เดินทางขึ้นเหนือสัมผัสความหนาวที่ดอยอินทนนท์ ...ท่ามกลางความวุ่นวายที่เมืองกรุง แม้เครื่องบินไม่สามารถบินได้ ทางเจ้าภาพได้จัดรถเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ์ ผมจึงเดินทางขึ้นเหนือแบบมีทางเลือก...อาจจะเดินทางใช้ระยะเวลายาวนานไปบ้าง แต่การแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวรายทางก็เพลิดเพลินไม่น้อยครับ
แวะรายทาง...ที่อุทยานสวรรค์ จ.นครสวรรค์
กาแฟ...รายทาง กับวันที่สดใสของคนทำงาน
ที่อินทนนท์ กิจกรรมที่ผมต้องมาช่วย น้อง นศ.ปริญญาโท ม.ธรรมศาสตร์ ทำกระบวนการในหมู่บ้านผาหมอนที่อยู่บนดอยสูงอินทนนท์ เกี่ยวข้องกับประเด็น การจัดการความรู้ การท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่ชุมชนนี้ทำมาระยะหนึ่งแล้ว ใน Thesis ที่น้องให้ผมดูบ่อยๆ สรุปความได้ว่า อยากเรียนรู้กระบวนการจัดการความรู้ของชุมชน ด้านการบริหารวัฒนธรรม (สาขาที่น้องเรียนอยู่) ครั้งนี้ มาจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อดูว่า ชุมชนปกาเกอญอที่นี่ มีกระบวนการจัดการความรู้อย่างไร...
นับว่านักศึกษาท่านนี้ทำงาน Thesis ด้วยใจเกินร้อยทีเดียว ผมเห็นความตั้งใจ เห็นความพยายามในการเรียนรู้ แม้ว่าสถานที่ทำวิจัยอยู่ไกล ทุรกันดาร ก็ไม่ย่อท้อ...เหตุผลเหล่านี้ผมจึงมาเพื่อเป็นกำลังใจให้และช่วยในกระบวนการที่เราคิดไว้ในชุมชนด้วย
ชุมชนผาหมอนเป็นชุมชนปกาเกอญอ ที่มีอัตลักษณ์ มีทุนทางกายภาพ (Physical Capital) และทุนทางสังคม (Social Capital) โดยเฉพาะในช่วงหลังชุมชนได้ค้นหาตนเอง และกำหนดการพัฒนาชุมชนโดยใช้จุดแข็งของการท่องเที่ยว มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน
ระบบการจัดการทางวัฒนธรรม ที่น่าสนใจของชุมชนที่นำมาใช้ในกิจกรรมท่องเที่ยว มีทั้งหมด ๗ ประเด็น
- ประวัติศาสตร์ชุมชน
- การเกษตร
- ประเพณี วัฒนธรรม
- ป่านิเวศน์ศึกษา
- สมุนไพรชุมชน
- การจักสาน
- การทอผ้า
ทั้ง ๗ ประเด็นเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่เป็น “จุดแข็ง” และ “จุดขาย” ของชุมชนปกาเกอญอ สิ่งที่น่าสนใจต่อจากกิจกรรมนี้คือ “ชุมชนมีกระบวนการจัดการความรู้เหล่านี้อย่างไร”
ที่พักของเราในคืนที่ผ่านมา
ทาง คุณกนกวรรณ (นศ.ป.โทธรรมศาสตร์) ที่ทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ เธอได้ Review literature ไว้ค่อนข้างดี พร้อมกับข้อมูลของงานวิจัยที่ชุมชนทำกับ สกว.มาก่อน ข้อมูลค่อนข้างครบถ้วน การเริ่มต้นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็เป็นเส้นทางลัดได้พอสมควร อย่างไรก็ตามผมก็ยังเป็นห่วงว่า นศ.ยังไม่ได้ลุ่มลึกกับข้อมูลที่ได้มาอย่างแท้จริง ...เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะเป็น “คนนอก” รวมถึงระยะเวลาการศึกษาที่น้อย แต่ด้วยประเด็นการถอดองค์ความรู้ที่เธอสนใจ ก็เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาของชุมชนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม งาน Thesis ครั้งนี้ อาจไม่ลึกถึงขนาดสร้างงาน Action ที่เป็นวิจัยแบบมีส่วนร่วม แต่หากเป็นการถอดกระบวนการจัดการความรู้ที่มีอยู่เดิม และแลกเปลี่ยนกับชุมชนต่อเนื่องว่า กระบวนการจัดการความรู้ใหม่ๆที่จะนำองค์ความรู้มาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด น่าจะมีรูปแบบอย่างไร?ผมคิดว่า วิทยานิพนธ์ฉบับบนี้น่าจะเกิดประโยชน์อย่างมาก ในแวดวงการพัฒนาชุมชน ด้านการจัดการความรู้ และ การท่องเที่ยวโดยชุมชน
เรากำลังจะเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ๒ กลุ่ม คือ กลุ่ม เยาวชน และกลุ่มผู้นำ ในอีกชั่วโมงข้างหน้าครับ
ในส่วนของกระบวนการใน ๑ วัน ผมและ อ.ธันยาพร ก็จะทำหน้าสร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายความคิดบางอย่างให้กับชุมชนก่อน โดยผมจะเล่าเรื่องผ่านภาพ การจัดการท่องเที่ยวที่แม่ฮ่องสอน ส่วน อ.ธันยาพร ก็เล่าเรื่อง การท่องเที่ยวที่อัมพวา สมุทรสงคราม ให้ชุมชนผาหมอนเห็นรูปแบบที่หลากหลาย ให้ชุมชนได้เรียนรู้การจัดการท่องเที่ยวที่อื่น และมาเปรียบเทียบกับที่หมู่บ้านผาหมอน
กระบวนการในช่วงบ่าย เป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมีประเด็นการพูดคุยเจาะลึก กระบวนการจัดการความรู้ของชุมชนเป็นประเด็นใหญ่
- ในอดีต ชาวปกาเกอญอมีกระบวนการจัดการความรู้อย่างไร
- ในปัจจุบันเราได้พัฒนากระบวนการเหล่านั่นอย่างไร
- ผลของการจัดการความรู้ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว
- รูปแบบการจัดการความรู้ที่สอดคล้องกับศักยภาพชุมชน ในอนาคต
ผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผมจะนำมาเสนอในบันทึกต่อไปครับ
อากาศวันนี้ที่บ้านผาหมอน ประมาณ ๑๐ องศา หนาวเย็นใช้ได้เลยครับ บรรยากาศดี ดอกไม้สวย กาแฟยามเช้าละมุมลิ้นกว่าที่เคย...
วิถีของผมก็ยังเพลิดเพลินกับการถ่ายรูป และพบเจอผู้คนมากมายเช่นเคย อาจต้องนอนขดใต้ผ้าห่มอันอบอุ่นภายในบ้านพักโฮมสเตย์ต่ออีกคืน แม้เครื่องบินจะบินกลับ กทม.ไม่ได้ เรายังมีรถตู้ที่จะพาเรากลับได้ และยังได้แวะเที่ยวรายทางขากลับ กทม.อีกครับ
บ้านผาหมอน
ดอยอินทนนท์,อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
อ.ดร.ขจิต
จะกินร้านกาแฟเลยเหรอครับ :)
รออ่านบันทึกรายละเอียดนะครับ
ที่พักสวยจังค่ะ
แวะมาทักทาย
มีความสุขในการทำงาน นะคะ
เดินทางปลอดภัย ในทุกๆ ที่ นะคะ
เตรียมงาน...อย่างขมักเขม้น
ที่พัก...ของเรา
ห้องนอน อันอบอุ่นท่ามกลางทุ่งนาที่แม่กลางหลวง
เห็นการทำงานของพี่แล้ว อยากทำงานแบบนี้มากเลยครับ อยากทำงานกับชุมชนบ้างครับ ได้ผ่อนคลาย ได้องค์ความรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์รายทาง ชีวิตที่มากกว่าชีวิตมันมีอะไรอีกมากที่น่าค้นหาครับ
เห็นที่พักก็อยากหลับสักสามวัน...เหนื่อยกับการทำงานมากครับพี่
สวัสดีครับ ... คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร :)
แหม ผ่านหน้าบ้านผมสัก 100 กว่ากิโล นะครับ :)
อากาศพื้นราบก็หนาวใช่เล่นครับ เมื่อคืน 11 - 12 องศาเหมือนกัน
ที่พักน่าไปพักหนาวครับ น่าสนใจเนอะ
ว่าไป นี่คือชีวิตคุณเอกนะครับ ไม่ได้ทำงานลักษณะ เป็นคุณเอกตัวปลอมแน่ ๆ
เดินทางไป-กลับ ปลอดภัยครับ
สวัสดีค่ะพี่เอก
แวะมาทักทายค่ะ พี่เอกสบายดีนะค่ะ อิอิ
ที่พักดูดีนะ พี่กำลังเตรียมตัวและเตรียมกายให้แข็งแรง เพื่อพร้อมเดินทางหมื่นลี้ ถึงปาย
พี่ต้องนำผ้าห่มไปด้วยไหมนี่ เพราะช่วงนี้ขอนแก่นก็หนาวมาก ต้องซุกตัวใต้ผ้าห่ม
ชอบภาพนี้เพราะเป็นคนชอบ"เปล" นอนแบบนี้มาก....หวนคิดถึงวันหนึ่งซึ่งเคยนอนหลับในเปลในสวน...(อืม ต้องหาซื้อเปลแบบนี้บ้าง)
ส่วนภาพอื่น ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ คร่ำเคร่งทำงานภายใต้ความหนาว.....
