คำวิจารณ์ คือ คำพูดที่สร้างสรรค์

หากเรามองแล้วว่ามันทำให้เราดีขึ้น

พัฒนาขึ้น เปิดใจรับมันเอาไว้

แต่คำวิจารณ์ที่มุ่งจะให้เราเสียกำลังใจ

ปีกหัก ปิดใจ และอย่ายอม

ให้มันเข้ามารบกวนหัวใจ

 

 

บางคนเจอคำวิจารณ์ไปทีเดียว ... ถอย

ถอยเพราะว่าไม่มีกำลังใจ เริ่มขาดศรัทธาในตัวเองเพราะฟังคำคนอื่นมากไป

คำวิจารณ์นั้นเป็นเหมือนมีดสองคม

ใช้ดี ... เราก็จะพัฒนาและดีขึ้น รับมาไม่ดีก็อาจจะทำลายเราได้

 

 

 

๑.

เข้าใจคำวิจารณ์

เข้าใจจุดประสงค์ของคำวิจารณ์นั้นก่อน

 

 

๒.

คำวิจารณ์อาจจะเป็นโอกาสที่ทำให้ได้พัฒนาขึ้น

เปิดโอกาสให้เราเข้าใจสถานการณ์ หรือมองภาพ

ในอีกมุมผ่านสายตาคนอื่นที่เรายังมองไม่เห็น

หรือยังไม่เคยมอง

 

 

๓.

ดูว่า คำวิจารณ์ที่ได้รับนั้นมาจากไหน

คนที่วิจารณ์เราเขาจะได้ประโยชน์อะไร

จากคำวิจารณ์ของเขา

 

 

๔.

พิจารณาว่า คำวิจารณ์นั้นผสมความอิจฉาลงไปด้วยหรือเปล่า

หรือเป็นคำวิจารณ์ที่ต้องการจะติงเพื่อให้เกิดการ

เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เป็นคำวิจารณ์ที่ปรารถนาดี

 

 

๕.

มองหาทางแก้ไข หรือหาหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น

หากเรายอมรับคำวิจารณ์ เราต้องมั่นใจว่า เรามีความสุขกับมัน

รับแล้วต้องไม่ท้อ รับแล้วต้องพร้อมจะแก้ไขและทำให้ดีกว่าเก่า

 

 

๖.

ไม่ต้องมองหาคนรับผิดชอบแทน ไม่ต้องมีข้ออ้างว่า ที่เราทำอย่างนี้ เพราะอย่างนี้ เพราะอย่างนั้น คำอธิบายบางทีมันก็เป็นเหมือน "คำแก้ตัว" เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากเป็นมืออาชีพจริง ๆ อย่าเป็นนักแก้ต้ว แต่จงเป็นนักคิด วิเคราะห์ และแก้ไข

 

 

๗.

ถ้าเราถูกวิจารณ์หรือตำหนิในเรื่องที่เราแก้ไขไม่ได เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือความสามารถในการแก้ไขของเราก็ ปล่อยวางเสียบ้าง ต้องซื่อสัตย์กับตัวเองและอย่าอ้างว่า เพราะความลำเอียงของใจ แก้ในเรื่องที่ยอมรับและแก้ได้ เรื่องที่ยอมรับแต่แก้ไม่ได้เพราะติดระบบ ติดสังคม ก็ไม่ต้องเก็บมานั่งคิดให้ปวดหัว เสียเวลา

 

 

๘.

ยอมรับขีดจำกัดของตัวเอง

อย่าทำอะไรที่เกินหัวคิด

เกินความสามารถที่ตัวเองมี

เพราะจะเหนื่อยฟรี เสียเวลาฟรี

และเสียอารมณ์ไปฟรี ๆ

 

 

๙.

คำวิจารณ์ที่เกี่ยวกับ ธรรมชาติส่วนตัวของเรา อย่าว่าแต่แก้ไขไม่ได้เลย

ใครหน้าไหนก็มาแก้ให้เราไม่ได้

เพราะฉะนั้น หากเจอคำวิจารณ์อย่างนี้ต้องปล่อยวาง และปล่อยไป

 

 

๑๐.

อย่าอ่อนไหวไปกับคำวิจารณ์

แต่จงเข้มแข็งรับคำวิจารณ์

ไม่ว่าจะเป็นคำวิจารณ์ประเภทไหนก็ตามที

เข้มแข็งเท่านั้น เราจึงจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้

คำวิจารณ์ที่ไม่หวังดีและมุ่งให้เรา

เสียกำลังใจได้

 

 

๑๑.

ถ้าเป็นการพูดรวม เหมารวม ถามให้แน่ชัด

อย่างเช่นว่า ถ้าเราทำงานชิ้นหนึ่งเสร็จแล้วเขาบอกว่า ทำไม่ดี

ถามเขาต่อไปอีกนิดว่า ไอ้ที่ไม่ดีนี่ มันไม่ดีตรงไหน

ไม่ดีเพราะอะไร อย่าฟังคำวิจารณ์ที่คลุมเครือ

จับต้องไม่ได้ หรือคำวิจารณ์ลอย ๆ

 

 

๑๒.

ถ้ายอมรับคำวิจารณ์นั้น ก็ต้องคิดวิเคราะห์

และมองหนทางแก้ไข ค่อย ๆ คิด และมองทางแก้ไขให้มันดีขึ้น

อย่ารับมานั่งกังวลแล้วไม่ทำอะไรกับมันเลย

อย่ากังวลและแก้ไขให้ขึ้น แสดงให้เห็นว่า เราใส่ใจและแก้ไข

 

  

๑๓.

เรียนรู้จากมัน ไม่ต้องสอบซ่อมในเรื่องเดิม ๆ

ได้รับบทเรียนจากมัน

และมีก้าวใหม่ที่ชัดเจน สง่างาม

บกพร่องให้น้อยลง

 

 

๑๔.

เมื่อได้รับคำวิจารณ์ก็อย่าโกรธ หรือว่าฉุนเฉียว

อย่ามองว่าเขาว่า แต่มองว่าเขาหวังดี

ถึงเห็นว่าเขาไม่หวังดี เราก็อย่าไปใส่ใจ

อย่าไปเสียเวลาด้วย

 

 

๑๕.

อย่าจมอยู่กบความบกพร่องของตัวเอง

ด้วยการไม่เปิดประตูยอมรับความจริง

และอย่าจมทุกข์อยู่กับคำวิจารณ์ที่ไม่หวังดี

ถ้ามันไม่ทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

 

......................................................................................................................................

 

"คำวิจารณ์" สร้างความรุ่มร้อนให้กับผู้ที่ไม่เปิดใจ และไม่พิจารณา วิเคราะห์เหตุและปัจจัยที่เกิดคำวิจารณ์

"คำวิจารณ์" เหมือนดาบสองคม ที่มีทั้งคุณและโทษ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเลือกเชื่อและใช้อย่างไร

จงควบคุมอารมณ์ ใจเย็น ค่อย ๆ ทำความเข้าใจในเหตุและผล แล้วจึงมาใช้กับตัวเอง

ฤาอยากให้ไฟโกรธมันเผาผลาญตัวเอง ก็ตามใจ

บุญรักษา ทุกท่าน

;)

 

...................................................................................................................................... 

 

ขอบคุณหนังสือดี ๆ

ต้นกล้า นัยนา.  แค่เปลี่ยนมุมคิด โลกก็เปลี่ยนแล้ว.  กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๗.