SCORM
ผลงานที่สำคัญที่สุดของการกำหนดมาตรฐานอีเลิร์นนิ่งมีด้วยกัน3 เรื่องคือ
- การกำหนดคำอธิบายข้อมูลที่ใช้ในการสร้างเนื้อหาเราเรียกว่าMetadata ในปัจจุบันIEEE ได้ออกประกาศเป็นมาตรฐานแล้วเรียกว่ามาตรฐานLOM (Learning Object Metadata) หรือIEEE 1484.12.1 และข้อกำหนดของSCORM ก็ได้นำLOM มาใช้
-
การทำContent packaging เพื่อความสะดวกในการย้ายเนื้อหาจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบเราอ้างอิงถึงการทำ Packaging ตามข้อกำหนดIMS (EDUCAUSE Institutional Management System Project) และ SCORM ก็ใช้ข้อกำหนดนี้เช่นกันในการทำแพ็คเกจและเรื่อง
-
ข้อกำหนดของวิธีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างContent กับLMS ซึ่งSCORM ได้ปรับปรุงข้อกำหนดดังกล่าวมาจากข้อกำหนดของAICC (Aviation Industry CBT Committee) เห็นได้ชัดว่าข้อกำหนดของSCORM นอกจากจะเป็นข้อกำหนดที่ผ่านการทดสอบในเชิงปฏิบัติแล้วยังรวมเอาข้อกำหนดหลักๆจากข้อกำหนดอื่นเข้ามาร่วมกันจึงทำให้ข้อกำหนดSCORM เป็นที่ยอมรับกันมากที่สุดทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ระบบอีเลิร์นนิ่ง

ข้อกำหนดSCORM คืออะไร?
SCORM ย่อมากจากSharable Content Object Reference Model ซึ่งเริ่มต้นพัฒนามาจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DOD) เพื่อศึกษาปัญหาของความไม่เข้ากัน (Incompatibility) ของระบบอีเลิร์นนิ่งและเนื้อหาวิชาที่พัฒนาแตกต่างแพลตฟอร์มกันไม่สามารถใช้ร่วมกันได้DOD จึงรวบรวมข้อกำหนดที่พัฒนาก่อนหน้ามาเข้าด้วยกันทั้งของIMS และAICC เพื่อที่จะออกเป็นข้อกำหนดอีเลิร์นนิ่งกลางผลจากความพยายามจึงมีการตั้งหน่วยงานร่วมมือกันระหว่างDOD, รัฐบาล, ภาคเอกชนและภาคการศึกษาจัดตั้งสถาบันที่ี่เรียกว่าADL (Advanced Distributed Learning, www.adlnet.org) เมื่อปี1997 และได้ออกข้อกำหนดแรกในเวอร์ชั่น1.0 เมื่อปี2000 แต่เวอร์ชั่นที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับกันคือข้อกำหนดSCORM Version 1.2 ซึ่งออกเมื่อเดือนตุลาคมปี2001
ประโยชน์จากSCORM
ประโยชน์ที่ได้จากการประยุกต์ใช้มาตรฐานอีเลิร์นนิ่งโดยเฉพาะการนำข้อกำหนดของ SCORM มาใช้ในหน่วยงานทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่าใช้จ่ายน้อยลงลดความเสี่ยงของการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ในภาพรวมและทำให้ผลตอบแทนการลงทุนดีขึ้น (ROI) ซึ่งจะได้แจกแจงรายละเอียดต่อไป
-
เพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายSCORM ทำให้ธุรกิจและการพัฒนาระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้นและคุ้มค่าต่อการลงทุนเพราะ
-
นำเนื้อหามาใช้ได้ใหม่ (Reuse Content) ทำให้การพัฒนาเนื้อหารวดเร็วขึ้นโดยเมื่อพัฒนาขึ้นเรื่องหนึ่งสามารถนำไปใช้กับผู้เรียนที่ต่างกันหรือวิชาอื่นๆได้ทำให้ลดระยะเวลาในการพัฒนา
-
เนื้อหาสามารถใช้ร่วมกันระหว่างระบบได้ (Share Content) การใช้ข้อกำหนดSCORM ทำให้การIntegrate ระบบง่ายขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคตช่วยป้องกันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ (Cost of Ownership) ถูกลงบทเรียนตามข้อกำหนดSCORM สามารถใช้ร่วมกับระบบที่เข้ากันได้ (Compliant) กับSCORM ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
-
ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาบทเรียน (Content Maintenance) โดยที่องค์กรสามารถปรับปรุงเนื้อหาบทเรียนได้เอง (in-house) สามารถเลือกใช้เครื่องมือได้หลากหลายโดยไม่ติดกับซอฟต์แวร์ใดๆหรือผู้ผลิตรายใดก็ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาบทเรียนขององค์กรถูกลง
-
ทำให้การลงทุนในเทคโนโลยีเกิดประโยชน์สูงสุด (Maximize Technology investment) เพราะจากเนื้อหาบทเรียนในมาตรฐานSCORM สามารถใช้งานได้ดีกับLMS ใดๆตามมาตรฐาน SCORM ด้วยกันทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อทั้งContent และLMS จากผู้ผลิตรายใดก็ได้ที่ได้มาตรฐาน
-
สามารถหลีกเลี่ยงซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง (Proprietary Authoring Tools) เนื่องจากContent ตามข้อกำหนดSCORM เป็นWeb based Content จึงสามารถใช้HTML tool ไปสร้างContent ได้เป็นการหลีกเลี่ยงการใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะเจาะจงใดๆสร้างContent
