สงสัยต้องคุยหลายเรื่องในบันทึกเดี่ยวครับ เรื่องยาวจริงๆ ฮิฮิ เป็นเหตุการณ์เมื่อวานมาจนถึงปัจจุบันครับ เมื่อวานมีประชุมผู้บริหารคณะ (คณบดีและรองๆ) ผมเข้าใจเองว่า ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่สองหรือไม่ก็สาม เนื่องจากเปิดเทอมมาหลายเดือน ที่ไหนได้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกครับ ความจริงเคยคุยกันว่า การประชุมชุดนี้จะต้องไม่มีวาระครับ ใช้การพูดคุยสนทนากันให้เกิดไอเดีย แต่สงสัยหัวหน้าสำนักงานคณะฯ คงไม่ได้เรียนท่านคณบดีไว้ก่อน ท่านก็เลยเริ่มคุยโดยท่านทำวาระมาเองเลย ฮิฮิ

เปิดฉากแรก ผมโดนตำหนิก่อนครับ เนื่องจากผมไม่ได้เข้าประชุมการกำหนดเป้าเพื่อการประกันคุณภาพ ซึ่งเชิญประชุมโดยหัวหน้าสำนักประกัน ท่านบ่นว่ามีคนเข้าประชุมน้อย ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องจำเป็น แต่ท่านวิเคราะห์ว่า อาจจะเพราะน้ำหนักของคนเชิญประชุมหรือเปล่า น่าจะให้รองอธิการฯ ที่ดูแลงานด้านนี้เรียกประชุมน่าจะเหมาะกว่า ท่านมองมาที่ผมแล้วบอกว่า เป็นงานวิชาการน่ะ ท่านเข้าแต่เข้าในฐานะผอ.สถาบันอัสลาม

ความจริง คือ ผมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ครับ เลยแจ้งยกเลิกประชุมหัวหน้าสาขาวิชาซึ่งนัดมาก่อนล่วงหน้าสามสัปดาห์แล้ว เพื่อจะไปร่วมประชุมที่เพิ่งนัดไม่ถึงสัปดาห์ แต่มันผิดแผนตรงที่ต้องพาภรรยาไปโรงพยาบาลครับ และเวลาก็ล้าช้ากว่าที่คิดไว้ เลยกลับมาไม่ทัน เท่านั้นเองครับ นอกจากนี้ผมทำการบ้านเพื่อเข้าประชุมเรียบร้อยแล้วด้วย ไม่ได้คิดจะเข้าประชุมมือเปล่า ก็ไม่เข้าไม่ได้จริงๆ ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น

เป้าหมายเพื่อการประเมินในรอบหน้าเป็นความท้าทายครับ และสิ่งที่ผมจะดำเนินการคือ ปรับแผนงานวิชาการทั้งหมดของคณะเพื่อให้เข้าใกล้เป้าให้ได้มากที่สุด ฮิฮิ ผมไม่แน่ใจครับว่า จะทำได้บรรลุเป้าหรือเปล่า เพราะอันนี้มีปัจจัยเยอะ

แต่ที่ผ่านมา ผมว่างานผมเดินผิดเป้าไปนิดหนึ่งคือ เราวิ่งสร้างความเข้มแข็งตามเกณฑ์ แต่เราลืมนำจุดแข็งมาขยายปีก และอุดจุดโหว่ ดังนั้นผมเลยต้องทำอย่างแรกคือ ปรับแผนวิชาการคณะ เอาเป็นว่า ขยายจุดแข็งให้ได้มากที่สุด และทำอย่างไรให้จุดอ่อนไม่เป็นปัญหาในการประเมินคุณภาพ

ส่วนวาระต่อมา ท่านขอความเห็นหลายเรื่องครับ แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ผมดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว ก็บังเอิญว่า หนังสือสร้างเรื่องเหล่านั้นท่านสั่งการว่า "รับไว้พิจารณา" แต่แทนที่จะจบเรื่อง กลับไม่จบ หนังสือเหล่านั้นกลับมากองรวมกันที่โต๊ะทำงานผม ผมเลยตามเคลียร์ให้เสร็จสรรพ แต่ที่ผมยังไม่ได้ทำคือ ยังไม่ได้รายงานท่านรักษาการคณบดี

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจะเล่าสู่กันฟังคือ การปรับเปลี่ยนงานสำหรับเจ้าหน้าที่บริหารงานคณะ ซึ่งที่เสนอมามันไขว่ากันอยู่พอสมควรเมื่อพิจารณาจากการติดตามงานของรองคณบดี ผมเลยเสนอให้ปรับนิดหน่อย เพื่อความสวยงาม ที่น่าคิดคือ หัวหน้าสำนักเขียนภาระงานไม่ค่อยครอบคลุม พอแบ่งงานแล้วดูไม่ค่อยจะยุติธรรม เช่น งานวิชาการ งานวิจัย แต่พอไปงานด้านด้านอื่นๆ แยกชะละเอียดเลย เป็นงานบุคลากร งานพัสดุ ฯลฯ ทีนี้กลายเป็นว่า เจ้าหน้าที่คนนี้รับดูแลแค่งานวิชาการ น้อยจังเลย ฮาฮา ผมก็เลยต้องท้วงติงว่า ถ้าจะคิดตามภาระงานย่อยก็น่าจะย่อยงานวิชาการและวิจัยออกมาให้ชัดก่อนว่าแบ่งเป็นกี่ด้าน สมัยก่อนเขียนได้ครับว่า งานวิชาการและวิจัย ก็เพราะมีผมเป็นรองอยู่คนเดียว แล้วก็มีเจ้าหน้าที่คนเดียว ผมก็สั่งทุกเรื่องที่คนๆ เดียว แต่คราวนี้มีเจ้าหน้าที่มาเพิ่มอีกสองคน ก็น่าจะแจกแจงงานออกมาก่อน เพื่อความยุติธรรม

