พอล ฟายเออราเบนด์(Paul Feyerabend) นักปรัชญาวิทยาศาสตร์ผู้เขียนหนังสือ" Against Method" กล่าวว่า "การยึดติดในวิธีวิทยาอย่างใดอย่างหนึ่งจะเป็นตัวขัดขวางความก้าวหน้าในการพัฒนาองค์ความรู้ "


เพิ่มเติมข้อมูล 30/7/2560


"ถอดบทเรียนอย่างไร...ไม่ยาก"

พบกับชุดบันทึกเรื่องราวการถอดบทเรียนอย่างเป็นระบบ เเละไม่ยาก จากชุดบันทึก "การถอดบทเรียน...ไม่ยาก" ซึ่งเรียงเรียงขึ้นมาใหม่ผ่านประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ตาม LINK ดังนี้ครับ


ตอนที่ 1 ถอดบทเรียนคืออะไร?

ตอนที่ 2 ทำไมต้องถอดบทเรียน?

ตอนที่ 3บทเรียนมาจากไหน ? เเละ ข้อควรตระหนักก่อนถอดบทเรียน

ตอนที่ 4 ทักษะอะไรบ้างที่นักถอดบทเรียนต้องพัฒนาตนเอง

ตอนที่ 5การเตรียมตัวถอดบทเรียน ...จะเตรียมอะไรบ้าง?

ตอนที่ 6วิธีการถอดบทเรียน...ทำอย่างไร ไม่ยาก

ตอนที่ 7ขั้นตอนเเละคำถามการดำเนินการถอดบทเรียน

ตอนที่ 8การบันทึกเเละจัดการข้อมูลถอดบทเรียน

ตอนที่ 9การเขียน "บทเรียน" จากการถอดบทเรียน



ท่านสามารถ Download เอกสารชุดความรู้ถอดบทเรียนฉบับย่อ "ถอดบทเรียน...ไม่ยาก" จาก QR Code นี้

..............................................................

สามารถเเลกเปลี่ยน พูดคุยกับผู้เขียนได้โดยตรงที่<p>จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร</p><p>e-mail : [email protected]</p><p>LINE : thaicoach</p><hr><p>เนื้อหาเดิมบันทึกนี้</p><p>
</p><p>มีหลายท่านที่สนใจกระบวนการถอดบทเรียนบางครั้งศัพท์แสงทางวิชาการทำให้เรามึนงงกันไปบ้างเพราะอันที่จริงคุยกันแบบลูกทุ่งก็ได้แต่ใช้ศัพท์วิชาการมากก็เกิดอาการ “งง” และ “มึน”ทำให้เสียบรรยากาศของการเรียนรู้ไปครับ</p><p>แต่ผมจะบอกว่าอย่างเพิ่งเบื่อเลยครับ เพราะเราจะต้องอ่านงานวิชาการหรือข่าวสารต่างๆล้วนแต่มีศัพท์ยากๆให้เราขบคิดอยู่เรื่อยไปการเรียนรู้นั้นอยู่ที่ใจหากใจรักที่จะเรียนเรื่องยากนั้นก็กลายเป็นเรื่องที่ง่ายได้</p><p>“การถอดบทเรียน”เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการจัดการความรู้(KM) ผมเข้าใจว่ามีหลายท่านใน gotoknowเขียนมาบ้างแล้ว แต่ผมจะเขียนในมุมของผมอีกทีครับเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ยึดติดในเครื่องมือนะครับ  </p><p>
</p><p>พอลฟายเออราเบนด์(Paul Feyerabend)นักปรัชญาวิทยาศาสตร์ผู้เขียนหนังสือ” Against Method” กล่าวว่า</p><p>“การยึดติดในวิธีวิทยาอย่างใดอย่างหนึ่งจะเป็นตัวขัดขวางความก้าวหน้าในการพัฒนาองค์ความรู้”</p><p>ดังนั้นการไม่ยึดติดก็หมายถึงการไร้กระบวนท่า แต่ลีลายุทธ งดงามกระบวนการต่างๆที่ผมใช้ในเวทีเรียนรู้ผมใช้วิธีการถอดบทเรียนนี้ในชีวิตประจำวันตลอดเวลาแต่ถอดบทเรียนเล็กใหญ่ก็แล้วแต่กิจกรรมครับ</p><p>ถอดบทเรียน ประกอบด้วย ๒ คำ</p><p>คือ “ถอด” + “บทเรียน”</p><p>คำว่า “ถอด”ก็แปลความหมายได้โดยตรงครับ</p><p>ส่วน “บทเรียน” (LessonLearned) คือ “ถ้า…จะเกิดอะไรขึ้น” (เช่นเราไม่อ่านหนังสือสอบ เราก็สอบตก ,ถ้าเราไม่เอาใจแฟนแฟนก็น้อยใจ)  บทเรียนจะอธิบายเหตุการณ์และเงื่อนไขที่เกิดขึ้นและคำอธิบายนั้นต้องมีคุณค่าในการนำไปปฏิบัติซึ่งคำอธิบายที่ชัดเจนจะต้องมีตัวชี้วัดที่ดีที่สะท้อนว่าเกิดอะไรขึ้น และเกิดการเรียนรู้ในกระบวนการนั้น(http://www.mande.co.uk/dose/lesson.htm)</p><p>บทเรียนจะต้องระบุว่า “อะไรใหม่” (What) หรือ “อะไรคือข้อมูลใหม่”บทเรียนต้องมิใช่การเล่าเรื่องในอดีตเท่านั้น</p><p>ลักษณะบทเรียนอาจจำแนกได้ ๒ แบบ ครับ</p><ul>

