วันเสาร์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๑
วันนี้เป็นวันคล้ายวันตายของเตี่ย ที่บ้านกรุงเทพฯ มีการรวมตัวกันไหว้บรรพบุรุษ...แต่ผมได้เดินทางไปไหว้เตี่ยทดแทนตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว และไปทานข้าวเย็นกับแม่ด้วย วันนี้ผมก็เลยตื่นเช้าเป็นพิเศษ ตั้งใจไปตักบาตรอุทิศให้เตี่ยในเมืองอุทัยธานี
๖ โมง ๑๐ นาที ได้พาลูกสาวซึ่งไปออกหน่วยฯ ด้วย ไปเดินตลาด พอออกจากโรงแรมไปได้หน่อย ก็พบร้านอาหารเช้า ซื้อกับข้าวถุง ๔ ถุง ข้าว ๒ ถุง รวมเงิน ๑๐๐ บาทพอดี
เห็นพระเดินมา ๒ รูป นิมนต์จะตักบาตร พระบอกว่า “ขออภัยอาตมาฉันมังสะวิรัติ” เราก็เลยไม่ได้ตักบาตร เราก็เลยเดินต่อไปอีกหน่อย ก็พบพระ ๑ รูปกับ ๒เณร ออกบิณฑบาตด้วยกัน เราก็เข้าไปต่อแถวชาวบ้านตักบาตร เสร็จแล้วก็รับพรพระ ระหว่างรับพรก็อุทิศส่วนกุศลให้เตี่ย พี่ชายคนที่สอง และพี่สาวคนที่สองด้วย... อยากบอกว่า “คิดถึงทุกๆ คนน๊ะ”
กลับมาทานอาหารเช้าที่โรงแรม มีอาหารเจพิเศษ เป็นผัดผักให้ทานด้วย...ต่อด้วย “ปาท่องโก๋” และขนมปัง วันนี้ทานแป้งมาก ทั้งๆ ที่น้ำตาลในเลือดเกินไปหน่อยประมาณ ๑๓๐ หมอนัดตรวจผลเลือดอีกครั้งวันที่ ๒๗ ตุลาคมนี้
๗ โมงครึ่ง ไปขึ้นรถออกหน่วยฯ พร้อมกัน เป้าหมายคือโรงเรียนบ้านวังเตย..ผมเปลี่ยนแผนการออกหน่วย ขอตาม “พิพิธภัณฑ์ผ้า” ซึ่งจะไปสอนเรื่อง “การทอผ้าไหมมัดหมี่” ให้กับกลุ่มทอผ้าของที่นี่ ตอนแรก เข้าใจว่าจะต้องนั่งรถตู้ไปไกล แต่ความจริงบ้านของประธานกลุ่มอยู่ห่างออกไปเพียง ๖๐๐ เมตรเท่านั้นเอง
ระหว่างที่รอทีมงานขนอุปกรณ์เข้าไปในบ้านอยู่นั้น ผมยืนอยู่ระหว่างหน้าบ้าน ๒ บ้าน (บ้านประธานและรองประธานกลุ่มทอผ้า) ก็มีชายสูงอายุคนหนึ่งยกมือไหว้ทักทาย ผมจึงเดินเข้าไปทัก ในใจก็นึกว่าเคยรู้จักกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า แต่ไม่ใช่ เขาแนะนำตัวว่าเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็เลยขอไปนั่งคุยด้วย..เริ่มแรกก็ยิงคำถามเกี่ยวกับเรื่องประวัติที่มาของชื่อหมู่บ้าน....
ก่อนอื่นก็สอบถามชื่อแซ่กันก่อน ชื่อ ผู้ใหญ่ “ยัง กันหาชาลี” เดิมชื่อบุญยัง แต่ไปๆ มาๆ เหลือแค่ “ยัง” ส่วนนามสกุลก็เหมือนกัน ตอนแรกเป็น “กัญหา” แต่ไปๆ มาๆ ก็มาลงตัวที่ “กันหา” (ตรงนี้ขอทำความเข้าใจหน่อย สมัยก่อนงานทะเบียนราษฎร์อยู่ที่อำเภอ งานคัดทะเบียนส่วนมากจะเป็นหน้าที่ของเสมียน บางครั้งการคัดลองต่อๆ กันไป ก็คัดผิดเหมือนกัน..จึงทำให้ชื่อ และนามสกุลของหลายครอบครัว เขียนผิดความหมายเดิม)
ผู้ใหญ่ยัง อายุ ๕๙ ปี เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑๔ บ้านวังเตย ตำบลตลุกดู่ มาได้ ๕ ปีแล้ว เดิมหมู่บ้านนี้ชื่อ “บ้านชุมใต้” ซึ่งชื่อหมู่บ้านมาจากเดิมมีการทำ “ขี้ใต้” เป็นเพราะ เป็นที่ชุมนุมของคนทำขี้ใต้นี้เอง...
![]() |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |
