บทนิยามของคนแก่

แก่อย่างมีความสุข

20090313190001_178

ข้าพเจ้าคิดอยู่นานในการเขียนบทความชิ้นนี้ เพราะไม่แน่ใจว่า จะมีผู้สนใจอ่านหรือไม่ ? เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักชอบเรื่องราวเกี่ยวกับคนหนุ่ม คนสาว ที่ทำให้หัวใจสดชื่น ข้าพเจ้าเอง ก็เคยเป็นเช่นนั้น

ระยะหลังๆนี้ เมื่อเริ่มมีเจ้าหนู แม่หนูตัวน้อยๆหลายคนมาลำดับญาติด้วยความเคารพให้เป็น คุณย่าใหญ่ คุณยายใหญ่ ในหลายกรรมหลายวาระแล้ว ทำใจปลงตก อีกทั้งได้บอกตนเองเสมอว่า แม้อายุของเราได้ก้าวสู่ช่วงปัจฉิมวัย แต่ไฟในใจฮ็อตๆกว่าสาวๆบางคน

ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงเริ่มค้นหาความหมายที่แท้จริงของ คนแก่ เพื่อให้เกิดการยอมรับที่รื่นรมย์อย่างผู้รู้ตามหลักคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า ตนเองคือผู้รู้ ผู้รู้คือผู้ปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติคือผู้ตื่น ผู้ตื่นคือผู้เบิกบาน

Dokbua-999

อีกสาเหตุที่เขียนเรื่องนี้ สืบเนื่องจากบทความเรื่อง ชีวิตหลังเกษียณ ซึ่งข้าพเจ้าได้เล่าไว้ในวารสารพระสยามฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๔๗ ได้มีเพื่อนๆน้องๆผู้อ่านหลายคน ที่เกษียณไปแล้วหรือกำลังจะเกษียณได้มาปรารภว่า อยากให้ข้าพเจ้าช่วยเล่าขยายความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ เพื่อเป็นข้อคิดสำหรับการวางแผนบั้นปลายชีวิตแบบ แก่เก๋ ( แปลว่า แก่สง่างามดูดี ) ดังนั้นการพูดเรื่อง คนแก่ ครั้งนี้ จึงเป็นภาคสองของเรื่องชีวิตหลังเกษียณดังกล่าวด้วย


การเป็นคนแก่ โดยเฉพาะ แก่สังขารนั้นน่าจะถือเป็นกายทรัพย์ภายนอกที่ไม่มีใครอยากแย่งชิงไปจากเรา แต่ตัวเราเองหลายคน กลับพยายามหากรรมวิธีต่างๆในการขจัดความแก่ ออกไปแบบหนีความเป็นจริงตามธรรมชาติ เรื่องนี้เราไม่ว่ากัน เพราะการรักสวยรักงาม เป็นความปกติธรรมดาที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากขาดความมั่นใจ ทั้งด้วยวิธีการและการใช้ผลิตภัณท์เสริมความงามประเภท Anti-Aging รวมทั้งการทำศัลยกรรมอย่างแพร่หลาย แต่ยังไม่ปรากฏประสิทธิผลอันถาวรใดๆที่จะหักล้างความจริงที่ว่า ความยั่งยืนในเรื่องสังขารนี้ไม่มีแน่นอน ที่แน่นอนคือความร่วงโรยเสื่อมถอย ไปสู่สภาพ แก่แล้ว แก่เลย ไม่มีการถอยหลังกลับเริ่มสาวใหม่แม้แต่ก้าวเดียว...

...อยากกลับมาเหมือนอย่างภาพในอดีตเหล่านี้ ก็ไม่ได้แล้ว...

....ไม่ช้าไม่นาน..ก็คงเป็นเช่นภาพในอนาคตอย่างนี้ แน่นอน..ยอมรับสิ่งที่จะมาถึงอย่างหน้าชื่นตาบาน..

Dscf0213

ข้าพเจ้าเชื่อว่า ความแก่ไม่ใช่เป็นเรื่องน่ากังวลนัก แต่กลับเป็นทางเลือกสายใหม่ที่มีความเป็นอิสระมากขึ้นในการก้าวเดินต่อไปอย่างมีชีวิตชีวา มีความสง่าสมวัย ไม่ต้องแข่งความงามทางกายกับใครๆ

หากแต่ให้ความสำคัญกับเครื่องประดับเรือนใจตนเองที่เปล่งประกายระยับด้วยความดีอันเกิดจากการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ที่เหมาะสม เติมรสชาดแห่งบุญกุศลที่หลายหลากแก่ชีวิต เพื่อความแข็งแกร่งทางจิต อันจะก่อเป็นผลานิสงค์ให้รำลึกได้อย่างเปี่ยมความสุข ไม่มีความปริวิตกต่อกายสังขารที่กำลังเสื่อมสภาพลงไปตามลำดับแต่อย่างใดทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าเคยได้ยินหลายคนบ่นให้ฟังว่า การเป็นคนแก่ที่มีคุณค่านั้น เป็นเรื่องทำได้ยาก เพราะต้องพากเพียรประหารกิเลส ( เขาว่าคนแก่ กิเลสมักหนา สนิมเขลอะขัดยาก ) ต้องใช้เวลาอีกกี่ชาติที่จะหมั่นพอกพูนความดี ผนึกรากฐานภายในของ ความแก่ ให้โดดเด่นที่ ใครๆอยากยกย่อง อยากเห็น อยากเข้าใกล้ และอยากเอาเยี่ยงอย่าง เพราะมีคุณลักษณะเป็นเลิศ เช่น แก่เกื้อกูล แก่ การุณย์ เป็นต้น

