เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวัน  วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาฉันและคุณครูโบตั๋นไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านค้าในหมู่บ้าน  บังเอิญได้พบคุณพ่อและคุณแม่ของเหน่ง จากบันทึกที่ ๓๑๑. ฉันจึงเล่าเรื่องเกี่ยวกับปัญหาของเหน่งให้คนทั้งสองฟัง  เพื่อต้องการให้เขาหันมาสนใจพฤติกรรมและเอาใจใส่ต่อสุขภาพของลูกบ้าง

          เมื่อคุณพ่อและคุณแม่...รับฟังปัญหาของเหน่งแล้ว  ทั้งสองบอกกับพวกเราแบบขัดแย้งว่า "เหน่งไม่เป็นอะไร สุขภาพร่างกายก็ไม่เห็นเจ็บป่วยอะไร ไม่เที่ยวเตร่ ว่านอนสอนง่าย ทุกวันทุกคืนเหน่ง  ได้ไปช่วยงานแบกสับปะรดทั้งกลางวันและกลางคืน  เมื่อสองวันผ่านมานั้นเหน่งได้ค่าจ้างตั้ง ๕๐๐ บาทเชียวนะ"  คุณแม่พูดอย่างปลาบปลื้มกับค่าแรงของเหน่งเป็นที่สุด

         เรื่องที่โรงเรียนได้สังให้เหน่งมาเรียนกับคุณพ่อ คุณแม่ให้รับทราบและให้พาเหน่งไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลนั้น.... ทำให้ฉันแน่ใจว่าว่าเหน่งคงไม่กล้าบอกความจริง ๆ กับคุณพ่อและคุณแม่ เมื่อฉันถามคุณแม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ทำให้ทราบว่าเหน่งยังไม่ได้บอกทางบ้านแต่อย่างใด ....

        เรื่องอาหารการกิน  ทราบว่าเหน่งไม่ชอบทานอาหารและไม่ชอบทานข้าว  แต่ชอบทานบะหมี่สำเร็จรูปเป็นประจำ   เมื่อพวกเราสองคนได้ช่วยอธิบายว่าการรับประทานอาหารแบบนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง  คุณพ่อและคุณแม่ยืนยันแบบขัดแย้งเช่นกันว่า   "ลูกชอบจึงไม่อยากจะห้าม ซึ่งเป็นอาหารที่ง่าย สะดวกสำหรับลูก และราคาถูกอีกด้วย

         วันไหนมีการแบกสับปะรด เหน่งจะเข้านอนตี ๑ ตีสองทุกวัน  คุณพ่อและคุณแม่บอกว่า "นอนดึกหน่อยก็ไม่เป็นไร  แต่ให้ตื่นสาย ๆ หน่อย เขาอยากช่วยทำต้องตามใจ อีกอย่างก็ได้เงินด้วย"  พวกเราครูสองคนก็มีอาการหน้าเกือบเละ...ได้โจทย์ใหญ่กลับบ้านอีกเช่นเคย