จากการเข้าร่วมกิจกรรมความสุข happy ba  ข้าพเจ้าได้ซึมซับความรู้สึกนึกคิดของเหล่ากัลยาณมิตรที่พยายามถ่ายทอดความสุขของตนออกมาผ่านทางตัวอักษร  หลากมุมหลายความคิดที่เป็นความสุขในแบบของตน  ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่า  ความสุขนั้น มันหาได้ไม่ยากเลย จริงๆมันอยู่รอบๆตัวเรานี่แหล่ะ เพียงแต่ว่าเวลานั้น เรามองเห็นอะไร เช่นเดียวกับ  จุดสีดำบนกระดาษขาว  หรือพื้นสีขาวที่มีจุดสีดำนั่นเอง  ความรู้สึกแห่งความสุขนั้น มันไม่เหมือนการกินอาหาร  มันไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ  ยิ่งได้รับยิ่งสุขมาก  ไม่มีลิมิต ไม่มีคำจำกัดความหมาย  ที่ชัดเจน  อยู่ที่ว่า เป็นความหมายของใครต่างหาก  การแสวงหาความสุขจึงไม่ต้องหาจากที่ใด เพราะคนที่ออกแบบความสุขเพื่อตอบสนองความรู้สึกสุขนั้นคือตัวของเรานั่นเอง

  ข้าพเจ้ารับรู้ได้ว่าสุขของแต่ละคนมีกระบวนการสร้างและออกแบบไม่เหมือนกัน  วิธิการลิ้มรสความสุขก็ไม่เหมือนกัน  ดั่งกัลยาณมิตรในโกทูโนที่พยายามแบ่งปันความสุขของตนออกมาถ่ายทอดให้เราเห็น  นั่นคือความสุขของเขาเหล่านั้น  บางคนเมื่อเข้าไปสัมผัส อาจรู้สึกเฉยๆ  บางคนมีความสุขร่วม  บางคนรู้สึกอึดอัดไม่ชอบใจ ก็นั่นไงความสุขที่ออกแบบได้ Happy ba

  ความสุขของพี่ใหญ่นงนาท  สนธิสุวรรณ ที่ข้าพเจ้ารับรู้ได้นั้น ผ่านตัวอักษรที่พี่ใหญ่ถ่ายทอด  ข้าพเจ้ารับรู้ความรู้สึกที่มากกว่าสุข  มันเป็นเหมือนน้ำทิพย์ ชโลมใจ เมื่อสัมผัส   เพราะความสุขของพี่ใหญ่ที่แบ่งปันมาแต่ละบันทึก  มันคือเรื่องราวและประสบการณ์ ที่ล้วนเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตที่พร้อมแบ่งปันให้ทุกคนได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการก้าวเดินต่อไปในชีวิต ที่มีแบบแผน มั่นคง ปลอดภัย ไม่ชักนำ ไม่อคติ  ไม่ชวนเพ้อฝัน แต่เป็นความจริงทางธรรมะ ที่เป็นธรรมชาติ  เป็นต้นแบบที่ดีงาม  เป็นความสุขที่เย็นสบาย  เหมือนคล้ายกับเราอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ที่แผ่กิ่งก้านสาขา เป็นร่มเงา ให้ได้พักผ่อน ซึ่งไม่ต้นนี้ ก็ยินดีมีความสุขที่ใครๆจะได้เข้ามาพักอาศัย  พร้อมที่จะให้ความร่มเย็น โดยไม่เกี่ยงงอนสักนิด  นี่คือความสุขที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้จากบันทึก แห่งความสุขของพี่ใหญ่นงนาท  สนธิสุวรรณ

  สำหรับความสุขในแบบ Wasawat Deemarn  ที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้จากบันทึกนั้น คือความสุขที่เกิดจากความตั้งใจ  จริงใจ มุ่งมั่น ในการกระทำ และทุกสิ่งที่ลงมือทำ ซึ่งมาจากพื้นฐานจิตใจที่อ่อนโยน กตัญญู  มีความมุมานะ ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง  ที่แม้บางคลาจะอ่อนล้าบ้าง เหน็บหนาว หว้าเว่ บ้าง  แต่ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวพลังใจจากสิ่งใกล้ๆตัว โดยไม่ได้หวังเพียงจุดหมาย  แต่ยังเก็บเกี่ยวประโยชน์ความสุขระหว่างทางที่ไป เพื่อบำรุงจิตใจให้เข้มแข็งและสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงจนถึงจุดหมาย อีกทั้งยังไม่ลืมทำเครื่องหมายระหว่างทางเพื่อเตือนคนข้างหลังให้เฝ้าระวังภัยตามทางที่ตนผ่านมาโดยมิต้องเป่าประกาศว่า เป็นผู้ทำไว้ ไม่ต้องให้ใครมาให้รางวัล แม้ไม่มีใครเห็น แต่เขาก็มีความสุขเล็กๆในใจว่าสิ่งที่เขาทำไว้นั้นมีประโยชน์ต่อคนอื่นๆ อีกด้วย  นี่คือความสุขที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้จาก บันทึกแห่งความสุข ที่ออกแบบโดย Wasawat Deemarn

  บันทึกนี้ขอถอดบทเรียนแค่ 2  ท่านก่อนนะ ท่าจะยาวไป  แล้วข้าพเจ้าจะมาถอดบทเรียน Happy ba  ของท่านอื่นๆในบันทึกต่อไปค่ะ

  ชลัญธร 

ปล. ป้าใหญ่ กะ  อ.was ชลัญกลั่นกรองจากก้นบึ้งของหัวใจเลยนะนี่  รักนะ จุ๊บ ๆ  อิ อิ อิ