ความสง่างามของการแก่เกื้อกูล และ แก่การุณย์ นั้น คนแก่ ต้องมีจิตสำนึกของการแบ่งปันกัน ห่วงใยและหยิบยื่นน้ำใจไมตรีอย่างไม่มีเงื่อนไข ปลูกความสุขใจบนการให้มากกว่าคอยแบมือรับอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีข้อควรระวังว่า อย่าให้แบบยัดเยียดเกินความพอดี ต้องฉลาดให้ด้วยสติปัญญา

พิจารณาว่า การให้นั้นก่อผลขยายในทางยังประโยชน์ที่เหมาะสม คือ ให้ไปแล้วผู้รับเห็นคุณค่า ข้าพเจ้าเคยเห็นอยู่บ้างว่า บางกรณีความรักความห่วงใยที่ให้อย่างไม่ลงตัวนั้น กลายเป็นตัวถ่วงความเจริญต่อทั้งผู้ให้และผู้รับ และบ่อยครั้งที่ ผู้ให้สุขใจแต่ผู้รับเป็นทุกข์ หรือในทางกลับกัน ผู้ให้น้ำตาตกนอกตกในด้วยความชอกช้ำใจเพราะผู้รับไม่มีความกตัญญูรู้คุณ คิดๆดูแล้ว การให้ต้องมีศาสตร์และศิลป์ในตนเองด้วย จึงจะเป็นการให้ที่มีค่าอย่างแท้จริง

รักแท้ด้วยเมตตาตามหลักพุทธ

เป็นที่สุดแห่งความสุขไม่ทุกข์หนอ

มีแต่ให้ไม่รอรับเพราะเพียงพอ

ตั้งจิตขอเธอหลุดพ้นจากวังวน

Dsc05121

สำหรับ ผู้ที่อยากจะก้าวไปสู่ความเป็นคนแก่ยอดนิยม นั้น ผู้รู้ท่านสอนว่า โปรดส่องกระจกสำรวจตนเองก่อน ( อย่างจริงใจและจริงจัง ) ว่า ตัวเราเป็นคนแก่ จำพวกกำลังทำลายตนเองบนความมัวเมาที่ใครๆอยากหลีกเลี่ยงไม่คบหาสมาคมด้วย หรือไม่ เช่น แก่เกะกะ แก่กอบโกย แก่เกินแกง แก่เก็บตัว แก่กลัวตาย แก่เกียจคร้าน แก่เกเร แก่เกาะแกะ แก่เกรี้ยวกราด แก่เกาเหลา แก่กะล่อน แก่กังฉิน ( ขี้โกง ) เป็นต้น…(นี่เริ่มไล่กันเฉพาะอักษร ก ก่อน ยังมากถึงเพียงนี้)

เมื่อสรุปความแก่ อันน่ารังเกียจในตัวเราได้แล้ว ตำราท่านว่า อย่าเพิ่งเร่งรีบประหารกิเลสที่อาจติดรากฝังลึกเหล่านั้นมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นหนุ่มสาว

ท่านแนะว่าให้พิจารณาหาสาเหตุอย่างรอบคอบว่า ที่เราสะสมความแก่ ทางลบเหล่านี้มาตั้งนานแสนนานนั้น เป็นเพราะอะไร หลายคนอาจเข้าข้างตนเองด้วยการโทษว่าเป็นเพราะการบีบคั้นของ สิ่งแวดล้อม กรรมพันธุ์ การอบรมเมื่อครั้งเยาว์วัย ฯลฯ ส่วนอีกหลายคนอาจแก้ตัวว่า ความแก่ ทางลบหลายอย่างที่ตนมีอยู่มาจากความชื่นชอบส่วนตนที่หามาประดับนิสัยไว้เพื่อความอยู่รอดปลอดภัย หรือความสำราญและสีสันของชีวิตตนเอง โดยไม่สน ( ใจ )ใครอยู่แล้ว

สำหรับผู้ที่ต้องการกลับตัวกลับใจเสียใหม่นั้นเท่าที่ได้เห็นมาหลายกรณี มักประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อย เราจึงยังได้เห็นคนแก่กาย แต่ใจงาม ล้อมรอบตัวเรา ผดุงความเป็นร่มโพธิร่มไทรของลูกหลานอย่างอบอุ่นมากมายหลายครัวเรือน

20090513002323_104jpg

ในส่วนประสบการณ์ของข้าพเจ้านั้น อาจกล่าวได้ว่า ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นหนึ่งในพวกพยายามชะลอความแก่สังขารด้วยคนหนึ่ง ซึ่งได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง และลงทุนเป็นตัวเงินไม่มากไปกว่าการใช้แรงกายแรงใจ โดยการเล่นกีฬาทั้งกลางแจ้งและในร่มตามสมควรแก่วัย พร้อมสร้างวินัยข่มใจเรื่องการบริโภคของอร่อยที่จะเพิ่มน้ำหนักตัว เพื่อมุ่งหวังรักษาความกระฉับกระเฉง ที่จะรู้สึกสนุกกับการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านทุกวัน ไม่ต่างจากช่วงก่อนเกษียณอายุราชการมากนัก เนื่องจากไม่เคยชินกับการนั่งนอนเฉยๆ ตามประสาคนเกิดปีลิงที่ไม่ยอมหยุดนิ่งอยู่กับที่ เมื่อถูกใครมาชวนไปทำโน่นนี่ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคม ข้าพเจ้าจึงลืมความแก่ โลดแล่นตามไปทันทีโดยไม่เกี่ยงงอนใดๆ

