ชีวิตการทำงาน

เมื่อวาน..เป็นวันที่ได้ข้อคิดมากมาย 

 

ชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ตั้งแต่เรียนจบ มีครอบครัว ชีวิตครอบครัวไม่เคยเป็นอุปสรรคในการทำงาน การทำงาน..เป็นชีวิตส่วนใหญ่ของเรา การทำงานเป็นสิ่งที่เรา..ให้เวลามากที่สุด ทำงานเพื่อดูแลคนไข้สัปดาห์ละ 5 วัน และทุกวันเมื่อกลับบ้านจะต้องกลับมาทำงานเอกสารต่อที่บ้าน เช่น งานวิจัย ตรวจงานโครงการฯของพยาบาล งานเตรียมเป็นวิทยากร และอื่นๆ ฯลฯ

 

ชีวิตการเป็นพยาบาล การดูแลคนไข้ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด... คนไข้มะเร็งทุกวันนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันจะมีคนไข้เกือบ 10 คน ที่ต้องเข้ามาให้ยาเคมีบำบัด พยาบาลจะต้องดูแลทั้งกายและใจให้คนไข้ เราจะต้องไม่ทำให้ทุกอย่างเป็นอุปสรรคสำหรับคนไข้  เราจะสอนน้องๆพยาบาลเสมอว่า  ถ้าเราอารมณ์ไม่ดี  เราจะต้องไม่ดุด่าว่ากล่าวคนไข้ เราต้องนึกว่า...ถ้าเราเจ็บป่วย..เป็นคนไข้มะเร็ง เราจะรู้สึกอย่างไร อยากให้พยาบาลทำอะไรให้ เราก็ควรทำอย่างนั้นแก่เขา เพราะการที่ต้องมา รพ ทุกเดือน คนไข้ก็ทุกข์พอแล้ว

 

เราคิดเพียงเท่านี้ คนไข้จึงอยากมาหาเรา  และมีความสุขที่จะอยู่กับเรา แม้ตึกเราจะไม่มีห้องพิเศษ แต่คนไข้ทุกคน  ก็มีความสุข ถึงแม้จะทุกข์กับโรคที่เป็นอยู่

มาถึงวันนี้... เราพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด จนคนไข้ชมชอบ เราก็พอใจที่สุดแล้ว เมื่อเราพยายามทำงานที่เราทำอยู่ให้ดีที่สุด จนหลายคนก็อยากรู้ อยากเห็นว่า เราทำงานอย่างไร คนขอมาดูงานก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ และคนขอเชิญเราไปเป็นวิทยากรก็มากขึ้นด้วย งานอื่นๆก็ถาโถมเข้ามา ถ้าเราทำได้ ก็พยายามทำ จะไม่เป็นคนเรื่องมากใดๆ  จะได้ลดอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น

 

เราก็ต้องชั่งใจดูว่า... สิ่งที่เราทำน่าจะเป็นประโยชน์ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อให้คนอื่นๆได้เรียนรู้และสามารถทำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเราอีก ผลที่ได้จะทำให้ดีต่อประชาชนยิ่งขึ้น เพราะโรคร้ายเกิดขึ้นตลอดเวลา บุคลากรทางสาธารณสุขจะได้ช่วยกัน 

แต่มีข้อคิดอย่างหนึ่งที่อยากจะให้เป็นคือ... อยากให้คนอื่นที่เราสอนแล้ว..ทำงานเก่งๆ แต่เคยได้ยินอาจารย์ที่สอนเรา..แนะนำว่า ถ้าเราสอนคนแล้ว...จะได้ผลเพียง 5% ที่สามารถทำต่อเราได้ เราก็น่าจะพอใจแล้ว  เราก็พอใจเช่นนี้มานานแล้ว

ทำให้ทุกวันนี้..เรายังต้องทำงานหนักต่อไป  แต่การทำเช่นนี้  

จนเป็นประเด็นการบริหารว่า.. การที่เราทำงานทุกวันนี้ ทำบางอย่างมาก..จนเกินไปหรือเปล่า  ทำให้ทำบางอย่าง..น้อยไปไหม ??? ........

 

 

อาจทำเกิดปัญหากับงานประจำที่ทำอยู่...ก็อาจจะจริงอยู่บ้าง เพราะน้องๆพยาบาลก็คงอยากจะให้เราอยู่ดูแลช่วยเหลือในงานที่ซับซ้อนต่างๆ  พูดคุยหยอกล้อให้กำลังใจ พาไปท่องเที่ยวบ้างเมื่อมีโอกาส

 

จนถึงวันนี้...เราต้องคอยพูดคุยถามไถ่น้องๆใน Hi5 และตรวจงานส่งงานกันทาง email ก็พอช่วยได้บ้าง แต่เราต้องไม่ละเลยการดูแลทุกข์สุขของน้องๆที่ทำงานร่วมกับเรา เพราะยังมีคนรอคอยเราดูแลอยู่...

ดังนั้น...อาจทำให้เราต้องกลับมาคิดทบทวนตัวเอง   เราจะต้องปรับตัวอย่างไร  กับการทำงานของตัวเองในวันนี้

หลังจากคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา..ของวันวาน

 

หรือเราจะผันตัวเองไปเป็นชาวสวนดีนะ น่าจะมีความสุขดี..

ชาวสวนฝึกหัด.....