ง . J …
วันนี้มีเดินสายไปไหนไหมคะ ... เดินทางปลอดภัยเด้อพี่ชาย ...
ว่าแล้วก็ไปกินข้าวก่อนเด้อ ............
สวัสดี ครับ คุณ เกษตรอยู่จังหวัด
อ่านบันทึกนี้ แล้ว หิวครับ
ขอทาน ด้วยคน นะครับ
เจ้าสาวใบตอง
เธอคือท่วงทำนองของชีวิต
...
เป็นตาแซบแท้
สวัสดีคะ
สวัสดีทุกท่าน ช่วงนี้เกเร..ไม่ยอมตอบความเห็นเลย 555
สงสัยข้าวหลาม ฮิฮิ