การงานส่วนใหญ่ของข้าพเจ้า ยังคงเป็นงานของสองมูลนิธิ คือ มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) ที่แวดล้อมไปด้วยคนหนุ่มคนสาวและเครื่องมือเครื่องใช้ไฮเทค

ส่วนหน้าที่ที่ถูกมอบหมาย เป็นการงานที่ใช้ประสบการณ์เดิมๆที่สั่งสมไว้ในสมองมากกว่าใช้แรงกาย ประเภทงานที่ปรึกษาฯ อันเหมาะสมกับวัยงามยามนี้

ทั้งนี้ ข้าพเจ้าอาจแตกต่างจากน้องๆหลานๆรอบข้างก็ตรงที่ข้าพเจ้าเกิดหยิ่งตอนเริ่มแก่ตัว โดยประกาศอย่างหนักแน่นไม่ยอมรับค่าแรงและการต่อรองเรื่อง “ค่าตัว” เพราะแก่ปูนนี้ เบื่อการเป็นลูกจ้าง ขอเป็นนายตัวเอง อยากมีความรู้สึกดีๆว่า ทุกย่างก้าวที่ออกจากบ้านมาทำงาน เพราะใจรัก ใจศรัทธาในงาน(โครงการพัฒนาเยาวชน ) และคนชวน ( ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา และ คุณหญิงชฏา วัฒนศิริธรรม ประธานคณะกรรมการ และกรรมการ มูลนิธิฯ ด้วยความเห็นชอบของตณะกรรมการมูลนิธิฯ ) ไม่ใช่แสวงหาความร่ำรวยหรือตำแหน่งชื่อเสียง ใด ๆ

20090604133039_124

ข้าพเจ้าได้พากเพียรทำตัวติดดินมากกว่าเมื่อครั้งยังรับราชการ ที่มีอุปกรณ์ทุ่นแรงประดับตำแหน่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน เช่น มีคนขับรถที่แข็งขันรู้ทุกเส้นทางพร้อมรถยนต์ที่สะอาดเอี่ยมอ่อง เช็ดขัดมันวาวพร้อมอยู่เสมอสำหรับเรียกใช้ในการออกไปปฏิบัติงานของธนาคารแห่งประเทศไทย มีเลขาฯแสนดีที่คอยดูแลปกป้องแบบยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม เป็นต้น

ครั้นบัดนี้ เมื่อพันธกิจต่อชาติบ้านเมืองตามหน้าที่เหล่านั้น สิ้นสุดลงตามกฎกติกามารยาทแล้ว ข้าพเจ้าจึงต้องยึดธรรมคติว่าด้วย อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ( แปลความว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ) เช่น ไม่จ้างคนขับรถ แต่ขับรถเองเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ต้องทำหน้าที่เป็นสารถีให้พ่อ

ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ใช้บริการสาธารณะอัจฉริยะ ที่รวดเร็ว ปลอดภัย และแสนประหยัดพลังงาน หรือหากระยะทางไม่ไกลนัก เดินได้เป็นเดิน ถือเสียว่าได้ออกกำลังกายไปในตัว ถึงที่หมายแบบไม่สร้างภาระแก่ใคร

หลายคนที่ผ่านพบ ออกปากถามว่า เหตุใดจึงเดิน(ย่ำต๊อก) ข้าพเจ้าเกือบหลุดปากตอบไปว่า “เพราะมีขาค่ะ ” ส่วนเสื้อผ้าอาภรณ์นิยมสไตล์ทะมัดทะแมง ดูแลรักษาง่าย

ครั้นรู้สึกหิวเมื่อใด มักจะแวะร้านที่ทำสลัดผักอร่อยๆแถวศูนย์อาหารใกล้ที่ทำงาน บริโภคอิ่มไม่อึดอัด แถมหิ้วใส่ย่ามกลับมาบ้านสำหรับมื้อต่อไป เป็นการทุ่นเวลาทำครัวอีกด้วย

http://royalmusic.tkpark.or.th/song.htm

งานอดิเรกยามว่างที่อารมณ์ปลอดโปร่ง ข้าพเจ้ามักหันหน้าเข้าหาเปียโน เคาะโน๊ตเพลงไทยเดิมและไทยสากลยอดนิยม (แต่เลี่ยงไม่ยอมลงคอร์ดพร้อมกันไป เพราะนิ้วยังไม่ไหวพลิ้ว) โดยเริ่มหัดจาก เพลงยากแต่ขลังและไพเราะมาก คือ เพลงพระราชนิพนธ์เป็นเพลง “พ่อครู” ที่ว่ายาก เนื่องจากประกอบด้วยโน๊ตตัวแฟลตชาร์ปถี่ๆ และที่ว่าขลัง เพราะทุกครั้งเมื่อยกสองมือถวายบังคมเหนือเกล้าก่อนเริ่มวางนิ้วบนคีย์ จะสามารถเคาะโน๊ตได้อย่างต่อเนื่อง จังหวะไม่ติดขัดเลย ก่อเกิดเป็นกำลังใจที่จะฝึกซ้อมอย่างไม่ท้อถอยแต่อย่างใด

ข้าพเจ้าได้อัญเชิญเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ เพลงเทวาพาคู่ฝัน เพลงยามเย็น เพลงลมหนาว เพลงแก้วตาขวัญใจ เพลงชะตาชีวิต เพลงสายฝน เพลงพรปีใหม่ เพลงความฝันอันสูงสุด เพลงเราสู้ ฯลฯ

