เป็นความบังเอิญที่ผมกลับบ้าน ที่ "ปาย" ช่วงวันหยุดยาวปีใหม่...
ได้มีโอกาสต้อนรับพี่ col.boonyarit (พ.อ.บุญญฤทธิ์ ) จาก จ.ราชบุรี ช่วงนี้ใครๆก็มาปาย
ดังนั้น "ปายจึงเป็นจุดหมาย" ของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ ทะลัก จนล้น
ผมได้สำรองห้องพักล่วงหน้าให้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เป็นห่วงสิ่งแรกก็คือ ที่พัก ก็หมดไป แต่สิ่งที่เป็นห่วงอีกเรื่องก็คือการเดินทาง รถติดบนดอยที่เมืองปาย ปีนี้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วงพอสมควรกับ กระแสการท่องเที่ยวที่ รุนแรง...การรองรับที่ปายมีปัญหาแน่นอนจากการเข้ามาของผู้คนจำนวนมากมายขนาดนี้
เสียงสนทนาผ่านวิทยุชุมชน บอกกล่าวถึง ความเป็นไปของปาย ดีเจบอกว่า มีนักท่องเที่ยวเค้วงไร้ที่พักกว่า ๗๐๐ คนในวันสุดท้ายปี มีรถติดแบบโกลาหลที่ปาย ....จุดที่คนหนาแน่นมากคือที่จุดสะพานประวัติศาสตร์ และร้านคอฟฟี่อินเลิฟ เท่าที่คำนวญด้วยสายตา สองจุดนี้ มีผู้คนนับพันในแต่ละจุด รถจอดคับคั่งทั้งซ้ายขวา ทำให้รถที่เยอะมากอยู่แล้ว การจราจร จลาจลมากกว่าเดิม
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวต่างก็ยังประทับใจกับบรรยากาศของปาย แม้ว่าผู้คนจะมากมาย...หลายคนบอกว่า มีความสุขกับวันหยุดของพวกเขา
---------------------------
รถติดบนดอย ที่เมืองปาย
วันนี้...
ผมโทรหาพี่ col.boonyarit เป็นระลอก ทราบว่าพี่และครอบครัวจะเดินทางออกจากเชียงใหม่ ประมาณบ่ายๆ ถึงปายก็ราวเย็นๆ ด้วยความเป็นห่วงเลยกำชับให้เดินทางด้วยความระมัดระวัง นอกจากถนนจะสูงชันและคดเคี้ยวแล้วยังต้องฝ่าขบวนรถมากมายมหาศาลเหล่านั้น
และเเล้วก็ได้เจอพี่ col.boonyarit พร้อมภริยาและลูกสาวเล็กๆแสนซนสองคน ดูท่าทางทริปนี้ไม่เหงาแน่ๆครับ เพราะเจ้าตัวเล็กนั้นสุดแสบ....
พาเข้าที่พัก พาไปรับประทานอาหาร ...และเดินถนนคนเดินเบียดเสียดผู้คน...แต่ก็ รู้สึกสนุกดี
ภาพนี้ผมเองสะท้อนใจลึกๆ
เดี๋ยวนี้ที่ปาย เรา "ขาย" ทุกอย่าง แม้แต่วัฒนธรรมชนเผ่า เราก็ขายได้ แถวๆข้างถนน เพื่อแลกกับเงิน...
จากนี้ต่อไป...ปายจะเป็นอย่างไร...ฝากผู้ใหญ่และคนท้องถิ่นในบ้านเมืองที่ปาย นอกจากจะชื่นชมกับยอดนักท่องเที่ยวแล้วหันกลับมามองผลกระทบในระยะยาวด้วย...ได้คุ้มเสียหรือเปล่า??? ที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็นการเคลื่อนไหวของคนเมืองปาย กับการเรียกร้องสิทธิความเป็นเจ้าของพื้นที่
เขียนไปเขียนมาออกเเนวเครียดไปบ้างครับ เพราะในใจมันค้านกันอยู่ กับภาพที่เห็น ความจริงที่เราต้องยอมรับ
พรุ่งนี้จะพาพี่บุญญฤทธิ์ ไปเที่ยวหลายๆจุดในเมืองปาย เป็นทริปที่จัดไว้ในใจแล้วครับ จะเก็บภาพสวยๆมาฝากครับ
วันนี้ผมขอรายงานเพียงเท่านี้ก่อนครับผม
เช้าๆวันพรุ่งนี้ จะพาพี่ไปจิบกาแฟเคล้าสายหมอกจางๆที่ริมเขา ใกล้ฝั่งปาย




แวะมารถติดที่ปายด้วยคน..อิอิ..วันนั้นได้แต่ผ่านเมืองปาย..
