ผมเองเมื่อย้ายที่ทำงานใหม่ก็ต้องทำตัวเป็นพวกจิ้งจก นั่นคือ ต้องปรับตัวให้เข้ากับหมู่คนทำงานที่เราจะต้องมาทำงานด้วย โดยพยายามจะทำตัวให้กลมกลืนไปกับพวกเขา ไม่ให้มีปัญหาหรือเกิดความแปลกแยก ตามที่คำโบราณเขาเปรียบเอาไว้ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม”
แต่การ “หลิ่วตา” ของผม ก็สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับตัวเอง นั่นคือ “หลิ่วตาแค่ไหน จึงจะพอดี” เพราะหลิ่วตามากไป ตาก็จะเหล่กลายเป็นคนพิการไป
ผมจึงกำหนดหลักเกณฑ์ในการหลิ่วตาของผมดังนี้ครับ
เรื่องที่ควรหลิ่วตา ผมกำหนดเอาไว้สองเรื่องครับ
1. เรื่องวิธีการทำงาน ใครจะทำงานด้วยวิธีการอย่างไรก็ได้ครับ แม้ไม่ถูกใจ แต่ผมก็จะไม่ไปปรับเปลี่ยน ปล่อยให้เขาทำงานตามวิธีการของเขา
2. เรื่องกฎ ระเบียบ ผมจะไม่เคร่งครัดกฎระเบียบมากมายนัก พยายามอลุ้มอล่วย เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจ
สำหรับเรื่องที่ผมจะไม่หลิ่วตาให้เลย ผมจะพยายามไม่ให้มีครับ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีบ้างครับ ผมมีอยู่ 2 เรื่อง
1. เรื่องหลักการ เรื่องนี้ผมจะยืนในความถูกต้องตามหลักการครับ ถ้าพบว่าทำผิดไปจากหลักการผมจะทักท้วง เรื่องนี้บริหารจัดการ “ไม่ยาก” ครับ เพราะผมเพียงแต่ชี้แจงไปตามหลักการที่ปรากฏโดยมีหลักฐานอ้างอิง ก็สามารถจัดการให้ทำงานไปตามหลักการที่ถูกต้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปหลิ่วตาให้เสียหลักการ
2. เรื่องการอ้างอิงส่วนร่วม ไปทำประโยชน์เพื่อส่วนตัว เรื่องนี้เป็นเรื่องยากและละเอียดอ่อนครับ เพราะเป็นเรื่องที่บางครั้งหลายคนก็ “มองไม่รู้ ดูเห็น” หรือ บางคนรู้แต่ก็หยวนๆตามกันไปไม่อยากเรื่องมาก เรื่องนี้ถ้าเกิดมีขึ้นมาผมจะไม่ “หลิ่วตา” ตามไปกับเหตุการณ์ แต่จะปลีกตัวออกมาอย่างแนบเนียนไม่ให้ผิดสังเกต โดยจะไม่เข้าไปต่อต้านหรือขัดขวาง เนื่องจากเราไม่ได้เป็นพระเอกครับ เป็นเพียงตัวประกอบ กำลังไม่พอ สู้ไปก็มีแต่แพ้
เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็คงต้องหลิ่วตาตามแต่พองามครับ
“หลิ่ว” มากไปจนกลายเป็น “เหล่” จะกลายเป็นคนพิการเป็นที่น่ารังเกียจของผู้คนครับ
เห็นด้วยค่ะ
หลิ่วพอประมาณ ก็น่าจะ OK ค่ะ
มีความสุขในการทำงาน
สุขภาพแข็งแรงค่ะ
ผู้บริหาร น่าจะมีหลักและมาตรฐานของตัวเองไว้ ลู่ได้ แต่ไม่ใช่เอนเอียง อย่างน้อยควรให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาในการทำงานได้บ้าง เมื่อเจอทางตัน ไม่ใช่"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน" แล้วลูกน้องจะพึ่งใคร
สวัสดีคะ ท่าน ผอ.