  • บทเรียนที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อจบเหตุการณ์(Active process)
  • บทเรียนที่เก็บสะสมข้อมูลในอดีต (Passive process)
  • </ul><p>สำหรับแนวทางการถอดบทเรียน นั้น มีมากกว่าการตั้งคำถามว่า“ได้บทเรียนอะไรจากการทำงานในปีที่ผ่านมา” เราควรพิจารณาสิ่งต่อไปนี้</p><p>¤ การเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่ควรไปแสวงหาคำตอบว่าได้บทเรียนอะไร</p><p>¤หากมีผลสืบเนื่องที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงคล้ายๆกันต้องพยายามตอบให้ได้ว่า”อะไรสำคัญที่สุด” และ”ทำไมจึงสำคัญ”</p><p>¤ บทเรียน มิใช่ความแตกต่างที่เกิดขึ้นระหว่างสิ่งที่คาดหมายกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเพราะสิ่งนั้นคือสมมุติฐานแต่หากมีสิ่งที่ไม่ได้คาดหมายเกิดขึ้นแสดงว่ามีอะไรทำให้เกิดความแตกต่างและ “อะไร”ที่ทำให้เกิดความแตกต่างนั้นก่อให้เกิดผลต่อพฤติกรรมอย่างไรสิ่งนั้นคือบทเรียน</p><p>ผมขอยกเอาบทหนึ่งของหนังสือที่ผมเขียนมาอธิบายวงจรการถอดบทเรียนครับ</p><hr><p> ”…การจัดเวทีย่อยๆที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในชุมชนเป็นโอกาสให้นักวิจัยชาวบ้านเข้ามาร่วมพูดคุย และนำข้อมูลมานั่งคุยกันตลอดจนทราบปัญหาและวิธีการแก้ไขแบบทันท่วงที</p><p> </p><p>สิ่งที่นักวิจัยแต่ละหมู่บ้านในชุดโครงการทำทุกครั้งหลังการทำงานคือกระบวนการ วิเคราะห์หลังปฏิบัติการ (After ActionReview: AAR) เครื่องมือที่ใช้ในการถอดบทเรียน(Lesson Learned)เป็นเครื่องมือที่พวกเราใช้พัฒนาการเรียนรู้ในทุกขั้นตอนของวงจรโครงการทั้งเพื่อการจัดการในขั้นตอนที่เรียกว่า ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ (up-stream, mid-stream, down-stream management)โดยการตั้งชุดคำถามเหล่านี้</p><p> </p><ul>

