นำผีเสื้อมาโชว์อีกแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ ด้วยตั้งใจจะนำภาพผีเสื้อสุดสวย แจ่มแจ๋วจริงๆ ที่ได้รับจาก คุณแจ๋ว jaewjingjing เป็นผีเสื้อกะทกรกธรรมดา แต่สวยเริดมากมาให้ชมกัน และฝนที่มาเยือนทำให้เถากะทกรกฝั่งตรงข้าม ออกดอกเป็นแถวยาวสีขาวเตะตา จนต้องให้ป้าน้อยพายเรือไปเก็บภาพ แต่ต้องใช้วิธีดึงมายาวสักศอก เพราะพยายามยืนในเรือถ่ายภาพแล้วเกือบตกน้ำ
วันนี้เลยมีเรื่องมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ผ่อนคลาย สบายๆอยู่บ้านอ่านบล็อก ในช่วงวันหยุดยาว
ขอขอบคุณคุณแจ๋วอีกครั้งไว้ ณ ที่นี้ ที่ใจดีอนุญาตให้นำภาพมาแบ่งปันกันในบันทึกนี้ค่ะ
-
นี่คือ ผีเสื้อกะทกรกธรรมดา มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Leopard Lacewing เป็นผีเสื้อในวงศ์ขาหน้าพู่ ความยาวเมื่อกางปีกคือ ราวๆ ๘-๙ เซนติเมตรหน่อยๆ
- ผีเสื้อกะทกรกธรรมดานี้ไม่ธรรมดา เพราะมีลวดลายสวยงามสมชื่อที่หากแปลเป็นไทยก็ คือ เสือดาวปีกลายลูกไม้ ให้ดูที่ขอบปีกซึ่งเป็นลายซิกแซกสีขาว เหมือนมีชายเป็นลูกไม้ และที่น่าสนใจคือลวดลายสีแดงสดที่โคนปีกด้านท้องของผีเสื้อนั้นเป็นสิ่งเตือนศัตรูนักล่าพวกนกหรือกิ้งก่า ว่ามันมีพิษสะสมไว้ในตัว หากมายุ่งไม่รับรองความปลอดภัย ตำราบอกว่าเพศผู้มีพื้นปีกเป็นสีน้ำตาลส้ม (อย่างตัวในภาพนี้) แต่เพศเมียมีสีน้ำตาลเทา
- เป็นผีเสื้อที่พบเห็นได้ง่ายทั่วไป และพบตลอดปี โดยเฉพาะตามทุ่งหญ้า ชายป่า สวนธารณะ
- ตัวเต็มวัยหรือผีเสื้อที่เราเห็นสวยๆนี่แหละ ชอบตอมดอกไม้ โดยเฉพาะดอกผกากรอง และดอกโมกก็คงเป็นของโปรดอีกชนิดดังในภาพ เมื่อเป็นตัวหนอนชอบกินพืช คือ กะทกรก (Passiflora foetida) อีนูน หรือ ผักสาบ (Adenia viridiflora) ในวงศ์ Passifloraceae และชะมด (Hibiscus surattensis) ในวงศ์ ชบา (Malvaceae)
- เป็นผีเสื้อที่พบเห็นทั่วไปในพื้นที่ที่เป็นแผ่นดินใหญ่ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก แต่เป็นผีเสื้อหายากในคาบสมุทร และ ภาคใต้ของไทย น่าสงสารที่วงจรชีวิตสั้น ประมาณ ๒๐-๓๐ วันเท่านั้น
(ข้อมูลวิชาการจากhttp://www.dnp.go.th/FOREMIC/Entomology/BF_watching/Butterfly)
-
ผีเสื้อกะทกรกธรรมดา นี้ ไม่เคยมาให้เห็นที่บ้านผู้เขียนเลย แม้ว่าฝั่งแม่น้ำตรงข้ามบ้านมีเถาต้นกะทกรกเจริญงอกงามดีมาก เลยขอนำสิ่งที่มีมาแบ่งปัน คือภาพดอกและผลกะทกรก

- กะทกรกนี้สมัยผู้เขียนเป็นเด็กบ้านนอกชอบเดินเที่ยวไปกับพี่ๆน้องบ้าง เพื่อนๆบ้าง ทุกคนรู้จักและสนุกที่จะมองหาลูกกะทกรก ที่คนเมืองกาญจน์เราเรียกว่า เงาะป่า (คนอยุธยาก็เรียกอย่างเดียวกัน ป้านวลบอก) โดยเราจะเก็บกินผลที่สุกเป็นสีส้มทองอร่าม รสเปรี้ยวๆหวานๆชุ่มคอ
ขอยกข้อมูลของกะทกรกที่ค้นพบมาให้อ่านกันนะคะ
ชื่อพื้นเมือง : กระโปรงทอง (ภาคใต้), เครือขนตาช้าง (ศรีสะเกษ), ตำลึงฝรั่ง (ชลบุรี), เถาสิงโต เถาเงาะ (ชัยนาท), ผักแคบฝรั่ง (ภาคเหนือ), หญ้ารกช้าง (พังงา), กะทกรก (ภาคกลาง), ผักขี้หิด (เลย), เยี่ยววัว (อุดรธานี), ละพุบาบี (มลายู-นราธิวาส, ปัตตานี), หญ้าถลกบาต (พิษณุโลก, อุตรดิตถ์)
ชื่อวิทยาศาสตร์ :
Passiflora
foetida L.
