มันคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ส่วนตัว มองปัญหาเรื่องประกันอีกแบบค่ะ นั่นคือ

เรา(หลายๆคน แต่อาจจะไม่ทุกคน)เริ่มตระหนัก ในเรื่องประกันคุณภาพฯ หลังจากที่มหาลัยเริ่มก่อตั้งไปแล้วระยะหนึ่ง ทำให้หลายๆอย่างก่อนหน้านั้น ยังไม่ได้อยู่ในระบบที่ประกันคุณภาพได้ขีดเส้นไว้ (*1*)

แต่ในเมื่อเราตัดสินใจพาระบบของเรา เข้าสู่ระบบของประกันคุณภาพฯ เราจำเป็นต้องเตรียม SAR ของหน่วยงานเรา สำหรับปีการศึกษานั้นๆทันที ในเวลาเดียวกัน เราสามารถเตรียมวางแผนและปรับโครงสร้างงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่ประกันคุณภาพฯได้ขีดเส้นไว้ โดยที่ปีการศึกษาต่อๆไป ระบบของเราก็น่าจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ก็เท่านั้นเองค่ะ

ณ วันที่เราเริ่มพาระบบเข้าสู่ประกันคุณภาพ เป็นธรรมดาที่ SAR จะเก้ๆกังๆ แต่มันก็ทำให้เราเริ่มเข้าใจแล้วว่า โอเค หากต้องการให้ SAR เราสมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป เราควรปรับอะไรบ้าง

ทีนี้ สิ่งที่ได้เขียนไปตอนต้น ว่าเรายังอยู่ในระยะตามเช็ดตามล้าง หมายถึงว่า เราอยู่ในระยะเตรียม SAR โดยข้อมูลต่างๆ มาจากยุคที่เรายังไม่ได้ตื่นตัวเรื่องประกันคุณภาพฯ เท่าที่ควร

นั่นเป็นเหตุผล ที่ทำไม ได้เขียนไปว่า "ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า ปี 51 เป็นต้นไป น่าจะเป็นอะไรที่รูทีน มากกว่านี้ และงานส่วนนี้ ก็จะประกอบไปด้วยจำนวนคนที่น้อยลง แต่ชัดมากขึ้น อินซาอัลลอฮ์"

เงื่อนไข ที่จะทำให้เหตุผลนี้ ได้รับการแก้ไขคือ: การทำงานด้านประกันคุณภาพฯที่ยังอยู่ในยุคตามเช็ดตามล้างนั้น อย่าลืมทำงาน ปรับแผน โครงสร้าง และระบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับด้านประกันคุณภาพฯ และเข็มทิศอีกสองอันที่ได้เกริ่นไปก่อนหน้านั้นด้วย

**แต่ปัญหาของเรา มอย. ที่สัมผัสบ่อยๆคือ** พอเราทำงานนี้แล้ว เราแทบจะทิ้งงานอื่นเลย จริงๆแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้ เราอยู่ในยุคตามเช็ดตามล้างก็ตาม เราก็ต้องทำงานด้านการปรับทุกสิ่งทุกอย่างไปพร้อมๆกัน ซึ่งแปลว่า เราอาจจะต้องทำงานสองสามเท่า น่ะค่ะ

-----------------------------

ตรงนี้ ขอขยายความส่วนที่เขียนไป (*1*)

จริงๆ การที่เราไม่ได้ทำงานให้สอดคล้องกับสิ่งที่ประกันคุณภาพฯได้วางไว้ ไม่ได้แปลว่า การงานต่างๆของ มอย. ไม่มีคุณภาพ แต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่ายๆ คงจะแบบว่า เราเตรียมสอบวิชาภาษาไทย แต่พอเข้าห้องสอบ ทำให้รู้ว่า จริงๆแล้วเค้าสอบวิชาประวัติศาสตร์ ^_^ ก็เท่านั้นเอง (อาจจะเป็นการยกตัวอย่างที่ไม่สมบูรณ์นัก แต่คงจะพอสื่อกันได้บ้าง)