  • เราวางแผนกันอย่างไรอะไรคือจุดหมายของการปฏิบัติการ
  • เมื่อเราดำเนินการกิจกรรมไปได้ระยะหนึ่งแล้วสิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งใดไม่เป็นไปตามแผนที่วางแผนไว้/ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
  • สิ่งใดเป็นไปตามที่วางแผนไว้/ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
  • เรามีปัญหาอะไรบ้าง
  • เราน่าจะทำสิ่งใดให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้บ้าง
  • ในการดำเนินงานครั้งต่อไปสิ่งใดที่เราจะปฏิบัติแตกต่างจากครั้งที่ผ่านๆ มา
  • เรื่องทั่วๆ ไปที่เราพบเจอในระหว่างกิจกรรมครั้งนั้นๆ
  • </ul><p></p><h3>พ.ท.ปิยวุฒิ โลสุยะ หัวหน้าโครงการวิจัยที่บ้านรุ่งอรุณผู้เชี่ยวชาญยุทธการทางการทหาร ให้ความเห็นต่อการถอดบทเรียนแบบนี้ว่าเปรียบเสมือน </h3><h3>“การตีเหล็กที่กำลังร้อนเป็นการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ระหว่างกัน ระหว่างทหารชั้นยศต่ำสามารถตั้งคำถามเพื่อการเรียนรู้จากนายทหารชั้นยศสูงที่ในระบบทหารของประเทศไทยไม่ค่อยมีภาพแบบนี้สักเท่าไหร่”</h3><h3>กระบวนการศึกษาวิจัยสามารถใช้วัฒนธรรมการเรียนรู้แบบนี้ได้อย่างเต็มรูปแบบด้วยสุนทรียะสนทนา (Dialogue) ในสังคมบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน (Equalbasis) โดยมีพี่เลี้ยงที่เป็นคนนอกเป็นผู้ให้การสนับสนุน(facilitator) เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆให้ดีขึ้น...”</h3><p>——————————————————————————————————————-</p><p>บางส่วนจากหนังสือ“กระบวนการเรียนรู้สู่เส้นทางสีขาว”โดย จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ,กันยายน ๒๕๕๐</p><p>สนับสนุนโดย   สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย(สกว.)สำนักงานภาค </p><p> </p><hr><p>ส่วนวิธีการ -กระบวนการที่เราใช้มีหลากหลาย เช่น</p><p> </p><ul>

  • การเรียนรู้จากเพื่อน (Peer Assist- PA) พื้นฐานการเรียนรู้จากเพื่อน ได้รับการพัฒนามาจากบริษัทBP Amaco ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของประเทศอังกฤษ เป็นการเชิญทีมภายนอก(ทีมเยือน) มาแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ให้กับทีมเจ้าของบ้าน(ทีมเหย้า)
  • และมีศัพท์ที่เราคุ้นๆกันบ่อยๆ AARมาจาก (After Action review)ตามที่ผมยกเอาส่วนหนึ่งของหนังสือมาเขียนข้างบน แต่อยากไว้ว่าหัวใจของAAR คือ การ"เปิดใจ" และ "ความมุ่งมั่นร่วม"ที่จะเรียนรู้มากกว่าวิพากษ์วิจารณ์
  • การถอดบทเรียนที่มีรายละเอียดลึกซึ้งมากว่า AAR คือ การเรียนรู้หลังการดำเนินงาน (Retrospect)นัยยะคือ ได้บทเรียนที่นำไปใช้ในโรงการต่อไปมิใช่เพื่อให้ทีมบรรลุเป้าหมายของงานเดิม
  • ที่เราใช้กันบ่อยๆในแวดวงการจัดการความรู้ ก็คือการเรียนรู้จากบทเรียนที่ดีหรือการปฏิบัติที่ดี(Good/Better/Best Practice) บทเรียนที่ดี = การปฏิบัติที่ดี (Best Practice) หลายๆครั้งที่เราจัดเวทีให้องค์กร หรือชาวบ้านมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ฟังบทเรียนเป็นการแบ่งปันการเรียนรู้เพื่อขยายสิ่งดีๆให้เกิดการต่อยอดยิ่งๆขึ้นไป
  • อีกวิธีการหนึ่ง ที่เราเรียกว่าแผนที่ผลลัพธ์(Outcome mapping) ใช้ในการติดตามและประเมินผล โดยที่ "แผนที่ผลลัพธ์"ให้ความสนใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เกี่ยวข้องในแผนงานพัฒนานั่นคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความสัมพันธ์ กิจกรรม หรือการกำทำของคนกลุ่มคน หรือองค์ซึ่งร่วมกันทำงาน
  • </ul><p>บางเครื่องมือที่ใช้ในการถอดบทเรียนอาจฟังดูยาก ไม่เข้าใจผมได้นำLink ที่เกี่ยวข้องมาให้อ่านเพิ่มเติมครับ</p><p>อาจจะสามารถหาอ่านได้จากเอกสารวิชาการอื่นๆแต่ผมก็ขอนำมาบันทึกเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกครั้งครับ</p><p> </p><p>
    </p>