ชื่อวงศ์ :
PASSIFLORACEAE
ชื่อสามัญ : Stinking Passion
Flower
ลักษณะ :
ไม้เถาเนื้ออ่อน มีมือเกาะ
ใบป้อม
เรียงสลับ แผ่นใบเว้าเป็น 3 หยัก มีขน ใบประดับเป็นฝอย
มีต่อมอยู่ที่ปลาย ดอกเดี่ยว ออกตามง่ามใบ
กลีบดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีขาว มีกะบังรอบเป็นเส้นฝอย
สีขาวโคนสีม่วงเรียงกันเป็นรัศมี ผลค่อนข้างกลม มีใบประดับหุ้ม
เมื่ออ่อนสีเขียว สุกแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม
เมล็ดมีเนื้อหุ้มลักษณะคล้ายเมล็ดแมงลักแช่น้ำ
รสหวานปะแล่มๆ
ทุกส่วนของพืชนี้เมื่อขยี้หรือทำให้ช้ำจะมีกลิ่นเหม็นเขียว
ประโยชน์ :
นำมาปลูกเป็นพืชคลุมดินและทำปุ๋ยหมัก
เนื่องจากมีกลิ่นเหม็นเขียวจึงป้องกันไม่ให้สัตว์มาทำลายได้
ยอดอ่อนต้มกินได้
โทษ :
ผลอ่อนเป็นพิษเพราะมี cyanogenetic glucoside
เปลือกผล เมล็ด และใบมีสารที่ไม่คงตัว
เมื่อสารนี้สลายตัวจะให้ acetone และ hydrocyanic
acid ซึ่งสารตัวหลังนี้เป็นสารพิษ ทำให้เม็ดโลหิตแดงขาดออกซิเจน
ผลทำให้เกิดการอาเจียน
(ข้อมูลจาก http://www.rspg.thaigov.net/plants_data/plantdat/passiflo/pfoeti_1.htm )
บางตำราบอกว่าใช้เป็นสมุนไพรได้ โดย นำเปลือกมาต้ม ใช้ไอน้ำรมแผลที่เน่าเปื่อย ทำให้แผลแห้ง เมล็ด นำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำส้ม (ไม่บอกว่าน้ำส้มคั้นหรือน้ำส้มสายชู) แล้วทำให้อุ่นเอาไปทาท้องเด็ก แก้อาการท้องอืดเฟ้อ รากใช้ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ได้
ผู้เขียนก็เพิ่งทราบที่นี่แหละค่ะว่า ผลอ่อนนั้นเป็นพิษ แต่พวกเราเด็กๆไม่เคยมีใครเก็บผลอ่อนมากินเลย เพราะมันไม่มีรสชาติเอาเสียเลย แถมเหม็นเขียว สมชื่อ Stinking Passion Flora แต่ผลสุกนั้นไม่มีอันตราย เก็บกินอยู่หลายปี ก็ยังอยู่มาได้ถึงบัดนี้
ติดค้างว่าจะนำภาพจากงานหัตถศิลป์สยามนิรมิตเมืองมาลงให้ชม แต่มาตื่นตาตื่นใจกับภาพผีเสื้อกะทกรกธรรมดา และ เผอิญดอกกะทกรกก็กำลังงามเสียด้วย และยังต้องผลัดไปก่อน เพราะตอนหน้าเตรียมภาพปาร์ตี้ผีเสื้อวางไข่ ที่เพิ่งเก็บภาพได้เมื่อเช้านี้เอง น่าตื่นเต้นค่ะอยากให้ได้ชมกัน
(ขออภัยที่ขนาดตัวอักษรข้างบนอ่านยาก พิมพ์ในเวิร์ดพอก็อปปี้มาแล้วปรับไม่ได้ค่ะ)

ผีเสื้อสวยมากค่ะ
การพิมพ์ในเวิร์ด ก่อนก็อปปี้มาให้พิ่มขนาดตัวอักษรก่อนมาวางใน บล็อคจะทำให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้นและอ่านง่ายค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
