สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าลงมือทำดู ถึงได้รู้ว่า...อืมมมม..รู้อย่างนี้ ทำตั้งนานแล้ววววว
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าลงมือทำดู
ถึงได้รู้ว่า...อืมมมม..รู้อย่างนี้
ทำตั้งนานแล้ววววว
จริงๆแล้ว ทำมาตั้งนานแล้ว
แต่ไม่รู้หรอกว่า..มันคือ...การจัดการความรู้
หรือที่เรารู้จักเป็นภาษาอังกฤษว่า.....Knowledge Management
เรียกชื่อเล่น คือ K.M.
เมื่อวานนี้ คุยกับพ่อบ้านในเวลากินข้าวด้วยกัน
เธอบอกให้ใช้ภาษาไทยว่า.....การจัดการความรู้ ด้วยใช้ภาษาอังกฤษแล้ว
คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจ
และรู้สึกว่า...ไกลตัวเสียเหลือเกิน
ซึ่งความจริงแล้ว
เรา.....จัดการความรู้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..ล่ะสิ
หลายๆคนเล่า หลายๆคนพูด ก็ยังไม่เข้าใจ หรือไม่
เก็ตตามภาษาวัยรุ่น
สิบตาเห็นเขาทำก็ยังไม่อิน
ต้องลองคลำๆดู คลำอยู่เป็นปี วนเวียนไปมา
พอตัดสินใจทำ....แล้วววว จึงรู้ว่า...อืมมมม..ดีจัง
ได้อะไรตั้งหลายอย่าง รู้อย่างนี้ ดีอย่างนี้
เข้าท่าอย่างนี้
มันอย่างนี้...อูยยยยย...ทำมาตั้งนานแล้ว...
จากนั้น ครูอ้อยก็คิดนำเอาปัญหา หรือตัวแปรที่กล่าวมา
จัดการ บริหารความเสี่ยง
แบบที่ผู้อำนวยการโรงเรียนพูดบ่อยๆมาใช้บ้าง
อืมมมม..ต้องขอบคุณท่านน่ะนี่ ใช้ได้ มีประสิทธิภาพด้วย..
เมื่อเวลากระชั้นชิดเข้ามา แล้ว
ต้องบีบความสำเร็จออกมาด้วย จึงต้องรีบดำเนินการ
ต้องขอบคุณท่านผู้อำนวยการอีกครั้ง ที่ เรียกครุไปอยู่เวร
ในเวลาที่เราเล่าเรื่องกัน วงเล่าเรื่องแตกออกโดยพลัน
พร้อมกับความคิดของครูอ้อยก็พุ่งกระฉูดทันที...ขอบคุณท่านอีกครั้ง...ครูอ้อยจึงเขียนเรื่องเกี่ยวกับ.....KM.กับวิจัยในชั้นเรียน
.....วิจัยที่ใช้ KM ในการขับเคลื่อน .....ไม่ได้สอนจึงไม่มีวิจัยในชั้นเรียน
ก่อน
มาถึงวันนี้แล้ว 13 ก.พ.51
ทีมงานจะมาโรงเรียนวันนี้แล้ว ครูอ้อย..อยากจะบอกว่า
ได้อะไรหนอจากการดำเนินการตามโครงการนี้
...จำนวนมากที่เดียวที่ได้ ลายแขนงด้วย
เก็บไว้เขียนในบันทึกอื่นๆบ้าง...
แต่ที่ได้ พอสรุปก็คือ ได้ 4 ป.
ครูอ้อยได้ 4 ป.มันคืออะไร
ป.แรกคือ ป.เปลี่ยน
....ครูอ้อยเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนความคิด
เปลี่ยนการประทำ เปลี่ยนวาจา กล้าคิด กล้าทำ
กล้าเผชิญกับความเสี่ยง
ครูอ้อยได้รับประสบการณ์จากการเปลี่ยน...ของครูอ้อยมากมาย..เชื่อไหมล่ะ
มันเป็น ป.เปลี่ยนที่ดี ที่น่ารักเสมอ
ลองมาเปลี่ยนดูบ้างสิคะ
ป.ที่ 2 คือ ป.แปลก
.....ครูอ้อยใช้ความแปลก ไม่เหมือนใคร
ในคราวที่นำเสนอการสอบ defend วิทยานิพนธ์ ปริญญาโท
และการทำผลงานทางวิชาการ อาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ เพราะความแปลก
อย่างมีเหตุผล ครูอ้อยจึงผ่านการประเมิน...
ป.ที่ 3 คือ ป.ปลูก.....ครูอ้อย
คิดที่จะปลูกต้นรักสักกอ..อูยยยเกือบใช่เลย
ครูอ้อยประสบกับความสำเร็จ
ก็เหมือนได้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี
ครูอ้อยก็คิดที่จะปลูกต้นพันธุ์ที่ดี
เพื่อเมล็ดพันธุ์ที่ดีต่อไป..ขออย่างเดียวอย่ามีตัวแมลงร้าย
หรือใครมาตัดตอน..เสียก่อน..ก็แล้วกัน
ป.ที่ 4 คือ ป.ปลาย...ครูอ้อย
มีอ้อมความคิดที่ปลายทาง คือ ความสำเร็จขององค์กร
ไม่ใช่ที่ตัวเอง ไม่ได้ทำอะไรเพื่อตัวเอง
ปลายทางของครูอ้อย คือ องค์กร
นักเรียน...ส่วนตัวครูอ้อยเอง..ได้รับผล..ที่ตกมาสู่อ้อมใจ
เท่านั้นเอง
เวลามาตามครูอ้อย..อีกแล้ว ต้องขอตัวไปทำงานก่อน
แล้วจะมาแวะเวียนคุยกันใหม่ค่ะ...
ได้อะไรไปบ้างหรือเปล่านี่
อุปสรรค ก็คือ เวลา