สำหรับบทความของคุณ Henrik Edberg นี้ได้ขอเอามาแปลจนจะครบหมดทั้ง 10 ข้อในบันทึกนี้นั้น ส่วนที่ไม่ได้อยู่ในเครื่องหมายคำพูดก็คือความคิดเห็นและการตีความของคุณ Henrik Edberg  นั่นเอง ต้องบอกว่าเขียนได้ส่งเสริมกับหลักของท่านมหาตมะคานธีมากๆเลยนะคะ ไหนๆบันทึกนี้ก็เป็นบทสุดท้ายของ Gandhi’s Top 10 Fundamentals for Changing the World แล้ว ก็เลยเอาช่วงต้นของบทความนี้ซึ่ง quote คำพูดของท่านมหาตมะคานธีเอาไว้ 2 -3 ชิ้นมาแปลไว้ด้วยกันเลย เพราะอ่านแล้ว "อิ่มใจ" อยากเอามาฝากกันด้วยค่ะ

You must not lose faith in humanity. Humanity is an ocean; if a few drops of the ocean are dirty, the ocean does not become dirty.”

"เธอต้องไม่หมดศรัทธาในมนุษยชาติ ความเป็นมนุษย์นั้นเปรียบเหมือนมหาสมุทร ถึงแม้มีบางหยาดหยดของมันเปรอะเปื้อน ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งมหาสมุทรสกปรก"

“The difference between what we do and what we are capable of doing would suffice to solve most of the world’s problem.”

"ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เราลงมือทำกับสิ่งที่เราสามารถจะทำได้นั้น เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่ของโลกเราได้"

“If I had no sense of humor, I would long ago have committed suicide.”

"ถ้าฉันขาดความมีอารมณ์ขัน ฉันคงฆ่าตัวตายไปเสียนานแล้ว"

อ่านแล้วคิดได้อีกยาวทั้ง 3 ประโยคเลยนะคะ เอาหลัก 3 ข้อสุดท้ายของบทความนี้มาฝากกันต่อเลยค่ะ

8. มองเห็นความดีในผู้คนและให้ความช่วยเหลือ

ฉันมองหาแต่สิ่งดีๆในผู้คน เมื่อตัวฉันเองยังคงปราศจากการทำผิดไม่ได้ ฉันก็จะไม่ไปสำรวจตรวจสอบความผิดของผู้อื่น

มนุษย์จะยิ่งใหญ่ได้เทียบเท่ากับที่เขาทำอะไรเพื่อเพื่อนมนุษย์

ฉันคิดว่าครั้งหนึ่งผู้นำหมายถึงผู้ที่กำยำล่ำสัน แต่ทุกวันนี้หมายถึงความสามารถในการเข้ากับผู้อื่นได้ดี

มีอะไรดีๆและก็มีสิ่งที่ไม่ดีนักในผู้คนเสมอ แต่คุณเลือกได้ที่จะใส่ใจกับสิ่งไหน ถ้าคุณต้องการพัฒนา การสนใจแต่สิ่งดีๆในผู้อื่นเป็นทางเลือกที่ดี ทั้งยังทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเพราะโลกและความสัมพันธ์ของคุณจะรื่นรมย์และสวยงาม

และเมื่อคุณมองเห็นสิ่งดีในผู้อื่น ก็จะง่ายขึ้นที่จะเกิดแรงบันดาลใจให้คุณช่วยเหลือพวกเขา และการที่คุณทำอะไรเพื่อผู้อื่น ให้คุณค่าคนอื่น คุณไม่เพียงทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปคุณมักจะได้สิ่งที่คุณให้กลับมาด้วย และคนที่คุณช่วยเหลือเขาก็จะอยากช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งทำให้พวกคุณช่วยกันสร้างเกลียวคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่ดีงามให้เพิ่มขึ้นอย่างเข้มแข็ง

ด้วยการเพิ่มความเข้มแข็งของทักษะทางสังคมของคุณ คุณจะเป็นคนที่ทรงอิทธิพลและทำให้เกลียวแห่งความดีงามนี้ยิ่งเข้มแข็งขึ้น
 

9. จงมีความพอเหมาะพอดี เชื่อถือได้และเป็นตัวตนจริงๆของตนเอง

ความสุขคือ เมื่อคุณคิด พูด และทำอย่างสอดคล้องกัน

จงตั้งเป้าหมายที่ความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ของความคิด คำพูดและการกระทำ และตั้งเป้าที่จะทำให้ความคิดของคุณบริสุทธิ์สะอาดแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี

ฉันคิดว่าคำแนะนำที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะทางสังคมของคุณคือการกระทำสิ่งใดๆอย่างพอเหมาะและสื่อสารอย่างน่าเชื่อถือซึ่งผู้คนมักจะชอบเช่นนั้น และเมื่อคุณคิด พูดและทำอย่างสอดคล้องกันจะพบความรื่นรมย์จากภายในมากมาย คุณจะรู้สึกถึงพลังและสิ่งดีๆในตนเอง

เมื่อคำพูดและความคิดเป็นไปอย่างสอดคล้องกันก็จะแสดงออกมาทางการสื่อสารของคุณ เพราะในขณะที่คุณมีแนวทางและภาษากายที่สอดคล้องกัน ซึ่งนั่นคือกว่า 90 เปอร์เซนต์ของการสื่อสารที่สื่อออกไป ก็จะสอดคล้องกับคำพูดของคุณ

เมื่อช่องทางทั้งหลายนี้สอดคล้องกัน ผู้คนมีแนวโน้มที่จะฟังคุณอย่างจริงจังเมื่อคุณพูด คุณกำลังสื่อสารอย่างไม่มีความเคลือบแคลง ไม่สับสน ไม่มีการเสแสร้ง

และหากการกระทำของคุณไม่สอดคล้องกับสิ่งที่คุณกำลังสื่อสาร คุณจะเริ่มทำร้ายความเชื่อมั่นตัวเองในสิ่งที่คุณทำได้และทำร้ายผู้ที่เชื่อมั่นในตัวคุณไปด้วย

 10. เจริญเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาอย่างสม่ำเสมอเป็นกฎแห่งชีวิต ผู้ที่พยายามรักษาหลักเกณฑ์ของตัวเองเพื่อให้ดูเหมือนเดิมอย่างคงที่นั้น ผลักดันตนเองไปสู่ทางที่ผิด

คุณสามารถจะพัฒนาความสามารถ, นิสัยของตัวเองหรือคอยประเมินตนเองได้เสมอ ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจตนเองและเข้าใจโลกได้อย่างลึกซึ้งขึ้น

แน่ละที่คุณอาจดูไม่สม่ำเสมอหรือไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่บ้างเป็นครั้งคราว คุณอาจมีปัญหาในการกระทำอย่างพอเหมาะหรือในการสื่อสารอย่างจริงใจ แต่ถ้าคุณไม่เคยเป็นเช่นนี้ ท่านมหาตมะคานธีบอกไว้ว่า คุณผลักดันตนเองไปในทางที่ผิด ที่ซึ่งคุณพยายามจะยึดมั่นถือมั่นในภาพพจน์เดิมในขณะที่คุณเองตระหนักว่ากำลังมีอะไรไม่ถูกต้องอยู่ ซึ่งไม่ใช่จุดที่น่าอยู่เลย การเจริญเติบโตและพัฒนาจึงเป็นเส้นทางที่ให้ความสุขและมีประโยชน์กว่าในการเลือกใช้ชีวิต