พี่นุชใส่ชื่อ jaewjingjing ใหญ่จัง เขินเลย
ลูกกระทกรกตามในภาพ เมื่อก่อนแถวบ้านมีมาก แต่ตอนนี้หายไปแล้วค่ะ
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ชอบเก็บดอกมาเล่นกับเพื่อน
ขอบคุณพี่นุชที่นำความรู้เกี่ยวกับกระทกรกมาแบ่งปันนะคะ
สวัสดีค่ะ
พี่นุชคะ
รูปดอกกระทกรกนั่นน่ะ สวยมากเลยค่ะ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ธรรมชาิติปั้นแต่งได้สวยจริงๆ นะคะ
ส่วนผีเสื้อกระทกรกธรรมดา..ก็ดูไม่ธรรมดาเลยนะคะนั่น..สวยมากๆ ค่ะ ถ่ายภาพเก่งกันทั้งคู่เลย ^ ^
สบายดีนะคะพี่
สวัสดีครับแวะมาทักทาย
ผีเสื้อสวยมากครับ
กระทกรก ผลสุกทานได้รสเปรี้ยว ๆ ยอดอ่อนนำไปลวกจิ้มน้ำพริก รสเปรี้ยว ๆ เช่นเดียวกัน
สวัสดีครับ
สวัสดีคะคุณนุช
ช่วงอายุประมาณ ๑๕ ปี ช่วงนั้นชอบผีเสื้อมาก นิสัยไม่ดีจับเขาเอามาขังไว้เพื่อจะได้เห็นเขาทุกวัน
เมื่อยามที่ผีเสื้อต่างโฉบบินหว่อนลงดูดน้ำหวานจากเกษรดอกไม้ ปีกของเขายังพัดไกวแกว่ง สีสันที่ฉาบบนลำตัวและปีก งดงามและมีเสน่ห์เหลือเกิน
หลายบันทึกของคุณนุชบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผีเสื้อ พร้อมภาพอันสวยงามของเขาเกาะเกี่ยวพริ้วไหวตามกิ่งใบไม้ สวยมากนะค่ะ ได้ความรู้เกี่ยวกับผีเสื้อมาก ๆ คุณนุชค่ะหมูชอบเขานะค่ะคุณผีเสื้อ แต่ที่ผ่านมากลับไม่ค่อยใส่ใจตัวตนเขาว่าเป็นอย่างไร มาจากไหน บันทึกของคุณนุชทำให้หมูรู้จักเขามากขึ้น
ขอบคุณคุณนุชนะค่ะ
และอยากเอ่ยคำว่าคิดถึงเสมอ
สวัสดีคะคุณนุช
ช่วงอายุประมาณ ๑๕ ปี ช่วงนั้นชอบผีเสื้อมาก นิสัยไม่ดีจับเขาเอามาขังไว้เพื่อจะได้เห็นเขาทุกวัน
เมื่อยามที่ผีเสื้อต่างโฉบบินหว่อนลงดูดน้ำหวานจากเกษรดอกไม้ ปีกของเขายังพัดไกวแกว่ง สีสันที่ฉาบบนลำตัวและปีก งดงามและมีเสน่ห์เหลือเกิน
หลายบันทึกของคุณนุชบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผีเสื้อ พร้อมภาพอันสวยงามของเขาเกาะเกี่ยวพริ้วไหวตามกิ่งใบไม้ สวยมากนะค่ะ ได้ความรู้เกี่ยวกับผีเสื้อมาก ๆ คุณนุชค่ะหมูชอบเขานะค่ะคุณผีเสื้อ แต่ที่ผ่านมากลับไม่ค่อยใส่ใจตัวตนเขาว่าเป็นอย่างไร มาจากไหน บันทึกของคุณนุชทำให้หมูรู้จักเขามากขึ้น
ขอบคุณคุณนุชนะค่ะ
และอยากเอ่ยคำว่าคิดถึงเสมอ
สวัสดีครับ
ขอบคุณที่คุณอุบล
อุบล จ๋วงพานิช แนะนำในเรื่องการจัดการตัวอักษรค่ะ ครั้งหน้าจะแก้ตัวใหม่ ท่านผู้อ่านส.ว.จะได้อ่านสะดวก
ขอบคุณที่มาเยี่ยมคะ
หากพี่ได้ไปบ้านไร่พนมทวนของอาจารย์ขจิต
ขจิต ฝอยทอง คงจะสนุกกับการอยู่ในธรรมชาติระลึกถึงวัยเด็กที่อยู่เมืองกาญจน์นะคะ