เมืองปายน่าอยู่จร๊งจริง
สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณเอก
อิอิ... อ้ายเอก เจ้า...สบายดีก่อเจ้า... อยากไปแ
อ่วเมืองปายนัก เจ้า...เอิ๊กซ์ เจ้า...
สวัสดีปีใหม่ครับ คุณน้อง พิชชา
พี่ ศน.add
มีโอกาสดีๆแวะมาแอ่วปายอีกครั้งนะครับ...หากผมอยู่ที่ปายในช่วงมาเที่ยวผมจะอาสาเป็นไกด์ให้ครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ
และคืนนี้ดึกแล้ว...พรุ่งนี้มีภาระกิจต้องเป้นไกด์ให้กับพี่ชาย พี่สาว จากเมืองราชบุรี ต้องเตรียมเข้านอนแล้วครับ
พี่ ศน.add
มีโอกาสดีๆแวะมาแอ่วปายอีกครั้งนะครับ...หากผมอยู่ที่ปายในช่วงมาเที่ยวผมจะอาสาเป็นไกด์ให้ครับ
สวัสดีปีใหม่ 2552 ครับ
และคืนนี้ดึกแล้ว...พรุ่งนี้มีภาระกิจต้องเป็นไกด์ให้กับพี่ชาย พี่สาว จากเมืองราชบุรี ต้องเตรียมเข้านอนแล้วครับ :)
สวัสดี ปีใหม่ ค่ะ คุณจตุพร
ขออวยพรให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง นะคะ
ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นนะคะ (คงไม่โกธรนะคะ)
เมื่อเดือนที่แล้ว มีโอกาสไป ปาย อากาศไม่เย็นอย่างที่คิด อย่างที่ฟังพยากรณ์อากาศ แล้วก็เตรียมเครื่องป้องกันความหนาวไปเต็มที่ แต่ไม่ใด้ใช้ เพราะอากาศแค่เย็นๆ
ได้ไปทานข้าวซอย จำชื่อร้านไม่ได้ รู้แต่ว่าอร่อย
เห็นสภาพเมืองปายแล้วเกิดความคิดว่า เมืองปาย เมืองเล็กๆ ขนาดว่า ช่วงที่ไป ไม่ใช่ช่วง long weekend สภาพถนน รถ ก็ดูวุ่นวายแล้ว ถ้าถึงตอนปีใหม่ คงจะชุนละมุน น่าดู คิดไปถึงว่า การเดินทางก็คงยุ่งยาก เพราะถนนมีแต่โค้ง ทางก็ไม่ใหญ่ รถเยอะ อันตราย
หลายคนประทับใจเมืองปาย แต่ก็เชื่อว่าอีกหลายคนคงไม่คิดอย่างนั้น
ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ
(^___^)
ผมเคยคิดอยู่นะครับ เมื่อครั้งปายเริ่มมีชื่อเสียง แล้วผู้คนพากันไปเที่ยว ว่าสภาพความเป็นวัฒนธรรมของชุมชน กับ สภาพเศรษฐกิจ อะไรสำคัญกว่ากัน แต่ก็ต้องถามตัวเองอีกรอบว่า สิ่งที่เราคิดว่าดี กับสิ่งที่ประชาชนในท้องถิ่นคิดว่าดี ก็อาจไม่เหมือนกัน ซึ่งสิ่งที่ประชาชนในท้องถิ่นคิดว่าดี ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่นักวิชาการ หรือนักอนุรักษ์คิดว่าดี ซึ่งสิ่งที่นักวิชาการ หรือนักอนุรักษ์คิดว่าดี ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คิดว่าใช่
ผมเคยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักธุรกิจคนหนึ่ง เค้าบอกว่า เค้ากำลัง SWOT Analysis ปาย แล้วมาเปรียบเทียบกับลับแล เพราะเค้าเห็นโอกาสที่ลับแล ก็มีจุดแข็ง ไม่ต่างจากปายแถมยังมีเรื่องของตำนานท้องถิ่นเพิ่มเข้ามา แต่ยังขาดโอกาส
ผมก็เรียนเค้าว่า ถ้าจะวิเคราะห์ปาย ก็ต้องวิเคราะห์อนาคตของปายด้วย เหมือนธารนำแข็งที่กำลังละลาย วันนี้ยังมีน้ำแข็งให้ชม และยังมีน้ำที่ละลายอกมาให้ใช้ แต่ถ้าวันหนึ่งนำแข็งละลายหมด คุณจะใช้อะไร ตรงนี้หมายถึงความยั่งยืน ซึ่งเกี่ยวข้องกับ สภาพวัฒนธรรมชุมชนในอนาคต
พี่เอกคิดว่าอย่างไรครับ
ปล.ปลายมกรานี้ผมจะไปปายครับ
อฐิษฐาน พระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เบิกชีวิต ให้แจ่มใส และไพศาล
เจริญสุข สรรเสริญ เจริญงาน
ทรัพย์ศฤงคาร อนันต์ใน ปีใหม่เทอญ
สวัสดีปีใหม่ครับ..