จากการประชุมเลยได้ทราบข่าวของอ.อิบรอเฮ็ง หะยีสาอิ ที่เข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง วันนี้หลังละหมาดวันศุกร์ก็เลยรีบบึ่งไปโรงพยาบาลทันที เพราะต้องไปให้ถึงก่อนบ่ายสอง ซึ่งจะงดเยี่ยม ฮิฮิ ก็ไปถึงก่อนปิดเยี่ยมสิบนาทีครับ ออ.แต่คุยไปเกือบชั่วโมงครับ เลยลากลับ (ฮิฮิ ให้คุยนานกว่านั้นก็ได้ แต่เกรงใจ)

ช่วงนี้งานผมยังวุ่นอยู่กับการเขียนรายงานวิจัยครับ แต่บังเอิญช่วงนี้เหนื่อยกับงานที่คณะ กลับมาบางคืนก็หลับตั้งแต่สองทุ่มครึ่ง แต่ถ้าคืนไหนผ่านสามทุ่มไปได้ก็ตีหนึ่งตีสองแหละครับจึงจะเข้านอน

ความจริงก็ไม่ได้นั่งเขียนรายงานอย่างเดียวหรอกครับ เพราะอีกอย่างหนึ่งที่เข้ามาแทรกๆ เพราะหัวใจมันปราถนา คือ ผมกำลังติดตั้งโปรแกรม ojs (Open Journal System) ในเว็บไซด์ muallimthai.com ของผมเอง เพื่อจะนำวารสารวิชาการอันนูร (วารสารบัณฑิตวิทยาลัย) และวารสารมหาวิทยาลัยไปเผยแพร่ไว้ที่นั่น ลองมาหลายรอบแล้วครับ ติดตั้งไม่ผ่านสักที มาเมื่อสองวันก่อนติดตั้งผ่านสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว แต่ก็มีปัญหาจนได้ครับ คือ ผมใช้ไม่เป็น ตอนนี้ลองมาหลายรอบแล้ว ยังสร้างวารสารออกมาสักฉบับยังไม่ได้เลยครับ ฮือฮือ

ผมเห็นว่าโปรแกรมนี้น่าสนใจครับ นอกจากจะเพราะวารสารสงขลานครินทร์ ฉบับมนุษยศาสตร์ฯ ใช่แล้ว เท่าที่ลองใช้รู้สึกว่า โปรแกรมนี้มีระบบสนับสนุนทุกกิจกรรมของการจัดทำวารสารเลยครับ เช่นกำหนดผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ ทั้งนี้ผ่านอินเตอร์เน็ททั้งหมดเลย ออ. แต่ตอนที่ผมได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิจากวารสารสงขลานครินทร์ กลับเป็นการเขียนด้วยลายมือครับ ที่จริงถ้าใช้โปรแกรมนี้ครบระบบ ผมว่าน่าสนใจดี

ผมลองใช้ไปแล้วครับ ส่งบทความขึ้นไปเก็บไว้ในเซฟเวอร์ได้แล้ว ฮิฮิ แต่สร้างเป็นเล่มวารสารยังไม่ได้ แฮะแฮะ ใครมีข้อมูลหรือวิธีการใช้โปรแกรมนี้ อนุเคราะห์ความรู้มาให้ผมบ้างจะเป็นพระคุณยิ่งครับ (ไปหาคู่มือในเว็บเจ้าของโปรแกรมก็ไม่เจอ ขอรับ มีแต่ให้ไปอ่านในบล็อก ซึ่งผมก็ไม่มีเวลาพอไปเปิดค้นหา เลยติดไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ)

สุดท้าย เมื่อวานผมได้อ่านคำชี้แจงของนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เขียนขึ้นเพื่อชี้แจงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการที่นักศึกษากลุ่มนี้ไปร่วมกิจกรรมๆ หนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนในรายวิชาหนึ่ง แต่ปรากฏว่าไปนอกเหนือจากที่ขออนุญาตไว้ ซึ่งเท่าที่ฟังจากอาจารย์ประจำวิชา นักศึกษาและพยานแวดล้อมอื่นๆ ผมเชื่อคำชี้แจงของนักศึกษาครับ ความผิดจริงๆ คือ ผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งในหน่วยงานการปกครองท้องถิ่นที่หนึ่ง ที่คิดจะฉวยโอกาสการเข้าร่วมงานของนักศึกษา เพื่อเจตนาอื่นที่ไม่โปร่งใส่ รอบนี้ดีที่มีท่านกำนันเข้าร่วมงานด้วย และท่านได้พานักศึกษาทั้งหมดกลับมาตามที่นักศึกษาขอติดรถท่านกลับมาด้วย

คราวหน้าคงต้องให้อาจารย์ช่วยเตือนๆ นักศึกษาที่จะไปลงพื้นที่ทำกิจกรรมกับชุมชนหน่อยครับ ว่า ต้องระวังเลห์เหลี่ยมนักการเมืองท้องถิ่นให้เยอะๆ หน่อย ออ. เออ ผมควรออกมาตรการรองรับมัยเนี๊ยะ แอะ ถ้าผมออกมาตรการรองรับ ก็ต้องกลายเป็นวัวหาแล้วล้อมคอก อีกแน่เลย เฮ้ย ความวัวยังไม่ทันจาง ความควายก็มาอีกแล้ว หรือเรากำลังหนีเสือปะจรเข้ อ้าวเหรอ ลืมหมดแล้วมีสุภาษิตอื่นอีกมัยเนี๊ยะ สวัสดีครับ