ผมออกเดินทางจากปัตตานีไปกลันตันตั้งแต่เมื่อเที่ยงวันศุกร์ แต่กว่าจะถึงไปที่ด่านตาบา ก็ห้าโมงครึ่ง เที่ยวสุดท้ายที่ได้ลงเรือแฟรี่ แล้วการเป็นเที่ยวสุดท้ายก็ก่อปัญหาให้ผมเยอะมากครับ ตั้งแต่รถไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ดีที่อ.แม สามารถเจรจาจนได้ลายเซ็นต์ของหัวหน้าการทางให้นำรถเข้าในมาเลย์ได้ ไม่งั้นต้องนอนค้างกันที่ด่านครับ
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ ยังไม่ได้แลกเงินมาเลย์ ผลก็คือ ไม่มีที่ให้แลก ในกระเป๋าของทีมไม่มีใครมีเงินมาเลย์แม้แต่เหรียญเดียว เราพยายามหาที่แลกเงินแต่ตอนหนึ่งทุ่มทุกอย่างปิดหมดแล้วครับ สุดท้ายจึงต้องไปหาคนรู้จักเพื่อขอแลกเงิน แต่แทนที่จะได้แลกเงินเราได้ที่นอนแทน ขอบคุณอุสตาสมะ (แห่งกีรออาตี) ด้วยครับ
ก่อนเข้าสัมมนาก็ไปจัดการเรื่องรถครับ เพื่อขอป้ายวงกลม ซึ่งก็ขอไม่ได้อีกเนื่องจากหัวหน้าใหญ่ยังไม่มา แต่ลายเซนต์เมื่อวานสามารถแก้ปัญหาได้ก่อน จึงหาร้านแลกเงิน แต่ดูเหมือนร้านยอมให้เราแลกไม่ค่อยจะยุติธรรมเท่าไร เราจึงแลกเท่าที่จำเป็นก่อน แล้วก็เดินทางไปตุมปัตเพื่อเข้าสัมมนา
ปรากฏงานสัมมนาครั้งนี้เป็นงานสัมมนาวิชาการครับ จัดโดยมหาวิทยาลัยกาบังซาอันมาเลย์เซีย มีระดับศาสตราจารย์นำเสนอผลงานกันหลายท่าน ซึ่งผิดจากที่คาดไว้ครับ เพราะที่เชิญเราคือคนในพื้นที่ ไม่นึกว่าจะเป็นงานใหญ่ขนาดนี้ ต้องขอบคุณที่เชิญทีมวิจัยเข้าร่วมครับ เพราะมีประเด็นที่เป็นประโยชน์มากทีเดียว
และที่สำคัญผมได้นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารและเบรคต่างๆ กับศาสตราจารย์ทางด้านสังคมศาสตร์หลายท่านครับ เลยเอารูปมาฝากครับ
ท่านที่นั่งข้างผมเป็นศาสตราจารย์จาก upm ครับ ถัดไปเป็นศาสตราจารย์จาก oum (เป็นมหาวิทยาลัยเปิดครับ)
พิธีเปิดเป็นการสาธิตการแต่งงานตามประเพณีไทยในกลันตันครับ น่ารักดี (ฮิฮิ โดยเฉพาะเจ้าสาว)
งานนี้เป็นการลงพื้นที่เก็บข้อมูลที่แต่งตัวเท่ ใสสูทได้เป็นครั้งแรกครับ ที่แย่สักหน่อยสำหรับผม คือ รู้ว่าใครนำเสนออะไรกัน แต่จับประเด็นไม่ค่อยได้ เช่น ฟังๆ ว่าเรื่องนี้ แต่เขาอธิบายต่อว่างัย ฟังไม่รู้เรื่องแล้ว ฮือฮือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิชาการคุยยิ่งฟังยากเข้าไปอีก
พรุ่งนี้ทีมวิจัยมีนัดกับท่านมุขมนตรีของรัฐกลันตันเพื่อขอสัมภาษณ์ครับ หลังจากที่เลื่อนมาสามครั้งสามคราแล้ว ซึ่งหากพลาดคราวนี้อีก ผมบอกว่าไม่สัมภาษณ์แล้ว จะปิดโครงการแล้ว
ส่วนกิจกรรมวันนี้ ตั้งใจจะไปสัมภาษณ์คนไทยที่เข้ารับศาสนาอิสลามครับ ว่าเขาคิดอย่างไร และมีความแตกต่างกันอย่างไรระหว่างตอนเป็นคนสยามกับการมาเป็นคนมลายู แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้สัมภาษณ์หรือเปล่า เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ได้คำตอบจากผู้ประสานงานเลยครับ เลยแก้เซ็งด้วยการหาร้านกาแฟ นั่งจิบกาแฟเล่นเน็ตไปพลางๆ ก่อน แต่ข่าวร้ายคือ แบตกำลังจะหมด
เจอกันคราวหน้าครับ
ขออัลลอฮฺคุ้มครอง และเป็นกำลังใจในการทำงาน สำหรับคนทำงานครับ อย่าได้ให้มีอะไรมาบั่นทอนการทำงานเหมือนผมเลยครับ คุณประโยชน์ที่เกิดจากงานวิจัย คือ การงานที่จะช่วยตอบคำถามถึงการทำงานที่ทำในโลกหน้า และผมเชื่อว่าห้วงเวลาที่ผ่านมา อาจารย์เป็นคนทำงานจริงๆๆครับ
ขอบคุณครับ อาจารย์ขจิต ฝอยทอง ที่ปรึกษา ฯลฯ พี่เพ็ญศรี(นก) และ เสียงเล็กๆ
ขอแท้ หน้าต้องแก่ๆ อย่างนี้แหละครับ ฮิฮิ