สวัสดีปีใหม่จ้าน้องชาย
สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่เอก ช่วงนี้ใครๆก็นิยมไปปายมากเลยนะคะ เก๋เห็นคนรอบข้างเขาก็ไปปายกันซะส่วนใหญ่ ถ้ามีโอกาสอยากไปบ้างค่ะ เขาว่ากันว่าสวยมากค่ะ ยิ่งดูรูปของคนที่ไปมาแล้วนี่ ทำให้ยิ่งอยากไปมากเลยนะคะ
"คนปายเข้าป่า คนต่างถิ่นเข้าปาย" ...
เราคนไทยเลือกทำลายเมืองวัฒนธรรมทีละเมืองสองเมือง
เราคนไทยเลือกเดินตามกระแสนิยมเห็นที่ไหนสวย ที่ไหนงาม เราเลือกตามรอยเท้าเขาไป "ถล่ม"
เมื่อราบคาบแล้ว เราคนไทยก็กลับ
เพื่อรอ "ถล่ม" เมืองต่อไป
หากปล่อยการบริหารจัดการท่องเที่ยวแบบที่เห็นอยู่นี้
กลัวว่า "ปาย" เหลือแค่อดีตที่ให้จดจำ
ผมคงกลัวไปเอง ครับ
ฝากสวัสดี เสธ.ด้วยนะครับ :)
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๒ ครับ ครูเอ
ให้ครูเอมีความสุข สมหวัง คิดสิ่งใดก็สมปรารถนา และมีสุขภาพที่ดีครับ
น้อง♥.·° ♥paula ที่ปรึกษา~natadee·° ..✿
อ้ายเอก สบายดีครับ ...อากาศที่บ้านเย็นครับ คิดว่าการเดินทางกลับ กทม.ต่อจากนี้ก็คงสนุกสนานมากๆครับ (คนเยอะ)
ครูคิม
ทุกคนไปปายด้วยต่างวัตถุประสงค์ครับผม...มีโอกาสมาเที่ยวนะครับ ขอเป้นช่วง คนน้อยๆดีกว่าครับ จะเป็นเมืองที่เรียกว่า slow town
สวัสดีปีใหม่ครับ
สวัสดีปีใหม่คะคุณเอก
มาชมเมืองปายเป็นระยะผ่านจากเรื่องเล่า
มีความคิดเห็นว่าต่อไปปายจะยังมีเสน่ห์อยุ่ไหมีถ้าคนไปเยอะมาก ๆ
การจัดการท่องเที่ยวยังต้องมองอนาคตไกล ๆ
สวัสดีครับ พี่หน่อย อภิญญา
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ ไม่โกรธนะครับ แต่ยินดีมากครับ การสะท้อนบวก ลบ นั้นเป็นเรื่องปกติ ดีเสียอีกนะครับ การเสนอที่ให้เห็นข้อบกพร่องจะนำไปสู่การแก้ไข พัฒนาที่ถูกทาง ถูกใจ
วาทกรรมเรื่องของปาย...
เรื่องนี้ยาวครับ
ปายก็ไม่ได้สร้างเพื่อรองรับ คนมาเที่ยวแบบมหาศาลแบบนี้ และปายก็เป็นเมืองเล็กๆของคนไทยทุกคนที่เป็นเจ้าของร่วมกัน ..
เมืองเล็กๆแห่งนี้เป็นบ้านเกิดผม ผมจึงเห็นพัฒนาการมาโดยตลอด ดังนั้นความรักความผูกพันในถิ่นฐานมีสูงมาก
เเน่นอนว่า ใครๆก็รักปายเป็นเรื่องที่ยินดีอย่างยิ่งนะครับ แต่ใครก็ตามมีทัศนคติที่ลบกับบ้านของเรา เราก็รู้สึกว่าเสียใจและก็ต้องยอมรับความจริงว่า ปายเราเองก็เปลี่ยนไป และมองไปอีกว่าปายเปลี่ยนก็เพราะกระแสจากข้างนอกที่มาอย่างรวดเร็ว
ในดี มีเสีย และในเสียมีดี หากจะสาธยายตรงนี้ เราก็เห็นว่า เราคนปายก็ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวนี้มากโข อย่างน้อยเราก็มีระบบเศรษฐกิจที่คล่องตัวในยามไฮซีซั่น(แม้ว่าส่วนหนึ่งเป็นของผู้ประกอบการ แต่ผมก็เห็นว่ารายได้ก็กระจายทั่วเมืองปาย) และ ชื่อเสียงเมืองเล็กๆของเราขจรขจายไปไกล นักท่องเที่ยวจึงมองความสวยงามของที่นี่แตกต่างกันไป...สิ่งที่ดีของปายมีเยอะครับ ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวที่มาจะสัมผัสได้หรือไม่ ตรงนี้ผมไม่รู้ เพียงแต่หลายคน แม้ว่ามาปายจะทุลักทุเลพอสมควร เขาก็ยังบอกรักเมืองเล็กๆนี้ไม่เบื่อ..
