งามอย่างไทยไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ

      

      

       ผิดหวังกันหรือเปล่าคะหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่แวะเข้ามา    เวทีขาอ่อน  น่าจะเลิกใช้กันได้แล้วว่ามั๊ยคะ   เพราะเดี๋ยวนี้การประกวดนางงามทั้งหลายสวยอย่างเดียวไม่พอต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง  ประเภท  สวย  ใส  ไร้สมอง  ถือว่าขาดคุณสมบัติบางข้อ   ส่วนที่ไม่สวยไม่ใสแต่ใจสู้อย่างผู้เขียนเขาเรียกว่า   ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ยังไม่ได้สมัครแล้วค่ะ  555555     วันนี้อ่านเจอข่าวนี้ค่ะ 

 

*****************************************************


                เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดรับสมัครสาวงามเพื่อเข้าประกวดชิงตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส  ประจำปี  2551  ที่คิงพาวเวอร์ คอมเพล็กซ์  ถ.รางน้ำ   เป็นวันที่สอง ว่าในวันนี้บรรยากาศการรับสมัครยังคงคึกคักมีสาวงามจากทั่วประเทศทยอยเดินทางมาเขียนใบสมัครหนาตาโดยเฉพาะในช่วงบ่ายแม้ว่าจะมีฝนตกลงมาก็ตาม โดยพบว่าสาวงามที่เดินทางมาสมัครในวันนี้ หลายคนมีผู้ปกครองเดินทางมาส่งด้วยตัวเอง พร้อมกับให้กำลังใจบุตรหลานในการกรอกใบสมัครด้วย ทั้งนี้ส่วนใหญ่ให้

เหตุผลการสนับสนุนให้บุตรหลานมาร่วมประกวดในปีนี้ เนื่องจากเห็นว่าไม่มีการสวมชุดว่ายน้ำในการประกวด      และหากได้ตำแหน่งก็จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดในต่างประเทศด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจอนุญาต และสนับสนุนให้ลูกสาวมาประกวดได้ง่ายขึ้น 

******************************************************

    งามอย่างไทยไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ

       วันศุกร์ที่  25 – 27   เมษายน  2551  ซึ่งถือเป็นวันของการเปิดรับสมัครนะคะ   โดยมีบรรดาสาวมั่นทันสมัยที่สนใจเข้าร่วมประกวดฯ  มายื่นใบสมัครด้วยตนเองเป็นจำนวนมาก   อยากรู้ว่าผู้ประกวดปีนี้สวยงามแค่ไหน    ลองตามไปดูค่ะ    งานนี้   น้องกวาง-ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม     มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี  2550   เดินทางมาให้กำลังใจกับผู้เข้าประกวดฯ  ด้วยตนเองเลยหละค่ะ   ว้าวสวย ๆ  ทั้งนั้นเลยยยยใช่ไหม 

 

^_^   ทีนี้เราลองมาดูประวัติกันซะหน่อยดีไหมคะ

ทำไมถึงต้องมีการประกวด   ^_^

 

      การประกวดนางสาวไทยครั้งแรกได้เริ่มขึ้นในวันที่  ๑๐  ธันวาคม ๒๔๗๗  ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  พ.ศ. ๒๔๗๕  โดยรัฐบาลได้จัดขึ้นในงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ   ภายในพระราชอุทยานสราญรมย์ ใช้ชื่อในการ   ประกวดครั้งนั้นว่า " นางสาวสยาม "

 

        ต่อมาในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงความ เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายต้องการ   ส่งเสริมฐานะสตรีให้เท่าเทียมอารยประเทศ    และมีบทบาทในการช่วยเหลือสังคม   รัฐบาลในสมัยนั้น    จึงใช้เวทีการประกวดนางสาวไทย    เป็นสื่อในการสนับสนุนนโยบาย

 

       เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งทที่ว่าด้วยนามของประเทศ พ.ศ. ๒๔๘๒   กำหนดเรียกนามของประเทศว่าประเทศไทยตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นใด   ซึ่งใช้คำว่า  " สยาม "    ให้ใช้คำว่า    " ไทย "   แทน ดังนั้นการประกวด   " นางสาวสยาม "  จึงเปลี่ยนมาใช้การประกวด   " นางสาวไทย "

      การประกวดนางสาวไทยได้ถูกยกเลิกการจัดไปพร้อมกับงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ  พ.ศ. ๒๔๙๗

        ปี ๒๕๐๔   สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย    ในพระบรมราชูปถัมภ์      ได้ทดลองจัดการประกวด   "นางงามวชิราวุธ"   ขึ้นในงานวชิราวุธานุสรณ์    ซึ่งเป็นงานที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์   จัดขึ้นโดยมี   วัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนชาวไทย     ได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ องค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว   และอีกวัตถุประสงค์คือ   เพื่อสร้างความบันเทิง แก่ประชาชนผู้มาเที่ยวงาน    ส่วนสถานที่จัดงานคือบริเวณพระราชอุทยานสราญรมย์  จากการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งมีความสัมพันธ์กับ จุดมุ่งหมายของการจัดประกวด  นางสาวไทย   ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ   โดยการใช้ตำแหน่งนางสาวไทย  เป็นสื่อเผยแพร่ชื่อเสียงให้แก่ประเทศ   และใช้รูปแบบของการเข้าร่วมประกวดนางงาม ระดับชาติทำให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น    ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๗      คณะกรรมการการจัดงานวชิราวุธานุสรณ์    ได้มีการเปลี่ยนชื่อการประกวดมาเป็นการประกวด "นางสาวไทย "

 

       ในปี ๒๕๒๖    บริษัทมิสยูนิเวิร์ส     ซึ่งเป็นบริษัทจัดการประกวดนางงามจักรวาล   ได้เดินทางมาดูสถานที่ในประเทศไทยเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดการประกวดนางงามจักรวาลขึ้นในประเทศไทย   โดยในขณะนั้น    คุณชาติเชื้อ กรรณสูต     กรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗    ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคม    นักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปภัมถ์    จึงได้รื้อฟื้นการจัดขึ้นอีกครั้งในปี   ๒๕๒๗      ในงานเทศกาลพัทยา ครั้งที่       เมืองพัทยา โดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์    ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ กองทัพบกช่อง      และด้วยความร่วมมือสนับสนุนกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 
๒๕๔๓ เป็นต้นมา

                สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์      ได้มอบสิทธิ์ให้ สถานีโทรทัศน์ไอทีวี    เป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด    โดยมีการพัฒนารูปแบบการจัดประกวดให้เหมาะสม กับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมากยิ่งขึ้น อาทิ   การยกเลิกการใส่ชุดว่ายน้ำบนเวที , การใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อการ ประมวลผลคะแนน ,   การวัดระดับ   IQ    และ   EQ    ตลอดจนการอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์และความคิดริเริ่มแบบสร้างสรรค์ รวมทั้งการนำความสามารถพิเศษ    ของผู้เข้าประกวด มาใช้ประกอบในการพิจารณาการตัดสิน นอกจากนี้    ยังได้จัดให้มีการประกวดรอบคัดเลือกของภูมิภาคต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าร่วมการประกวดอย่างทั่วถึง    ในยุคนี้ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสาวไทย   จะเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง "ทูต วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว"   ทำหน้าที่เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีของไทย ให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก ซึ่งต้องเดินทางไปยัง สำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มีสำนักงานสาขาถึง  ๑๗   แห่งทั่วโลก    รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตามจังหวัดต่างๆ ภายในประเทศตลอดทั้งปี    การประกวดในยุคนี้ ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่าง ๆ คือ    สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์    การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย และจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

 

แหล่งข้อมูล : http://missthailand.itv.co.th/