หลังจากนั้น จึงตามด้วยเพลงประเภทเย็นใจ สบายอารมณ์ที่อมตะของสุนทราภรณ์ และเพลงรักหวานซึ้งของ สุเทพ ชรินทร์ และ สวลี เช่น เพลงหยาดเพ็ชร เพลงหนึ่งในร้อย เพลงทาสเทวี เพลงคนึงหา เพลงข้องจิต เป็นต้น ต่อด้วย เพลงเข้าสมัย เช่น เพลงดอกไม้ให้คุณ เพลงรางวัลแห่งชีวิต เพลงเงาไม้ เพลงริมฝั่งชล เพลงจงรัก เพลงบ้านของเรา เพลงแต่ปางก่อน เป็นต้น

แม้เพียงไม่กี่เดือนที่ได้เริ่มขลุกอยู่กับเปียโนแทบทุกวัน ข้าพเจ้ายอมรับว่า ได้บังเกิดความความสุขใจ สบายหู ลืมความวุ่นวายรอบตัว ถือเป็นวิธีบำบัดจิตสู่สมาธิอันสงบที่เกิดจากสองมือเราที่มอบให้แก่ตนเองอย่างแท้จริง

การนี้สำเร็จขั้นต้นมาได้ ก็ต้องขอแสดงความขอบใจหลานชายนักดนตรีสุดเลิฟ(อมรพงศ์ เภกะนันทน์) ที่ยอมเป็นครูสอนป้าด้วยการตามใจทุกอย่าง ชนิดลูกศิษย์โค่งอยากเรียนแบบไหน บอกมา ครูไม่เกี่ยงงอน แม้จะข้ามขั้นตอน เพราะป้าต้องการเรียนลัดเรียนเร็ว

ทั้งนี้เมื่อฝึกใหม่ๆ ครูคอยหมั่นเยี่ยมหน้ามาตรวจการบ้านให้อาทิตย์ละครั้ง แต่พักหลังนี้ ครูเริ่มหายหน้าไป ชวนให้สงสัยว่า ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะวางใจว่าพอปล่อยเดี่ยวป้าฝึกซ้อมไปเองได้แล้ว ก็อาจเป็นเพราะครูตัดใจจาก แบบแยกทางใครทางมัน เนื่องจากเพลงที่ฝึกซ้อมคนละแนวกับของครูที่หนักไปทาง ป๊อปแจ๊สสากล

M154973

สรุปได้ว่า ช่วงนี้ ข้าพเจ้าได้ใช้ชีวิตในแบบ คนแก่ไม่เรื่องมาก ไม่จู้จี้ ไม่มีฟอร์มแต่อย่างใด และไม่ใช่การสร้างภาพให้คนหลง หากแน่ใจตนเองว่า ทำไปเพราะอยากเบากาย เบาใจ ไร้กังวล อย่างแท้จริง

ผลดีที่เกิดขึ้นทางด้านจิตใจจากการใช้ชีวิตข้างต้นของข้าพเจ้า คือการเป็นคนแก่ ที่ยังถูกดึงให้ร่วมทีมผู้บำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งย่อมเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตให้สดชื่นต่อไปได้ ..

เมื่อหวนคิดๆขึ้นมาในตอนนี้แล้ว ข้าพเจ้าได้เริ่มเข้าใจชายชราไฟแรงวัยเกือบเก้าสิบปี ใกล้ตัวข้าพเจ้าที่คอยห่วงใยดูแลอย่างยิ่งต่อผู้เป็นลูกๆอยู่เสมอ และนับจะทวีความเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน ขนาดที่ว่า ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าขับรถพาพ่อไปเที่ยว ข้าพเจ้าจะถูกกำกับตลอดระยะทางตั้งแต่ออกจากประตูบ้าน ซึ่งเชื่อได้ว่าไม่ใช่เพียงเพราะรักลูกอย่างเดียว แต่พ่อคงคิดด้วยว่า ถึงจะแก่ปานนี้แล้ว พ่อก็ยังรู้สึกแข็งแรงสมแมน ที่มากด้วยความสามารถในการเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวที่คอยระแวดระวังปกป้องสั่งสอนลูกทำนอง “ คุณพ่อรู้ดี “อย่างไม่เสื่อมคลาย ซึ่งบ่อยครั้งที่ข้าพเจ้าเคยอึดอัด เคยโต้แย้ง เคยเบื่อหน่ายในความหวังดีที่เกินจำเป็นนั้น ครั้นมาบัดนี้ ข้าพเจ้าตั้งใจแล้วว่า จะอนุโลมโอนอ่อนเท่าที่จะทำได้ในการยินยอมให้พ่อเป็นกัปตันเดี่ยวมือหนึ่งของข้าพเจ้าไปตลอดกาล เพื่อพ่อจะไม่รู้สึกอับเฉาไร้คุณค่า

เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้ หวังเพียงเพื่อสร้างกำลังใจแก่ผู้อ่านและตัวข้าพเจ้าเอง ในการยืนหยัดเผชิญความแก่ ด้วยความสุข สดชื่น เบิกบาน และมีความเข้มแข็งที่จะต่อสู้กับความเสื่อมถอยของสังขารอย่างสมเหตุสมผล ไม่สร้างภาระแก่ลูกหลานและสังคม แต่มองโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงรอบตัวด้วยใจที่เปิดกว้าง ปรับตนและสร้างภูมิคุ้มกันอันเหมาะสม เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยเท่าที่จะทำได้อย่างไม่ท้อถอย..

