การใช้...ลำต้นและใบมันสำปะหลังหั่นผสมอาหารเลี้ยงโคนม..
โดย...
นายสัญญา อาจสามารถ : นายสนธยา งาคม : นายทองพูล เคนมาตร :สถานีพัฒนาอาหารสัตว์บุรีรัมย์
การเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพหลักอย่างหนึ่ง ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมักประสบกับปัญหาต่างๆมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับตัวสัตว์เอง โรคแมลง สภาพแวดล้อม แรงงานและโดยเฉพาะปัญหาด้านอาหารสัตว์ เช่น อาหารข้นมีราคาแพง ขาดแคลนอาหารหยาบคุณภาพดี ซึ่งจะขาดมากในช่วงฤดูแล้ง ถือเป็นวัฏจักรหนึ่งของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ยิ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อยู่ในพื้นที่ขาดแคลนแหล่งน้ำและอาศัยน้ำฝนเฉพาะตามฤดูกาลเท่านั้นจะทำให้มีปัญหามาก น้ำที่เก็บกักไว้จะมีไม่เพียงพอที่จะรดแปลงหญ้าเพื่อผลิตอาหารหยาบคุณภาพดีได้ จึงทำให้เกษตรกรแต่ละรายต้องขวานขวายหาทางแก้ไขปัญหาการเลี้ยงโคนมของตนเองให้ลุล่วงฤดูกาลอันแห้งแล้งไปด้วยดี ตามแต่ศักยภาพและความสามารถของแต่ละบุคคลไป ดังเช่น
นายพงศกร ล้ำเลิศวิริยะกิจ บ้านเลขที่ 321 หมู่ 15 ตำบลหูทำนบ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ บัณฑิตหนุ่มวัย 27 ปี ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เขามุ่งมั่นที่จะกลับมาพัฒนาการเลี้ยงโคนม ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอปะคำที่เป็นภูมิลำเนาเดิม ซึ่งเป็นแหล่งส่งเสริมการเลี้ยงโคนมและจุดที่ตั้งสหกรณ์โคนมสำหรับรวบรวมน้ำนมดิบของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม อ.ปะคำ อ.ละหานทราย และ อ.โนดินแดงด้วย
คุณพงศกร ล้ำเลิศวิริยะกิจ เป็นสมาชิกในกลุ่มหมู่บ้านถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์อำเภอปะคำ เริ่มเลี้ยงโคนมครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 โดยเริ่มเลี้ยงจากแม่โคนม 30 ตัว จนถึงปัจจุบันมีโคนมทั้งหมด 110 ตัว เป็นโครีดนม 42 ตัว พักรีด 12 ตัว โคสาว 15 ตัว โครุ่น 19 ตัว ลูกโคเพศเมีย 20 ตัว ลูกโคเพศผู้ 2 ตัว ช่วงระยะเริ่มการเลี้ยงโคนมครั้งแรก คุณพงศกรก็พบปัญหาต่างๆดังที่กล่าวโดยเฉพาะการขาดแคลนอาหารหยาบคุณภาพดีในช่วงฤดูแล้ง เพราะพื้นที่ตั้งฟาร์มไม่มีแหล่งน้ำ ถึงแม้จะขุดบ่อเก็บกักน้ำไว้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะใช้รดแปลงหญ้าได้ คุณพงศกรแก้ไขปัญหาโดยแบ่งพื้นที่ ที่สำหรับปลูกพืชอาหารสัตว์จำนวน 100 ไร่ ปลูกมันสำปะหลัง 30 ไร่ ปลูกหญ้ากินนีสีม่วง 30 ไร่ หญ้าเนเปียร์ 30 ไร่และหญ้าอะลาฟั่ล 10 ไร่ สำหรับมันสำปะหลังจะให้คนงานไปตัดต้นที่มีอายุประมาณ 6 – 12 เดือน มาหั่นโดยใช้เครื่องหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใช้กรรมวิธีลดสารพิษพวกไซยาไนด์ ตากแดดบ้างและหมักบ้างตามแต่สภาพอากาศจะอำนวย แล้วนำไปเสริมให้แม่โครีดนมกินร่วมกับอาหารข้นและอาหารหยาบ แต่ก็พบปัญหากับความยุ่งยากในการจัดการเพราะจะต้องนำเอาอาหารให้โคกินถึง 3 ครั้งในคาบเดียวเพราะแยกส่วนอาหารให้คือ อาหารหยาบ อาหารข้น และต้นและใบมันสำปะหลังที่หมักหรือแห้ง
ปัจจุบันคุณพงศกรปรับวิธิการให้เป็นอาหารผสมเสร็จหรือที่เรียกว่า”TMR”(Total Mixed Ration) โดยใช้วัตถุดิบในการผสมอาหารดังนี้
1. อาหารหยาบหมักซื้อจากบริษัทเอกชนที่มีส่วนผสมของ ฟางสับ และเปลือกสับปะรดเป็นหลักในราคากิโลกรัมละ 3 บาท
2. ต้นและใบมันอายุ 6-12 เดือน หั่นตากแดด 1-2 แดด
3. อาหารข้นที่ผสมเองในฟาร์ม
ว่างๆ แวะไปแลกเปลี่ยนกันบ้างนะครับ
ทาง www.ptg2552.com
ครบทุกเรื่อง การเลี้ยงสัตว์
เพ้ชร 082-1252994
แวะมาขอบคุณที่เม้นค่ะ ^ __ ^
การเลี้ยงโคนมให้ประสบความสำเร็จเกษตรต้องมีการปรับตัวเองให้ทันตามสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะช่วงนี้วัตถุดิบมีราคาสูงมาก การลดต้นทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เห็นด้วยที่ฟาร์มของคุณพงศกร มีการปรับตัวโดยใช้แหล่งอาหารหยาบที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นแนวทางให้เกษตรท่านอื่นศึกษาและทำตามได้ (คนมวกเหล็ก sd farm)
เราเป็นเครือข่ายส่งเสริมการปลูกหญ้าเนเปียร์เพือเลี้ยงสัตว์(โคเนื้อ และโคนม) เราสร้างเครือข่ายกันมานาน จากสมาชิกเกษตรกรที่ถูกยึดที่ดินทำกินจากนโยบายประชานิยมโดนธนาคาร ตลอดนายทุนขูดรีด จนหมดที่ดินทำกิน จนต้องเข้าไปใช้บริการแก้ปัญหาจากกองทุนฟื้นฟู ซึ่งขณะนี้เราร่วมกันเป็นเครือข่ายที่จะดำเนินการปลูกหญ้าเนเปียร์ด้วยกันเองเอากันแบบยั่งยืน โดยไม่เอาเรื่องนโยบายประชานิยมเข้ามานำ โดยเรารวมกลุ่มช่วยตัวเองกัน ขณะนี้เครือข่ายสามารถสนับสนุนการปลูกหญ้าเนเปียร์ กันเกือบทุกจังหวัดและมีที่ดินมากกว่า ห้าหมื่นไร่ ซึ่งขณะนี้กำลังขยายพันธ์ให้เพียงกับการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์(โค) ท่านใดสนใจก็ประสานเข้าตามเครือข่ายท่ีอยู่ในจังหวัดของท่าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