เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2551  ไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง "การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้" ให้แก่คณะครู โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา จังหวัดสมุทราสาคร ตอนเย็นเมื่อจบภารกิจแล้ว ผู้อำนวยการและ อ.ประสาน ได้พาเยี่ยมชม "ศูนย์การเรียนรู้พันท้ายนรสิงห์" (พันท้ายนรสิงห์ คือ สัญญลักษณ์ของ "ความสื่อสัตย์  จงรักภักดี และ การรักษาวินัย ยิ่งชีพ") ซึ่งมีลักษณะเป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ด้านป่าชายเลน อยู่ในบริเวณโรงเรียน  ได้เห็นความพยายามของครูและชุมชนในการสร้างป่าชายเลนจากสภาพเดิมที่เป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง รู้สึกทึ่งในความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และพยายามของผู้เกี่ยวข้อง เป็นอย่างยิ่ง

       หลังจากได้พบเห็นบทเรียนต่าง ๆ ที่สรุปไว้ในศูนย์การเรียนรู้พันท้ายนรสิงห์ แห่งนี้แล้ว อยากให้ สพฐ(สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) กระตุ้นให้โรงเรียนต่างๆ มาเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ณ ศูนย์แห่งนี้ แล้วนำไปขยายผลในเขตพื้นที่โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป(โรงเรียนที่อยู่ติดริมทะเล)  นอกจากจะทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรู้สึกรักธรรมชาติแล้ว จะเป็นการพัฒนาประเทศไปในตัวด้วย  เป็นการเรียนรู้ที่เน้นการใช้ชุมชนเป็นฐานโดยแท้จริง

        ท่านใดมีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดสมุทรสาคร โปรดหาเวลาไปเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้นะครับ  อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 ก.ม.  หรือถ้าออกจากกรุงเทพ ผ่านทางถนนพระรามให้เข้าทางหมู่บ้านสาริน(ก่อนถึงทางแยกเข้าสมุทรสาครประมาณ  4 ก.ม.) ไปตามป้าย "ศาลพันท้ายนรสิงห์" เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว ถามเส้นทางเอาเองนะครับ "เส้นทางไปโรงเรียนพันท้ายนรสิงห์" ครับ

        ในเรื่องแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญท้องถิ่นนี้  ในโอกาสต่อไป เขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ควรทำการสำรวจแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ครอบคลุม ครบถ้วนทั้งจังหวัด แล้วพัฒนาเป็นสื่อเพื่อการเรียนรู้  แผนที่แหล่งเรียนรู้ หรือจัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น(Birth Place) อย่างจริงจัง(เด็กไทยทุกคน ควรได้เรียนรู้เกี่ยวกับบ้านเกิดของตนเอง)  หากมีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ได้มาตรฐานแล้ว ในอนาคตอาจเก็บค่าศึกษาดูงานสำหรับคนที่มาท่องเที่ยวก็ได้น่ะครับ  ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ต่อไป