ฉันเป็นคนแก่แต่วัยใจยังสาว

ผ่านเรื่องราวในชีวิตคิดย้อนหลัง

ทั้งสุขทุกข์ปลุกจิตด้วยพลัง

ไม่ปิดบังบอกกล่าวท้าวความนัย

อันบ้านเรือนคนเราเก่าตามกาล

อยู่เนิ่นนานสานสืบถึงลูกหลาน

ค่อยซ่อมแซมเติมต่อพอสำราญ

ให้ทนทานฟ้าฝนและโจรภัย

ข้าพเจ้าขออวยพรให้ความสุขความเจริญในพุทธธรรม จงบังเกิดต่อคนแก่แล้ว และที่กำลังย่างเข้าสู่การเป็นคนแก่ทุกท่านค่ะ...

..............................................................................................................................................................

น้องแสงแห่งความดี

* ขอบคุณที่อ้างถึงบางวาทะในบันทึกนี้ที่อนุทินของน้องนะคะ...

http://www.gotoknow.org/journals/122968

* ยินดีที่เห็นประโยชน์จากบันทึกนี้ไปถอดบทเรียนในพื้นที่ Happy ฺBa ค่ะ

http://www.gotoknow.org/posts/540587
...............................................................................................................................................................

น้องทพญ.ธิรัมภา

* ขอบคุณที่เห็นประโยชน์จากบันทึกนี้ และนำไปถอดบทเรียนในพื้นที่ Happy Ba ค่ะ

http://www.gotoknow.org/posts/537465

..............................................................................................................................................................

น้องชลัญธร

* ขอบคุณมากค่ะที่ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ของพี่ใหญ่ในพื้นที่ของ Happy Ba

http://www.gotoknow.org/posts/537584

.................................................................................................................

น้อง พ.แจ่มจำรัส

* ขอบคุณมากค่ะที่นำบันทึกนี้ไปถอดบทเรียน Happy Ba...ยินดีที่เห็นประโยชน์ค่ะ...

http://www.gotoknow.org/posts/538796

.................................................................................................................................................................

น้องหมอตันติราพันธ์

* ขอบคุณมากค่ะที่นำบันทึกนี้ไปถอดบทเรียน Happy Ba...เราคงได้พบกันบ้างในโอกาสดีๆนะคะ

http://www.gotoknow.org/posts/539469

................................................................................................................................................................


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เส้นทางชีวิต..ใครลิขิต



ความเห็น (25)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

มาดูว่าตัวเองเข้าข่ายคนแก่ ไหมนะคะ อิอิอิ

หลายคนชอบบอกว่าเราทำตัวเป็นคนแก่

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ

คนแก่ เป็นคนที่มากด้วยประสบการณ์นะคะ

หนูชอบคุยกับวันเฒ่าคนแก่ ด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

แม้จะแก่ ก็ขอให้แก่อย่างมีคุณค่า

ใช้เวลาที่เหลืออยู่ ให้เป็นประโยชน์

เป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่ใหญ่

ตามมาจากบ้านพี่คิมครับ

อ่านเพลินมากเลยครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่

  • จบด้วยการอ่านเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งค่ะ
  • น้องครูคิมฝึกปฏิบัติตนเพื่อรอก่อนเกษียณรอบนี้ค่ะ
  • ถ้าจะฝืนใจอยู่อย่างผู้มีอุดมการณ์หรือรักษาศักดิ์ศรีเหมือนเขาว่า  สงสารตัวเองค่ะ
  • และมีเป้าหมายชีวิตไว้แล้วว่าน่าจะทำอะไร 
  • ผ่านการทดสอบแล้วค่ะ ๑ ปีที่ผ่านมาสมมุติว่ามีเงินเดือนน้อย  อยู่แบบไม่มีฟอร์ม เรียบง่าย ติดดินค่ะ
  • ขออนุญาตนำดอกบัวไปไว้ที่บันทึกของหนูนะคะ
  • ขอขอบพระคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณพี่ใหญ่มากครับที่เอาไป link ไว้ ชอบข้อความนี้จังเลยครับ

ข้าพเจ้าจึงต้องยึดธรรมคติว่าด้วย อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ( แปลความว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน )

เขียนเมื่อ 

เรียนพี่นงนาท สนธิสุวรรณ

เป็นบทเรียนสำหรับคนที่แก่อย่างพวกผมครับ แก่อย่างมีคุณค่า ชอบ ก. แก่ ที่หลากหลายของพี่ครับ

อ่านแล้วได้แง่คิด

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณนงนาท
  • มาอ่านบทความด้วยความชื่นชมค่ะ
    เห็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตที่แยบยล  มีความสุขและมีคุณค่า
  • ตอนนี้หนูหน่อยก็เริ่มแก่แล้วค่ะ  อิอิ  เริ่มจากสายตาต้องสวมแว่นเวลาอ่าน
    หนังสือรู้สึกรำคาญตัวเองจริง ๆ
  • หากแต่ในความแก่ก็รู้สึกว่าตนเองสุขุมลุ่มลึก  มองอะไรได้ลึกซึ้งมากขึ้น
    พวก  สว.  (สูงวัย)  มักจะเห็นอะไรที่เด็กหนุ่มสาวไม่เห็น  แม้เชื่องช้าแต่ก็
    ผิดพลาดน้อย....
  • รักษาสุขภาพนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่ นาง นงนาท สนธิสุวรรณ                                                           

ชื่นชม พี่ นาง นงนาท สนธิสุวรรณ ที่งามสมวัย และ มีความคิดที่สร้างสรรค์ทันสมัยมาก..   นีนานันท์ มาอ่านความคิดดีๆ นี้หลายรอบเลย..  ขอบคุณค่ะ..  เป็นกำลังใจให้นะคะ..

มีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรง เสมอๆ นะคะ..                 Background

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณพี่นงนาท

หนูรีขอเรียกว่าคุณพี่...ดีกว่าค่ะ น่ารักออกค่ะ

อ่านแล้วก็อมยิ้มค่ะ...ชอบจัง ยังยังไม่แก่...หัวใจยังวัยรุ่นค่ะ

ขอให้คุณพี่มีสุขภาพมีความสุขน่ะค่ะ

เขียนเมื่อ 

 สวัสดีค่ะพี่ใหญ่

ไม่ได้มาอ่าน blog นี้ซะนาน..คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ เอาดอกไม้มาฝากแทนคำขอบคุณด้วยจ้า

 

เขียนเมื่อ 
  • มาทักทายค่ะ ใครบอกว่า ....คนแก่.... Nina(หนุ่ย)ขอเถียงค่ะ
  • เขาเรียกว่าสวยสมวัย ความแก่เป็นเพียงเรื่องของรูปร่างและสรีระตามวัย
  • Nina(หนุ่ย)จะเคารพและเรียนรู้งานต่างๆจากพี่ๆที่อาวุโสกว่าเลยรู้ว่า
  • ผู้ที่สูงวัยจะมีความคิดความอ่านที่สุขุม ละเอียดรอบคอบกว่า
  • เห็นโลกมามากกว่า เข้าใจกลไกลขององค์กร
  • มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหามากกว่า
  • ผู้สูงวัยเหล่านี้แหละจะเป็นเทรนเนอร์ชั้นยอดของเด็กๆรุ่นใหม่ที่บางครั้งเร่งรีบใจร้อน เชื่อมั่นสูง
  • สรุปขอบอกว่าคุณนงนาทเป็นผู้ใหญ่ใจดีไม่ใช่คนแก่ เห็นประสบการณ์ในการทำงานและแนวคิดแล้ว อยากลดอายุให้สัก20ปีค่ะ จะได้ทำงานเพื่อสังคมและส่วนรวมได้อีกมากมายค่ะ
  • เคารพและนับถือมากๆขอเป็นหนึ่งกำลังใจมอบให้ค่ะ ถึงจะแก่แต่มากด้วยคุณภาพค่ะฮ่าๆๆๆ
  •               
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

  • เป็นบันทึกที่ทำให้ผู้อ่านหลายๆวัยอ่านแล้วคิดตามได้มากมายค่ะอาจารย์
  • เมื่อเวลานั้นมาถึง..ไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้ ในขณะที่บางคนก็ชิงจากไปโดยยังมิได้สัมผัสกับชีวิตในวัยนี้แต่อย่างใด..
  • แต่หนูเชื่อว่า...ความสุขที่แท้จริงนั้นก็สามารถหาได้เสมอในทุกช่วงของชีวิตค่ะ
  • ขอให้อาจารย์มีความสุขมากๆค่ะ

Starfish Sunset

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่ใหญ่ใจดี ขออนุญาติเรียกพี่ใหญ่ ตามท่านพี่ขจิตขาหญ่ายยค่ะ

หนูชอบมากๆค่ะ เป็นบันทึกยาวบันทึกแรกที่อ่านเพลิน เกินห้ามใจ แบบไม่มีเว้นวรรค แถมอ่านแล้ว หายเหนื่อย หายมึนหัว วันนี้ทำงานเหนื่อยมากๆ ค่ะ มาอ่านแล้วช้อบ ชอบอ่านค่ะๆ ว้าววาว มีเพลงที่ชอบด้วยค่ะ หนึ่งในร้อย หยาดเพชร ริมฝั่งชล ชอบๆ

อ่านแล้วอยากจะรีบๆ เกษียณไวๆ จังเลยค่ะ อายุเป็นเพียงตัวเลข มั่นใจแน่แล้วค่ะ เพราะดูพี่ใหญ่แล้ว Young at Heart always ดูสิคะ สดใส แข็งแรง ชอบที่สุดประโยคนี้  ก็มีขานี่ค่ะ โอ๊ะ โอ๋ จ๊าบ มากๆ ขอบพระคุณค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ...พี่นงนาท...

ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ๆ มีประโยชน์ค่ะ...สักวันน้องก็คงต้องตามพวกพี่ ๆ ไป...เมื่อถึงเวลานั้นค่ะ...

ตามมาอ่านบทความ   ประทับใจมากค่ะ

เข้ามาเยือนเรือนหลังเก่าดังที่ว่าครับผม

เขียนเมื่อ 

เป็นตัวอย่างแนวทางชีวิต ที่รื่นรมย์และมีคุณค่า

ขอบคุณคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณพี่ใหญ่

            เป็นบันทึกที่ถูกใจมากค่ะ  ครูดาหลากำลังเหงาและกำลังคิดจะโทรปรึกษาเพื่อนที่เขาเออรี่รีไทร์ไปก่อน ว่าใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไร จะต้องเตรียมเงินทองไว้มากขนาดไหนถึงจะพอสำหรับเผื่อว่าหลังเกษียณไม่มีสิทธิ์ทำนิติกรรมใดๆได้ ฯลฯ

           ที่ทำงานก็มีเพื่อนที่จะเกษียณปีเดียวกัน ก็ให้กำลังใจกันว่าพยายามอดทนให้ครบปีด้วยเหตุผลคือเราไม่มีสิทธิ์เออรี่รีไทร์  เพราะวัยเกินเกณฑ์ค่ะ