ดอกกะทกรกสวยมากค่ะ พี่ชอบชื่อพื้นเมืองของศรีษะเกษที่เรียกว่า เครือขนตาช้าง งามไม่แพ้ศรีมาลาซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกัน
ขอบคุณในคำแนะนำค่ะ ที่จริงไม่อยากพิมพ์ในเวิร์ดเลย แต่ตอนเช้าพิมพ์เรื่องเรียบร้อยในบล็อก แต่ไพสต์ไม่ได้ หายไปทั้งหมด เลยยอมต้องพิมพ์ข้างนอก พี่ใช้ฟอนท์อังสนาค่ะ ครั้งหน้าจะใช้โทมาฮานะคะ
ขอบคุณเรื่องราวดีๆของพี่นุช ที่ต้องบอกว่าชอบความละเมียดละไมในการเล่าเรื่องของพี่มากๆค่ะ อ่านทีไรก็ประทับใจทุกที โดยเฉพาะเรื่องราวของผีเสื้อ ดอกไม้ใบหญ้า ผ้าไทย (อ่านแล้ว อมยิ้มมีความสุข ไม่รู้จะเขียนอะไรนอกจากคำขอบคุณ...ก็เลย...บางทีไม่ได้เขียน) แต่คราวนี้เขียนได้ด้วยเพราะอยากบอกว่า ภาพดอกโมกกับผีเสื้อของคุณแจ๋วนั้น ถูกใจเหลือเกินค่ะ สวยจนไม่อยากหยุดมองเลย ขออนุญาตเอาไปเก็บไว้เป็นส่วนตัวด้วยสักภาพนะคะ
ขอบคุณอาจารย์ประจักษ์
นายประจักษ์ ค่ะที่กรุณาแวะมาอ่านและฝากคำชมไว้ให้ทั้งคนถ่ายภาพผีเสื้อและคนเล่าเรื่องค่ะ
ดีใจที่อาจารย์แวะมาทำให้ได้มีโอกาสตามไปที่บล็อกของอาจารย์ แต่เน็ตไม่เป็นใจ โพสต์ความเห็นไม่ได้ค่ะ
จะลองใหม่และขออนุญาตินำบล็อกของอาจารย์เข้าในแพลนเน็ตด้วยนะคะ
สวยมากเลยค่ะพี่นุช
โอ๊ยๆ หลงรักหมดใจ หนิงชอบดูผีเสื้ออ่ะค่ะ ชอบมาก
กะทกรกก็ชอบกินค่ะ อร่อยดี อิอิ
คุณแจ๋ว
jaewjingjing ต้องรับคำชมหอบเบ้อเร่อกลับไปด้วยนะคะ ภาพสวยมากๆ พี่เห็นครั้งแรกก็คิดอยู่แล้วว่าฝีมือขนาดนี้ไม่ควรได้ชมคนเดียวค่ะ
ตัวหนังสือมันใหญ่บ้างเล็กบ้างด้วยความไม่ประสาเทคนิคของพี่เองล่ะค่ะ
ดอกกะทกรกนั้นเวลาเขาออกเป็นแถวเรียงกันยิ่งสวยมาก ไม่อยากเด็ดมาจากต้นเลยค่ะ นับวันพืชพื้นบ้านจะน้อยลงๆจนหายไปในที่สุด แม้นยังอยู่แต่ก็มักถูกมองข้าม พี่มันพวกบ้าดอกไม้ใบหญ้าค่ะ
เน็ตเกเรที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นเลยค่ะ โพสต์ตอบได้แค่ทีละคน พอคนที่สอง โพสต์ไม่ได้แล้ว อยู่ตจว.ต้องทำใจค่ะ เมื่อวานพิมพ์ตอบคุณ
ผึ้งงาน_SDU มาแล้วรอบหนึ่ง พิมพ์เสร็จ พอกดบันทึก ปรากฏมันบอกว่าหาเว็บเพจไม่เจอ ทั้งๆที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยADSLก็ยังดำเนินอยู่ ไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นบ่อยมากๆค่ะ
ขอโทษทุกท่านที่ทำให้มาตอบช้ามากค่ะ
คนที่เติบโตในเขตเมืองมักไม่ค่อยพบเห็นต้นไม้พื้นบ้านค่ะ
กะทกรกที่อาจารย์เคยดื่มน้ำนั้นเป็นคนละอย่างกับ กะทกรกที่นำมาให้ชมค่ะ ปัจจุบันเรามักรู้จักแต่ กะทกรกฝรั่ง หรือเสาวรส ไปค้นข้อมูลมาฝากค่ะ
