เช้าแรกของวันที่ 17 พ.ค.  ตื่นนอนก็รีบจะออกมาเดินสำรวจสวนป่า  เจอพ่อครูบามาพาเดินสำรวจ    ได้เก็บเกี่ยวความรู้จากพ่อครูบาหลากหลายเรื่อง  พร้อมเก็บภาพเพื่อนำมาระลึกถึงและบอกเล่าเรื่องราวในมุมมองของตัวเอง

                    เช้าวันแรกของการเดินป่าดีใจมากเพราะได้เห็นสวนป่าที่มีหมอกปกคลุมเพราะเป็นวันเดียวที่มีโอกาสได้เห็น    ครูบาได้พาไปชมต้นยูคาฯซึ่งมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์     เห็นลำต้นของยูคาฯแล้วอดใจไม่ไหวต้องเข้าไปเก็บความงามของเนื้อไม้

ภาพแรก บนซ้าย   คือต้นสำโรง  ซึ่งเป็นไม้พลังงานทดแทน  เมล็ดสามารถติดไฟได้  ปกติในสมัยก่อนไม่มีไฟเวลาหนุ่มๆจะจีบสาวก็จะนำเมล็ดสำโรงมาจุดให้ติดไฟ 

ภาพบนขวา    พ่อนำพวกเราเข้าไปสำรวจป่าซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มาก   มีการปลูกไม้หลากหลายเหลือเกิน      ต้องเดินผ่านดงป่าไผ่  เห็นเบื้องหลังอ.ขจิต  ศิษย์ครูบา

ภาพล่างซ้าย    เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นต้นมะม่วงต้นใหญ่มากแตกกิ่งก้าน  และที่ดูแปลกตาคือ มีเถาวัลย์ห้อยระโยงระยางเต็มไปหมด

ภาพล่างขวา    เห็นการปลูกแบบผสมผสานกัน มีทั้งต้นมะพร้าว  และต้นไม้อื่น

บนซ้าย  จะเห็นร่องรอยของปลวกซึ่งเกาะต้นไม้น่าจะเป็นต้นสักเต็มไปหมด   แต่พอถึงหน้าฝน ก็จะโดนชะล้างไปจนหมด  ทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นบ้าง

บนขวา    ต้นยางนาสายพันธุ์หนึ่ง    ซึ่งเป็นต้นไม้ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว   ทนต่อแมลงและศัตรูพืชต่างๆ   รากของมันสามารถหยั่งลึกได้ถึงสามเมตร   ทำให้เราสามารถทราบความลึกของชั้นดินได้โดยไม่ต้องไปวัดเลย   ถ้าพบเห็นยางนาอยู่ในบริเวณนั้น   ส่วนถ้าเราเห็นต้นเต็ง รังขึ้นอยู่  แสดงว่าชั้นดินมีแต่กรวด  ทราย

ล่าง      พ่อเก็บเกสรของพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งมาให้  ซึ่งคงจะขยายพันธุ์ต่อไป

 

              ระหว่างนั้นพ่อเล่าเรื่องแพะให้ฟัง   ว่ามีคนแนะนำให้ท่านเลี้ยงแพะ  อันว่าแพะนั้นเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมรับรู้รสชาติ     บางครั้งคนเลี้ยงแพะบอกน้ำปลาหายเป็นประจำ  ปรากฎว่าแพะแอบขโมยกินโดยยกขึ้นซดเลยทั้งขวด      แพะนั้นเป็นสัตว์น่ารัก  เลี้ยงง่าย    แต่ตกใจง่ายอย่างเวลาเจอหมาไล่  แพะจะวิ่งมาเบียดกันจนเหยียบกันตาย

บนซ้าย   ในบรรยากาศต้นไม้ค่อนข้างทึบ   ก็มีสัปปะรดโผล่มาให้แปลกใจเล่น   เลยเก็บภาพมาฝาก

บนขวา    ต้นยางนาต้นเดิม  อิอิ...เห็นว่าสวยเลยนำมาฝากอีกรอบนึง

ล่างซ้าย  บริเวณนี้เป็นเส้นทางเดินของน้ำ  แต่ช่วงนี้น้ำแห้งทำให้เห็นเชื้อราชนิดหนึ่งขึ้นตามเส้นทางเดินของน้ำ

ล่างขวา   ต้นนี้รีบถ่ายเพราะทุกคนเดินไปแล้ว  จำชื่อไม่ได้ว่าจะเป็น ต้นกระถินณรงค์หรือเปล่า   ซึ่งต้นนี้จะเป็นไม้โตเร็ว   คุณภาพจะดีเท่าไม้อื่น  สามารถใช้ทำฟลอร์เต้นรำได้ด้วย(ข้อมูลนี้ไม่กล้ารับประกันค่ะ เพราะพ่อพูดเร็วมาก เดินเร็วด้วย)

            

บนซ้าย        ดอกแก่นตะวัน  ทราบมาว่าพี่แป๋วเป็นคนเอามาปลูก หน้าตาอย่างนี้เอง

บนขวา        ไผ่หมาจู    ขายได้กิ่งละร้อย  ต้นหนึ่งมีประมาณแปดถึงเก้ากิ่ง   ก็ตกต้นหนึ่งประมาณเกือบพันบาท

กลางซ้าย    ต้นไผ่หมาจูที่คุณ conductor มาปลูกไว้ค่ะ

ล่างซ้าย      อุจจาระหนอนตัวด้านขวามือ

ล่างขวา       หนอนตัวน้อย  พ่อบอกให้ถ่ายไว้ค่ะ

บนซ้าย-ขวา  ต้นกระสังมีหนามด้วย  เป็นไม้ที่ทนแล้ว ทนทานจึงเลือกเป็นต้นตอ พ่อนำมะนาวมาต่อยอด  นอกจากมะนาวก็ยังมีส้มจี๊ด   มะกรูด อีกด้วย

ล่าง   ใบส้มพอดี   มีรสเปรี้ยว  เราเก็บกินระหว่างเดินไปหลายใบ  สามารถมาทำกับข้าวได้  ต้มกับเห็ดจะมีรสเปรี้ยวๆ

              รูปชุดสุดท้ายเป็นแม่หมูเหมยซานกับลูกหมู   มุมนี้ถ้าไม่มุดเข้ามาดูก็จะไม่เห็นบรรดาลูกหมูเหล่านี้แน่นอน    สังเกตได้ว่าหมูเหมยซานชอบกินใบกระถิน  ส่งให้แล้วแย่งกันใหญ่   ส่วนรูปสุดท้าย พอดีบริเวณเล้าหมูมีเตาอบไข่ไก่ต๊อกอยู   ทราบว่าที่นี่ต้องมีตู้อบ เพื่อช่วยในการฟักไข่แทนไก่ต๊อก

              คลังความรู้นี้ได้จากการเรียบเรียงระหว่างเดินป่าเช้าวันแรกกับพ่อครูบาค่ะ  ส่วนอีกสองวันที่เหลือต้องติดตามกันเองนะคะ