          วันนี้เองที่ต้องทบทวนตัวเองอีกครั้งเรื่องหน้าที่การงาน  ที่มีเหตุต้องกระทบกระทั่งกันเพราะเป็นผู้ปฎิบัติงาน  ขาดทุนค่ะ  อยู่แบบคนแก่เตรียมรับมือกับวัยเกษียณอย่างมีคุณค่าดีกว่านะคะ

                        ขอบคุณบันทึกที่ให้กำลังใจค่ะ

         

เขียนเมื่อ 

แวะมาอ่านช้าไปหลายปี แต่ก็ให้ประโยชน์มากเหมือนเดิมครับ...พี่ใหญ่ คงค่อย ๆ ติดตามบันทึกในบล็อกนี้ไปอย่างช้า ๆ ตามประสา สว. ปีลิงเหมือนกัน

 

 

เขียนเมื่อ 

เริ่มรวบรวมบันทึกพี่ใหญ่ (คนแรก) เพื่อดำเนินการถอดบทเรียนแล้วค่ะ 

ขอบพระคุณมากค่ะที่ทำให้เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตที่งดงาม ใกล้จะถึงเวลานั้นกันแล้วค่ะ ผู้อ่านทุกคนควรจะได้เรียนรู้ด้วยกัน เป็นสุขสาธารณะที่มีอรรถประโยชน์มากค่ะ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่ใหญ่ (ขออนุญาคเรียกตามท่านอื่น) ผมเป็นน้องใหม่ในบ้าน g2k  ไม่ค่อยรู้ทาง เลยอาศัยเดินเกาะตามรุ่นพี่ นี่ผมก็ตามคุณ พ.แจ่มจรัส มา(ป่านนี้แกคงรู้ตัวแล้ว) ดูแล้วพี่ใหญ่เป็นที่เคารพร้กของ....อึมม..น่าจะของทุกคนรอบตัว เป็นคนแก่การุณย์ หัวใจสาว ผมขอโอกาสนี้ฝากตัวเป็นน้องด้วยนะครับ

ผมเองเพิ่งโดนเลข5มานำหน้าอายุ ได้มาอ่านคู่มือใช้ชีวิตหลังเกษียณ ที่ไม่มี 1...2...3... ของพี่ใหญ่ เพลิดเพลิน อ่านง่าย และน่าจะทำคามได้ ( แม้ไม่ง่ายนัก ) พี่ให้หลักการในครึ่งแรกคิดว่าเป็น"ทางเลือกสายใหม่ที่มีอิสระมากขึ้นในการก้าวเดินต่อไปอย่างมีชีวิตชีวา  มีความสง่าสมวัย....ให้ความสำคัญกับเครื่องประดับเรือนใจ..ด้วยความดี...เพื่อความแข็งแกร่งทางจิต..." ครึ่งหลังเป็นวิธีปฎิบัติ โดยใช้กิจวัตรของตนเป๊นตัวอย่าง

เป็นบันทึกที่ใส กระจ่าง จรรโลงใจ จนต้องนึกคิดปรับตัว วางแผนให้ย่างเท้าตามรอย

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

  • ดีจังค่ะที่ได้เข้ามาอ่าน  ทำให้มองเห็นอนาคตยามเกษียณของตัวเองชัดขึ้น
  • ยังคิดไม่ออกว่าจะเลือกเป็นคนแก่แบบไหน
  • แต่ที่แน่ๆ คือ จะเลี้ยงน้องหมาพันธุ์บีเกิ้ลเพิ่มสักตัว  จะปลูกผักกินเอง  จะนั่งดูหนังวันละเรื่อง  ออกไปกินข้าวนอกบ้าน (สองตายาย)สัปดาห์ละวัน จะเรียนทำอาหารญี่ปุ่น (เพราะลูกชอบกิน)  จะให้ครูมาสอนเปียโน (หรืออาจเป็นไวโอลิน) ที่บ้าน  ไปใส่บาตรหน้าโรงพยาบาลทุกพฤหัส(เหมือนเคย) ฯลฯ 

Panda

nui

ป.

Sila Phu-Chaya

แสงแห่งความดี...

พ.แจ่มจำรัส

KRUDALA

กล้วยไข่

Pojana Yeamnaiyana Ed.D.

เดือนดาว

พัฒนาเยาวชนให้มีจิตอาสาเพื่ิอสังคม

* สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่บันทึกนี้ค่ะ

* น้องเทียนน้อย...ได้กำลังใจคนแก่จริงๆค่ะ...

* น้องTassana Wong ...เป็นประสบการณ์ "คนแก่" ตัวจริงค่ะ..

* น้องหนานเกียรติ ...ความสุขยามนี้ของพี่ใหญ่...เรื่องราวทำนองนี้อาจเป็นอนาคตของใครบางคนก็ได้นะคะ.

* น้องครูคิม... พี่ใหญ่ได้รีบบันทึกความทรงจำช่วงนี้ไว้ต่อจากเรื่องราวของชีวิตในอดึตก่อนหน้านี้ ที่เขียนไว้ในหนังสือที่ระลึก ๖๐ ปีที่ผ่านไปแล้ว ..และตั้งใจจะทำวันนี้ให้ดีที่สุดตามที่ตั้งใจไว้ค่ะ..

* น้องดร.ขจิต ...พี่เขียนไว้เตือนตนเอง..จะได้ไม่ทำตัวเรื่องมาก ..จะยากนาน..