สวัสดีค่ะ พี่เอก
แวะมาทักทายคะ สบายดีนะค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมารับลมหนาวด้วยคน
เพิ่งกลับจากแม่ฮ่องสอน
แต่อากาศไม่หนาวเลยอดโต้ลมหนาว
เสียดาย...
บรรยากาศที่พักน่านอนและไปพักผ่อน
สวยมาก ๆคะ
แบบนี้คนทำงาน มีความสุขมาก ๆ
แวะมาเรียนรู้พร้อมลูก และหาข้อมูลที่ๆเราจะไปกันค่ะ
วิธีหนึ่งที่จะช่วยลดช่องว่างระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับกลุ่มคนชายขอบ ก็คือ สถาบันเหล่านั้นต้องมีโควต้าเรียนต่อให้กับเด็กๆเหล่านั้นให้มากขึ้นนะครับ
อย่างธรรมศาสตร์จุฬานี่ เดี๋ยวนี้มีแต่ลูกคนมีเงิน ก็ไม่ผิดอะไร แต่ถ้าจะให้เกิดการเรียนรู้ในหมู่นักศึกษามากขึ้น ก็ควรจะมีโควต้าพิเศษให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าไปทำวิทยานิพนธ์กันเยอะๆ
ถ้าผมเป็น "พ่อหลวง" เวลามหาวิทยาลัยมาขออนุญาตให้นักศึกษามาเก็บข้อมูล ผมจะขอโควต้าให้เด็กๆได้เรียนต่อในสาขานั้นๆ ได้ไม่ได้ก็น่าจะลองดู
นักศึกษาและมหาวิทยาลัยต้องตอบให้ได้ครับ ว่าคุณจะให้อะไรกับชุมชนที่ช่วยเหลือพวกคุณ
ในขณะเดียวกัน ชุมชนต้องรู้จักทวงสิทธิที่ตนเองควรจะได้ด้วยนะครับ
แล้วทั้งสองฝ่ายต่างจะเติบโตไปด้วยกัน แบบ win-win
ฝากเอกช่วยเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านด้วย
ช่วงนี้ ผมหายไปหลายเดือน มีความเปลี่ยนแปลงเรื่องงานหลายอย่าง ไว้คอยติดตามนะครับ
อิจฉาจัง ไปก็ไม่บอกกล่าวกันเลย พักแบมบูพิงค์ด้วย อิอิ
สวัสดีค่ะ คุณหมอเอก...
พออ่านบทความ ทั้ง 2 บทความ จบ น้ำตาซึม ขนลุก...เพราะ ไม่น่าเชื่อว่า จากการโต้ตอบเมื่อต้นปี 51 เพียงไม่กี่บรรทัด ..จะทำให้เบียร์ได้ผลักดันงานตัวเองออกมาได้...ด้วยคำเตือนสติของคุณหมอว่า "มันใช้พลังเยอะนะคุณเบียร์"...
มาวันนี้ทราบเลยว่า พลังกาย พลังใจ พลังสมอง และการตั้งรับสถานการณ์ต่างๆ ที่เราควบคุมไม่ได้ มันเป็นอย่างไร แรงกดดันในงานชิ้นนี้มากมาย ...ท้อถอยหลายหน..
แต่ในที่สุด "ธรรมจัดสรร" อย่างที่คุณหมอบอก ทำให้เบียร์รู้ว่า "กัลญาณมิตร" เป็นอย่างไร ...คุณค่าของงานอยู่ตรงไหน
จากวันนั้นถึงวันนี้...คุณหมอ เป็นเสมอ "เข็มทิศแห่งการเรียนรู้" ให้เบียร์เสมอ ขอบคุณคุณหมอมากๆ นะคะ
เดินทางไปจีนราบรื่นนะคะ ..รักษาสุขภาพด้วยนะคะ :D