-
ฝึกหัดผู้พัฒนาContent ได้เร็วกว่า (Train developer faster) เนื่องจากการนำ SCORM ไปใช้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ในอนาคตเราสามารถหาผู้ผลิตผู้พัฒนา Contentได้โดยง่ายพร้อมกับในความรู้และทักษะของSCORM ก็จะเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางง่ายต่อการหาคู่มือตำราและเอกสารการฝึกอบรม
-
นำเนื้อหามาใช้ได้ใหม่ (Reuse Content) ทำให้การพัฒนาเนื้อหารวดเร็วขึ้นโดยเมื่อพัฒนาขึ้นเรื่องหนึ่งสามารถนำไปใช้กับผู้เรียนที่ต่างกันหรือวิชาอื่นๆได้ทำให้ลดระยะเวลาในการพัฒนา
-
ลดความเสี่ยงของการลงทุนโดยวิสัยทัศน์ของSCORM ได้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงในทางธุรกิจและการพัฒนาเนื่องจากมันถูกออกแบบให้ Content มีความสามารถทั้งPortability, Durability และInteroperability
- ลงทุนสร้างCourseware โดยเทคโนโลยีมีอนาคต (Future-proof) เพราะข้อดีของ Courseware ที่สร้างข้อกำหนดSCORM ไม่ว่าผู้ใดสร้างสร้างให้ใครหรือสร้างเพื่อใช้กับแพลตฟอร์มใดมันต้องสามารถใช้งานร่วมกับระบบที่อยู่บนพื้นฐาน SCORM อย่างไม่มีปัญหาใดๆในอนาคต
- ลดความเสี่ยงอันเนื่องจากการขึ้นอยู่กับเครื่องมือหรือเทคโนโลยีเฉพาะเจาะจงใดๆ (Technology Proprietary)
- ลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนระบบเพราะการลงทุนในมาตรฐานเทคโนโลยีเป็นการช่วยให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งฮาร์ดแวร์์และซอฟต์แวร์ในอนาคตจะใช้ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด
- ลดความเสี่ยงในการใช้เทคโนโลยีล้าสมัย (Obsolescence risk)
-
เพิ่มประสิทธิภาพของผู้เรียนเนื้อหาSCORM และLMS ช่วยทำให้องค์กรสามารถสร้างเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพในการเรียนโดยใช้เทคนิคใหม่ๆในการออกแบบเนื้อหาและความสามารถของLMS เช่นระบบการติดตามผลการเรียนระบบนำส่งเนื้อหาที่เหมาะสมการออกแบบเนื้อหาเชิงวัตถุฯลฯ
-
- หลักสูตรสามารถปรับให้เหมาะสมกับบุคลิกของผู้เรียนได้
- เพิ่มความสามารถการใช้งานของผู้เรียน
-
สามารถใช้ข้อมูลของผลการเรียนเพื่อเพิ่มแรงจูงใจแก่ผู้เรียน
มาตรฐานอีเลิร์นนิ่งมีความจำเป็นและเป็นที่ยอมรับในปัจจุบันเนื่องจากทำให้การใช้เทคโนโลยีมีประสิทธิภาพมากขึ้นลดอัตราเสี่ยงในการลงทุนและยังทำให้ผู้เรียนมีความสะดวกสบายขึ้นข้อกำหนดSCORM ถือว่าเป็นมาตรฐานทางอีเลิร์นนิ่งที่นำมาใช้แพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน
SCORM คือมาตรฐานของเนื้อหาและสภาพแวดล้อมสำหรับe-Learning เพื่อให้สามารถใช้เนื้อหาร่วมกันได้โดยผู้กำหนดSpecification คือADL (Advanced Distributed Learning) โดยในส่วน
-
Content Packaging ใช้มาตรฐานของIMS
-
Metadata Dictionaryใช้มาตรฐานของIEEE-LTSC
-
Data Model ใช้มาตรฐานของAICC
-
Content Structure ตัดมาจากมาตรฐานของAICC
-
Communication ใช้มาตรฐานของAICC
- Sequencing ใช้มาตรฐานของIMS
-
-
ข้อกำหนดของวิธีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างContent กับLMS ซึ่งSCORM ได้ปรับปรุงข้อกำหนดดังกล่าวมาจากข้อกำหนดของAICC (Aviation Industry CBT Committee) เห็นได้ชัดว่าข้อกำหนดของSCORM นอกจากจะเป็นข้อกำหนดที่ผ่านการทดสอบในเชิงปฏิบัติแล้วยังรวมเอาข้อกำหนดหลักๆจากข้อกำหนดอื่นเข้ามาร่วมกันจึงทำให้ข้อกำหนดSCORM เป็นที่ยอมรับกันมากที่สุดทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ระบบอีเลิร์นนิ่ง
ท่านคิดอย่างไรกับมาตรฐาน SORM
หากต้องทำมาตรฐานของประเทศไทยจะเป็นไปได้ไม่ มีแนวคิดอย่างไร
คิดว่า มาตรฐานของ SCORM เป็นความพยายามของมวลมนุษย์ ที่ต้องการใช้ความก้าวหน้าของมวลมนุษย์เอง และลดความความเห็นแก่ตัวโดยพยายามแชร์ประโยชน์จาก ข้อมูล ความรู้ต่างๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม จะทำให้โลกสงบสุขได้
และหากต้องทำให้ประเทศไทยใช้มาตรฐานของ SCORM ก็คิดว่าน่าจะทำได้ ก็คงคล้ายกับ gotoknow.org ที่เราท่านกำลังชมอยู่นี้ก็เป็นการแชร์ความรู้ ข้อมูลต่างๆ หากเพียงแต่รัฐบาลน่าจะเข้ามาเป็นเจ้าภาพ และ ส่งเสริมให้ทุกคนในชาติ เข้าใจ สามารถเข้าถึง และร่วมพัฒนากันต่อไป เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการสร้างการศึกษาในระบบโรงเรียนแต่เพียงอย่างเดียว