* ผอ.พรชัย ...มาเป็นแนวร่วมด้วยช่วยกัน กกก. แก้แก่(น่า)เกลียด นะคะ..เดี๋ยวจะถูก ดด.โดดเดี่ยว..

* น้องครูธรรมทิพย์...ยินดีมากค่ะที่สมัครใจมาร่วมแฟนคลับคนแก่กับพี่ใหญ่..

* น้องมีนานันท์ ...เป็นกำลังใจ และให้ความสนใจความคิดของคนแก่ ที่ระยะทางของช่วงชีวิตวัยนี้สั้นลงทุกทีแล้วนะคะ..พี่ใหญ่ดีใจที่ข้อเขียนยังได้รับการต้อนรับจากน้องนะคะ...ขอให้มีความสุขมากๆเช่นกันค่ะ..

* น้องหนูรี ..มาให้กำลังใจและส่งความปรารถนาดี ขอให้สนุนสนานกับการทำขนมอร่อยๆแจกกัลยาณมิตรนะคะ..

* น้องชาดา...ขอบคุณมากค่ะสำหรับดอกไม้งามๆ..สดชื่นยามค่ำจริงๆ ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ..

* น้องNina ...ขอบคุณมากการ์ดงดงาม เป็นดั่งหยาดทิพย์แห่งความหวังที่โชติช่วงในการอยู่ในสังคมกัลยาณมิตรนี้ อย่างมีความสุข

* น้องซิลเวีย ...มาร่วมรับความสุขที่แท้จริงในทุกช่วงชีวิตของเราที่เราเป็นผู้กำหนดในแนวพอเพียงค่ะ

* น้องboo ...พี่ใหญ่ซึ้งมากที่บอกว่าอ่านแล้วหายเหนื่อย...เป็นการลดช่องว่างระหว่างวัยที่สะท้อนชัดเจนในความคิดเชิงบวกของคนอ่านที่น่ารักคนนี้นะคะ...คนเขียนจึงมีกำลังใจจริงๆค่ะ..

* น้องบุษยมาศ ...มาเห็นประโยชน์ของการเป็นคนแก่วัย..ใจสาว ..เราฝืนวัฏจักรของธรรมชาติไม่ได้...แต่เราเติมความสุขในชีวิตตามที่เราต้องการได้เสมอ ถ้าเรายังมีไฟเต็มร้อย..

* น้องแก้ว..อุบล ..ตอนนี้ทำงานเพื่อสังคมเข้ากลุ่มกับน้องๆที่มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ฯ อย่างมีความสุขมากๆค่ะ

* น้องผศ.โสภณ...ยินดีที่มาเยี่ยม "เรือนหลังเก่าเฝ้าดูแลแต่หนหลัง"..ค่ะ

* น้องหมอป. ...นี่คือคนที่รู้จัก "แก่" เป็นสุข..พี่ใหญ่บอกหลานๆเสมอว่า "ป้าคืออนาคตบางส่วนของพวกเธอที่เป็นอดีตบางส่วนของป้า"..แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเสมอค่ะ..

* น้องดร.พจนา...ขอบคุณมากค่ะสำหรับดอกไม้ที่มอบให้เป็นกำลังใจ..เป็นบันทึกที่ค่อนข้างยาว..นานๆเขียนทีนึงค่ะ..เก็บเอาไว้เตือนตัวเอง..

* น้อง KRUDALA... ยินดีมากค่ะที่บอกว่าชอบบันทึกนี้..พี่ใหญ่ขอให้กำลังใจน้องครูในการใช้ชีวิตก่อนเกษียณฯให้คุ้มค่า..เรารู้ตน..รู้ธรรม..สุขสงบร่มเย็นใจค่ะ

* น้อง Panda...ดีใจจังค่ะที่นานๆทีจะมีสว.วัยใกล้กันมาเยี่ยมอ่าน...พี่ใหญ่เองได้ติดตามอ่านบันทึกของน้อง Panda ได้เที่ยวมีความสุขกับครอบครัว และมีกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมที่น่าชื่นชมเช่นกันค่ะ...

 น้อง Sila...ยินดีมากค่ะที่เห็นประโยชน์จากประสบการณ์ตรงเช่นนี้...เวลาล่วงเลยมาอีกหลายปีต่อจากบันทึกนี้ พี่ใหญ่ได้พบความสุขกับการใช้ชีวิตเรียบง่าย สบายๆกับความพอเพียงธรรมชาติและความเป็นอยู่รอบๆตัว...บ้าน gotoknowและกัลยาณมิตรคืออีกหนึ่งความอบอุ่นด้วยการแบ่งปันดีๆค่ะ.

* น้องYangyong_p....วันเวลาที่ผ่านมายาวนานสำหรับชีวิตที่มีบทเรียนหลากหลาย สร้างสมแนวคิดที่พัฒนาไปสู่ทางเลือกที่เหมาะสมกับวัยอย่างมีความสุขแบบพอเพียง...เรามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในพื้นที่ Happy Ba เพื่อแบ่งปันความสุขดีๆนะคะ..รออ่านเรื่องเล่าของน้อง Yanyong_P ค่ะ

น้อง nui....ยินดีมากค่ะที่ได้วางแผนชีวิตดีๆมีความสุขในช่วงหลังเกษียณไว้อย่างที่ น้อง nuiเลือกเองได้ ...ล้วนแล้วแต่เรียบง่าย และสุขสงบอย่างยิ่ง..ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

ขอบใจน้องประวิทย์ และหลานอมรพงศ์ ที่ line มาบอกว่า เห็นประโยชน์จากบันทึกนี้ค่ะ