http://www.gpo.or.th/rdi/html/passionfruit.html
เสาวรส (Passion fruit) หรือที่เราเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า กะทกรกฝรั่ง เป็นไม้ผล
ประเภทเถาเลื้อย อยู่ในตระกูล Passifloraceae โดยมีลักษณะลำต้นเป็นเถา มีมือเกาะออกตามซอกใบ และเมื่อผลสุกจะ มีสีต่างๆ กัน ขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ โดยพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากในประเทศไทยมี 3 พันธุ์ คือ
1. พันธุ์ผลสีม่วง
เมื่อผลสุกจะมีสีม่วงเข้มผิวเป็นมัน น้ำจาก พันธุ์ผลสีม่วง มีรสชาติดีกว่าพันธุ์ผลสีเหลือง มีกรดต่ำสีสวยและหวาน จึงเหมาะสำหรับรับประทาน ผลสด ข้อเสียของพันธุ์นี้คือ ค่อนข้างจะอ่อนแอ ต่อโรค
2. พันธุ์ผลสีเหลือง
เมื่อผลสุกจะมีสีเหลืองขมิ้น ผิวเป็นมัน น้ำคั้นของพันธุ์นี้ มีกรดมาก ซึ่งมี pH ต่ำกว่า 3 เหมาะสำหรับส่งเข้าโรงงานเพื่อแปรรูปมากกว่าการ รับประทานผลสด ข้อดีของพันธุ์นี้คือ ให้ผลดก และมีความต้านทานโรคและแมลงสูงกว่าพันธุ์ผลสีม่วง
3. พันธุ์ลูกผสม
เป็นพันธุ์ที่เกิดจากการผสมระหว่างพันธุ์ผลสีม่วงกับพันธุ์ผลสีเหลือง เพื่อคัดเลือกต้นพันธุ์ใหม่ ที่รวมลักษณะผลที่เด่นของแต่ละพันธุ์ไว้ ทำให้มีลักษณะผลใหญ่ ให้ผลดก มีรกห่อหุ้ม เมล็ดมาก เปลือกบาง ต้านทานโรค และมีช่วงเวลาในการให้ผลที่ยาวนาน พันธุ์นี้จะให้ทั้งผลที่มีสีม่วงและผลสีเหลือง พันธุ์ลูกผสมนี้เหมาะสำหรับปลูกเพื่ออุตสาหกรรมการทำน้ำเสาวรส เพราะสามารถเก็บผลผลิตป้อนเข้าโรงงานได้ตลอดทั้งปี
และยังมีข้อมูลสรรพคุณอีกว่า...
การดื่มน้ำเสาวรสเป็นประจำทุกวันจะดีต่อสุขภาพตา ทำให้การมองเห็นชัดเจนเพราะในเสาวรสมีวิตามินเอสูง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ รสเปรี้ยวของเสาวรสยังช่วยลดอาการเจ็บคอสร้างภูมิคุ้มกันโรค กำจัดสารพิษในเลือด บำรุงผิวพรรณและช่วยฟื้นฟูตับและไตที่อ่อนแอแต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำตาลในเลือดไม่ควรดื่มมากเพราะน้ำเสาวรสมีน้ำตาลอยู่ในปริมาณสูง
พี่สบายดีค่ะอาจารย์
กมลวัลย์ ฝนตกลงมาบ้าง เย็นขึ้นเล็กน้อย แต่เน็ตป่วยเรื่อยๆจนต้องทำใจนะคะ ไม่ได้เข้าไปโพสต์ ไปตามอ่านได้อย่างที่เคยทำ
ดอกกะทกรกนี้สวย รูปร่างกลมคล้ายดอก สร้อยฟ้า เพียงแต่สร้อยฟ้า นั้นสีม่วง ดอกไม้ในตระกูลนี้สวยทุกชนิดเลยค่ะ
ขอบคุณในคำชมค่ะ ยังมีรูปผีเสื้อที่ภูมิใจเสนอในอันดับต่อไปด้วยนะคะ