เวลาอยู่คนเดียว ต้องอาศัยกำลังใจมาก เข้มแข็ง และมีสติ
อีก ๗ วัน ผู้เขียนก็จะได้พบ ดร.อโลก ชาวอินเดียพุทธ ที่จะได้มาเชื่อมต่อ พระพุทธศาสนา ระหว่างในไทย และอินเดีย ได้เขียนไปแล้วว่า ตื่นเต้น
แต่ผู้เขียนมานึกดู ป่านนี้ ดร.อโลก ก็คงตื่นเต้นไม่แพ้กัน
กับการจะต้องไปต่างแดน ที่ไม่รู้จักใครเลย ซึ่งผู้เขียนประสบมาแล้ว แม้แต่คนไปรอรับ ก็ไม่รู้หน้าตา เป็นอย่างไร ซ้ำที่หนักเข้าไปอีก ก็คือ ไม่รู้จักภาษาถิ่นเขาด้วย
ในวันที่ผู้เขียน เดินทางไปถึง เมือง คยา อินเดีย แล้วโทรศัพท์ หาพระอาจารย์ที่จะมารับ แต่ปรากฏว่า ติดต่อไม่ได้ ใจหายวาบ เหมือนอยากจะร้องไห้ แต่พอได้สติ ก็มาทบทวนหมายเลขโทรศัพท์ อ้อ ที่แท้ลืมลบรหัสระหว่างประเทศออกนั่นเอง เวลาอยู่คนเดียว ต้องอาศัยกำลังใจมาก เข้มแข็ง และมีสติ
ที่คยานั้น มีเที่ยวบิน เที่ยวเดียว คือลำที่ผู้เขียน โดยสารมา แต่สำหรับสุวรรณภูมิ อันศิวิไลซ์ ผู้เขียนนึกไม่ออกเหมือนกัน ว่า ดร.อโลกจะเป็นงง กับการพบผู้มารอรับหรือไม่
และ เขาจะลืม เอารหัสประเทศออก เวลาโทรหาาคนมารับหรือเปล่า
ถึงตอนนั้น ยิ่งกว่าความตื่นเต้นอีก
แต่ทุกอย่างคงผ่านพ้นไปด้วยดี กับนักประสานงาน ระดับประเทศ ที่มีประสบการณ์มากแล้ว
ก็แปลก เวลาผู้เขียนเล่าเรื่องการมาของ ดร.อโลกให้ใครฟัง ดูเขาสนใจ อยากต้อนรับจังเลย
เลยแอบๆคิดว่า ตอนนั้น ที่อินเดีย ก็คงมีคนอยากต้อนรับผู้เขียนเหมือนกัน
วันนี้ เลยมาบันทึกเรื่องที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการเดินทาง ของ ดร.อโลกบ้าง ตามประสา หัวอกเดียวกัน
ขอให้โชคดีนะ ดร. อโลก

ดอกไม้สักช่อนะคะ ดร.อโลก
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทาย ต้องขอโทษที่ข้อความแรกคลิกผิดที่ค่ะ
สวัสดีครับ ตามมาให้กำลัง แล้วตามไปเที่ยวด้วย
สวัสดีค่ะคุณอ้วน / aounza
ขอบคุณมากค่ะ
และคงจะได้ต้อนรับด้วยกัน
ทาง gotoknow แห่งนี้
ดิฉันขออนุญาต ลบข้อความแรกนะคะ
สวัสดีค่ะคุณบังหีม
ค่ะขอบคุณกำลังใจ จากชาว Gotoknow ด้วยกัน
ถ้ามีข้อเสนอแนะ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ
จะได้พาเที่ยวกันให้สนุก
สวัสดีครับ
มาเป็นกำลังใจ
อยากให้ถึงเร็วๆ
สวัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
งั้นต้องช่วยหาเมนูจานเด็ดมาให้ด้วย
ได้ สองอย่างแล้ว
ขอบคุณค่ะ
โยคีน้อย
ดร.อโลกน่าจะได้เปรียบกว่าโยคีน้อยเมื่อครั้งไปกุสินารา เพราะดร.อโลกเคยมาเมืองไทยเพื่อบรรยายทางวิชาการมาแล้ว แต่หลายปีมาแล้ว
แต่ที่ดร. อโลกจะตื่นเต้นคงเป็นจากการที่จะได้ไปพบพระอาจารย์อารยะวังโสและจะได้พบกับอาสาสมัครคนแรกของไทยไปกุสินาราเช่นโยคีน้อย และบรรดากัลยาณมิตรชาวพุทธทั้งหลาย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การได้ไปเป็นตัวแทนชาวพุทธระหว่างประเทศอินเดียกับไทยย่อมเป็นความตื่นเต้นที่น่าปลื้มปีติ
ขออนุโมทนาสาธุกับการผจญภัยบุญครั้งนี้
และขอให้นำเรื่องราวดีๆ มาเผยแพร่ในบล๊อคต่อไปด้วย
" ขออนุโมทนาสาธุกับการผจญภัยบุญครั้งนี้ "
พี่พลเดจ เขียนแบบนี้เห็นภาพเลยครับพี่บุญรุ่ง อิอิ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
อ้อ เคยมาเมืองไทยแล้ว งั้นก็หายห่วง
ดร.อโลกนี่โชคดีจัง ได้มาเชื่อมบุญครั้งที่สองแล้ว
กลัวจะต้อนรับทำไม่ได้ดีเท่าที่ควรนะคะ
เพราะโยคีน้อย ติดจะบ้านๆ(นอก)ไปหน่อย
แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ
สวัสดีค่ะคุณsuksom
มาเลยบ้านใกล้ เรือนเคียง จันทบุรีอยู่แค่นี้เอง
มารับเป็นเจ้าภาพหนึ่งวันเลยดีไหม
ค้างสักคืนค่อยพากลับเมืองชล
เออ..น่าสนใจจริงๆด้วย นะ นะ
จำได้ว่า เคยบอกจะช่วยกันดูแลนี่นา ลืมหรือยัง
กลัวว่าผมไปแล้วท่านจารย์จะหนีกลับก่อนน๊ะครับ อิอิ พี่บุญรุ่ง
ดีใจที่มีคนเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอินเดีย
อินเดียเป็นประเทศที่เรื่องน่าตื้นเต้นเสมอครับ
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่รุ่ง
....
สบายดีนะคะ ที่ชลบุรี อากาศเป็นไงบ้างคะ
มารำลึก อินเดีย .. ขอบคุณค่ะ
....
มีความสุขนะคะพี่ คงได้มีโอกาสเจอกันอีก
สวัสดีค่ะคุณฤทธิชัย
ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทส
มีแต่จะดียิ่งๆขึ้นไป
ทุกระดับนะคะ
แปลก ก่อนไปคนจะกลัวอินเดีย
แต่พอกลับมาจะคิดถึง
ตั้งใจอยากจะไปสักปีละครั้งค่ะ
แต่ก็ยังทำไม่ได้
สวัสดีค่ะคุณpoo
ที่ชลบุรีไม่หนาวแล้วค่ะ
มีแต่ลมทะเลเย็นๆ
เราต้องได้พบกันแน่นอนซิคะ
คิดถึงใบหน้าที่แจ่มใส
และทักทายอย่างอบอุ่น
จำได้ไม่ลืมเลยค่ะ