แนวคิดของท่านเห็นด้วยอย่างยิ่งคะ
หลิ่ว แปลว่า หรี่ตาลงข้างหนึ่ง
****
คงจะทำให้เห็นบางสิ่งบางอย่างไม่ชัด
คงไม่น่าจะสบายตัวและสบายใจมากนัก
คนตาหลิ่วคือคนตาไม่ดี
สมมุติว่า ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีคนพร้อมกันหลิ่วตาในเรื่องบางเรื่อง
หรือทุกเรื่องอยู่เป็นประจำ
อยากถามว่า ถ้ามีคนมาอยู่ใหม่ ซึ่งเป็นคนตาดี
ที่สอดส่องมองเห็นทุกสิ่ง
ในสังคมที่นั่น
ใครคือคนตาหลิ่ว ในสายตาของคนหมู่มาก
(ใครคือคนตาดี)
สวัสดียามเช้า เห็นด้วย แต่ต้องมียึดหลักการและความถูกต้อง/ความพอดีด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านผอ.
ท่าน ผอ.เขียนได้ดีมากเลยค่ะ ชอบชอบ
ขอขอบคุณครับสำหรับความคิดเห็นและช่อดอกไม้
ตรงนี้ดีครับ ลู่ได้ แต่ไม่ใช่เอนเอียง และ ผู้บริหารน่าจะมีหลักมาตรฐานของตัวเองไว้
(ผมจะจำและนำไปใช้สำหรับตัวเองครับ)
สำหรับที่ผู้บริหารบอกว่า "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"
เขาไม่เหมาะเป็นผู้บริหารครับ
ขอบคุณครับ
ขัดไม่ได้ก็ถอยออกมาก่อน สรุปได้ถูกใจครับ
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น กำลังใจ และ ความรู้สึกที่ดี ครับ
สวัสดีค่ะท่านรองฯ
ภาพและบันทึก สอดคล้องกันบ้างไหมคะ
"หลิ่วตา" ตามความหมายของผมนะครับ คือ การปรับตัว
ไม่ใช่การมองอะไรที่เห็นไม่ชัด
การหลิ่วตา จะทำให้เรารู้จักการโอนอ่อนผ่อนตามไปตามสถานการณ์
การหลิ่วตาในที่นี้ จะทำให้เรามองเห็นเหตุการณ์ต่างๆได้ชัดเจนขึ้น
ถ้าไม่หลิ่วตา(ไม่ปรับตัว) นี่ซิครับ จะทำให้อยู่กับเขาลำบาก และอาจเป็นการมองในมุมมองแคบๆ
คงจะเป็นการมองกันคนละมุมกันนะครับ
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยมและร่วมแสดงความคิดเห็น
ผมขอแนะนำให้เพิ่ม "ยักคิ้ว" ด้วยครับ จะได้คู่กับ "หลิ่วตา"
เก๋ดีนะครับ (5555.....)
ขอบคุณครับ
ภาพและบันทึก ไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี
แต่........ ต้องมองด้วยใจที่เปิดกว้าง ครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
การ "หลิ่ว" เพื่อให้อยู่ได้ "เนียน"
ในสังคมไทย....โอเคครับ
ขอให้ฝันเป็นจริงนะครับ
ผงซักฟอกบรีส จะเอาใจช่วย
สวัสดีครับ คุณsmall man~natadee
เออ...ได้มุมคิดต่อนะนี่
สังคมไทยเป็นสังคมที่ยากจะเข้าใจ
การสอนกันให้ทำดี แต่มีมวยตู้ ชนวัว ตีไก่ อิ อิ อิ
สังคมไทยน่าจะเข้าใจยากจริงๆอย่างที่ว่าไว้แหละครับ
ผมเองหลายครั้งก็สับสน ยังไงกันแน่
ขอบคุณครับ
ยุคผู้นำการเปลี่ยนแปลง.....อิอิ.อิ พระพุทธองค์ว่า "ให้เดินทางสายกลาง"
บางครั้งบางคราวก็ต้องตามน้ำไปครับ
ขอบคุณมากครับ