ถนนที่แคบ... ใช่เลยครับ ถนนมาปายจากเชียงใหม่ ไม่ใช่ทางหลวงหลัก อีกยังคดเคี้ยวลาดชัน ถนนเลยได้ขนาดเท่าที่เป็นอยู่ หากมองเรื่องความปลอดภัยในช่วงปกติก็ดีครับ แต่ยามไม่ปกติ(แบบช่วงนี้) ค่อนข้างต้องระมัดระวัง
เมืองเล็กๆรวยวัฒนธรรม และ การท่องเที่ยวแม้ไม่ใช่ของใหม่ แต่การเข้ามาของผู้คนมากมายมหาศาลในวันนี้ เราคนปายก็พยายามปรับตัว ภาคประชาสังคม รัฐ เองก็พยายามมานั่งคุยกันว่า เราจะรักษาปายไว้ให้เป็นปายได้อย่างไร
ปายวันนี้ก็ไม่ใช่รูปแบบของเมืองศิวิไลซ์ แต่เป็นเมืองชนบทที่เล็กเรียบง่าย ในอดีต ดังนั้น มาปายเพื่อหาความสะดวกสบาย แนะนำไปหัวเมืองใหญ่ ภูเก็ต กรุงเทพ เป็นต้น
คนปายแบบผม เราคิดถึงโอกาสในการทำให้นักท่องเที่ยวมีความสุขเสมอเมื่อท่านตัดสินใจมาเยือน แต่วัตถุประสงค์มาปายก็ต้องพอทราบข้อมูลด้วยว่า ปายมีของดีอะไร...ที่มากไปกว่าถนนคนเดิน ร้านกาแฟ และโปสการ์ด
ตรงนี้เองก็เป็นโจทย์ขบคิดของคนเมืองนี้ ว่าเรากำลังจะนำเสนออะไร อนาคตเราจะเป็นอย่างไร...
(ผู้ใหญ่ที่มาอ่าน ตรงนี้ เราต้องคิดยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองปายแบบเร่งด่วนแล้วครับ)
ส่วนหนึ่ง เป็นภาระกิจของผู้ใหญ่ที่ดูแลเมืองนี้ และส่วนหนึ่งคือ ชาวบ้านแบบผม ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ตอนนี้เราทั้งสองก็มองตากันไปมาปริบๆ นั่งยิ้มให้กับความเป็นสตาร์ของปาย แต่อนาคตยังไม่ได้คิดอะไรต่อเลยครับ...
น่าเป็นห่วง....!!!
ขอบคุณมุมคิดของพี่หน่อยมากๆครับ
สวัสดีค่ะเอก
พี่เห็นเมืองปาย แล้วคิดถึงเมืองฮอยอันของเวียตนาม มีถนนคนเดิน มีประวัติศาตร์ เป็นเมืองเล็กน่ารัก ใครๆก็คิดว่าจะต้องไป แต่ดูเขาจัดระบบดีค่ะ
ที่ปาย อาจปรับระบบการจราจรดีดี ก็น่าจะทำให้คนไปรู้สึกดีขึ้นค่ะ
ปีนี้...
ด้วยปริมาณรถที่เยอะมาก เลยเกิดปัญหาอัมพาตบ้าง แต่ต้องชม สภอ.ปาย ตำรวจ จร. ทุกท่านที่แข็งขัน การจราจรในเมืองปายจัดระบบไว้เป้นอย่างดี รถจอดไว้นอกเมืองแล้วเดินเท้าเข้าไป แบบนี้ดีมาก...
ให้กำลังใจ และฝากความชื่นชมนี้ไปยัง สารวัตรจราจรที่เมืองปาย...และ ตำรวจ สภอ.ปาย ที่ทำหน้าที่ได้อย่างดียิ่ง..
ขอบคุณครับ...
*** ช่วงเวลาที่เขียนบันทึกนี้ อากาศยามเช้าหนาวเย็นมากครับ อากาศประมาณ ๑๐ - ๑๓ องศา