กฎเกณฑ์ซึ่งกำหนดพฤติกรรมของกลุ่มประเทศในการติดต่อระหว่างกัน

กฎหมายระหว่างประเทศ

                กฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลักกฎหมายหรือข้อตกลงร่วมกันที่ใช้บังคับกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วิวัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศเริ่มต้นตั้งแต่สมัยโบราณก่อนคริสต์กาล นับตั้งแต่มนุษย์เริ่มรวมตัวเป็นชุมชนสืบต่อมาในสมัยกลาง สมัยใหม่จนถึงสมัยปัจจุบัน โดยเริ่มจากการปฏิบัติต่อกันจนกลายเป็นจารีตประเพณี สนธิสัญญา และแนวคิดในการจัดตั้งองค์การระหว่างประเทศ

 

 ความหมาย

                มีผู้ให้คำจำกัดความของกฎหมายระหว่างประเทศ ไว้หลายท่าน

โอเพนไฮน์ (Oppenhiem)

                คือ กลุ่มยึดถือแห่งจารีตประเพณีและสนธิสัญญา ซึ่งถือว่ามีความผูกพันทางกฎหมายต่อรัฐในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างกัน

ลอเร็นซ์ (Lawrence)

                คือ กฎเกณฑ์ซึ่งกำหนดพฤติกรรมของกลุ่มประเทศในการติดต่อระหว่างกัน

แฟนวิก (Fenwick0

                คือ กลุ่มประเทศที่ยึดหลักการทั่วไปและหลักเกณฑ์เฉพาะที่มีความผูกพันระหว่างสังคมระหว่างประเทศ ในด้านความสัมพันธ์ของกันและกัน

ไฮด์ (Hyde)

                คือ หลักการและหลักเกณฑ์ของความประพฤติที่ทำให้รัฐนั้นๆมีความรู้สึกว่าถูกผูกพันและจะต้องปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐจะต้องให้ความเคารพในความสัมพันธ์ของกันและกัน

เจสสุป (Jessup)

                คือ กฎหมายที่นำมาใช้ในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ

ฮูลเลอร์ (Huiller)

                คือ กฎที่กำหนดหรือควบคุมการติดต่อระหว่างรัฐ

ไบรเออลี (Bierly)

                เขียนไว้ในหนังสือ The Law of Nations ว่ากฎหมายระหว่างประเทศ คือ กลุ่มกฎเกณฑ์และหลักของการกระทำ ซึ่งผูกพันเหนือรัฐที่มีอารยธรรมในการสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน

สตาร์ก (Starke)

                ได้นิยามไว้ในหนังสือ An Introduction to International Law ว่ากฎหมายระหว่างประเทศได้แก่ กลุ่มกฎหมายที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยหลักและข้อบังคับความประพฤติที่รัฐต่างๆ มีความรู้สึกว่าต้องปฏิบัติตามในความสัมพันธ์ระหว่างกัน และยังรวมถึงข้อบังคับทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานขององค์การระหว่างประเทศ และที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรเหล่านั้นที่มีต่อกัน รวมทั้งความสัมพันธ์ที่องค์กรเหล่านั้นมีต่อรัฐต่างๆ และเอกชน 

 

 กล่าวโดยสรุป

          กฎหมายระหว่างประเทศหมายถึงกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ระหว่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันนอกจากรัฐแล้วยังมีองค์การระหว่างประเทศอีกด้วย อีกทั้งยังมีเนื้อหาซึ่งเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองปัจเจกคนภายในรัฐต่างๆ ด้วย

จากคำจำกัดความดังกล่าว ทำให้เข้าใจว่ากฎหมายระหว่างประเทศ ก็คือกฎหมายที่กำหนดขึ้นมา เพื่อให้ประเทศต่างๆ ดำเนินการติดต่อสัมพันธ์กันเป็นไปตามกฎที่กำหนดหรืออยู่ในกรอบข้อตกลงระหว่างกัน

                รากฐานแห่งกฎหมายระหว่างประเทศ คือความยินยอมร่วมกันของบรรดาประเทศต่างๆ ซึ่งมาจาก 2 ทางคือ

1.       จารีตประเพณี

2.       สนธิสัญญา

จารีตประเพณี คือ ความยินยอมของรัฐที่ยอมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร จนกลายเป็นกฎเกณฑ์ที่มีความผูกพันไม่จำเป็นต้องมีลายลักษณ์อักษร

                สนธิสัญญา คือ การที่ได้มีการทำข้อตกลงระหว่างกันของรัฐอย่างเปิดเผย มีการสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อให้มีการปฏิบัติเฉพาะคู่สัญญา

 

ความแตกต่างระหว่างกฎหมายระหว่างประเทศกับกฎหมายภายในประเทศ กล่าวพอสรุปดังนี้

1.       กฎหมายระหว่างประเทศ เกิดขึ้นจากธรรมเนียมปฏิบัติต่อกันระหว่างประเทศหรือโดยสนธิสัญญา แต่กฎหมายภายในประเทศเกิดขึ้นจากขนบธรรมเนียมภายในอาณาเขตของประเทศใด ประเทศหนึ่ง หรือถูกตราขึ้นโดยสถาบันนิติบัญญัติของประเทศนั้นๆ

2.       ความสัมพันธ์ที่ถูกบังคับ กฎหมายระหว่างประเทศใช้บังคับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ในขณะที่กฎหมายภายในประเทศบังคับความเกี่ยวพันระหว่างเอกชนกับรัฐ หรือระหว่างเอกชนกับเอกชน

3.       การตกอยู่ภายใต้บังคับ กฎหมายระหว่างประเทศมิได้กำหนดให้รัฐหนึ่งมีอำนาจเหนืออีกรัฐหนึ่ง แต่เป็นการจรรโลงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐอธิปไตย การใช้อำนาจบังคับของกฎหมายนั้น บางครั้งเราจะเห็นได้ว่า ศาลภายในประเทศที่ยอมรับเอาหลักกฎหมายระหว่างประเทศมาใช้บังคับในบางคดี ลักษณะการทำเช่นนี้จึงถือว่า กฎหมายระหว่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายภายในประเทศ แต่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะไม่ยอมรับเอากฎหมายภายในประเทศใดประเทศหนึ่งมาเป็นหลักในการพิจารณาคดีพิพาทระหว่างประเทศ

กฎหมายระหว่างประเทศ เป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามเมื่อเกี่ยวข้องสัมพันธ์ต่อกัน ไม่ว่ายามปกติหรือสงคราม กฎหมายระหว่างประเทศมีมูลฐานมาจากความยินยอมของประเทศต่างๆเป็นกฎหมายที่มีลักษณะแตกต่างกับกฎหมายภายในประเทศ

กฎหมายระหว่างประเทศ แบ่งออกเป็น 3 สาขา

1.                   กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง ได้แก่ กฎหมายที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐในฐานะที่รัฐเป็นนิติบุคคล แผนกนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ทางการทูต การทำสนธิสัญญา และการทำสงคราม

2.                   กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล เป็นกฎหมายที่บังคับเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่เป็นพลเมืองบของรัฐในทางแพ่ง เช่นการสมรส การหย่า การได้สัญชาติ การสูญเสียสัญชาติ เป็นต้น

3.                   กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีอาญา เป็นกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐในคดีอาญา เมื่อพลเมืองของรัฐกระทำความผิดกฎหมายอาญา เช่น การกำหนดอำนาจที่จะบังคับและปฏิบัติต่อชาวต่างประเทศ