มองก็รู้ว่าภูเก็ต หรือว่ามองก็ไม่รู้ว่าภูเก็ต

วันนี้ ผมพาพวกเราเดินชมป่าชายเลน ชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติถลาง เดินชมเมืองภูเก็ตชมสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และได้ดูกันอย่างรู้เรื่องเพราะเราได้ศึกษากันมาก่อนตั้งแต่เมื่อคืนก่อนที่พี่หมอประสิทธิ์ มาบรรยายให้เราฟัง แต่พวกเราค่อนข้างเหนื่อยเนื่องจากอากาศร้อน แต่การที่ได้ชมต้นไม้อายุนับร้อยปีอย่างเช่นต้นละมุด หรือที่ภูเก็ตเรียก "บาซีกู้" ไม่ใช่หาชมง่ายๆ พ่อครูบาถึงกับเอ่ยปากว่าแค่ได้ชมต้นละมุดต้นนี้ก็เท่ากับว่ามาคราวนี้คุ้มเกินคุ้มแล้ว

เราให้พวกเราถ่ายภาพกันอย่างหนำใจ แต่พวกเราไม่สะใจเพราะต่างคนต่างก็ถ่ายๆๆๆๆๆ แล้วโอดครวญว่าแบตหมด ไม่รู้จะช่วยอย่างไร บางคนเมมโมรี่หมด ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง แถมพอถ่ายเสร็จกำหนดให้ส่งภาพวันนี้ ผมก็วางแผนให้ลุกชายยกพริ้นเตอร์สีจากที่บ้านกะทำเซอร์ไพร๊ซ์จะพิมพ์ภาพที่นั่นให้เลย และสามารถส่งกรรมการได้ทันที แต่ยังไม่ทันที่ลูกชายจะเอาพริ้นเตอร์มา ก็มีการโอดครวญขอขยับเวลาในการส่งภาพได้ไหม ขอส่งเป็นพรุ่งนี้ แฮ่ะๆ ยอมได้ไง กรรมการเขาไม่ว่างกับเราด้วยนี่ เขาเตรียมตัดสินเลย ผมก็ต้องไปต่อรองกับกรรมการใหม่ว่า ขอส่งทางบล๊อกของผม ใครส่งรูปเข้ามาก็ส่งมาทางคอมเม้นท์ ให้เวลาถึง ๐๗.๐๐ น.วันพรุ่งนี้ กติกาส่งได้ไม่เกินสามภาพ

แต่ตอนนี้น้องมะปรางเขาเห็นผมยังไม่ว่างได้ขึ้นบันทึก จึงจัดการให้ก่อน จึงขอให้กรรมการและผู้ติดตามลุ้นระทึกไปดูภาพที่บันทึกของมะปรางเปรี้ยวนะครับที่นี่ครับ

http://gotoknow.org/blog/pr4u/178886

บอกตรงๆว่าหมดแรงแล้วครับ ขออนุญาตไม่ขึ้นภาพขณะนี้ ถ้าไม่ง่วงจนเกินไปเดี๋ยวจะเอาภาพมาให้ดู ถ้าไม่ไหวก็จะโพสต์ตอนเช้าครับ อ้อ วันนี้หลังจากถ่ายภาพกันมาอย่างหนักแล้ว ชาวเราแซ่เฮ ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าภาพประกวดที่ว่า "มองก็รู้ว่าภูเก็ต" สงสัยจะกลายเป็นว่า "มองยังไงก็ไม่รู้ว่าภูเก็ต" เพราะพอไปเห็นนิทรรศการภาพถ่ายที่พิพิธภัณฑ์ไทยหัว ก็ร้องอย่างที่ว่านี่แหละ แฮ่ะๆ

มาดูภาพกันดีกว่าครับ มีทั้งภาพกิจกรรม ภาพเมืองภูเก็ต แต่ไม่มีสิทธิส่งภาพประกวดครับเพราะเป็นเจ้าภาพ แต่ว่าในเมื่อถ่ายมาแล้วก็อยากให้ดูกัน ก็เท่านั้น ดูที่นี่ครับ