ในความรู้สึกลึกๆแล้ว รู้สึกปลื้มใจมาก และดีใจไปพร้อมๆกัน ว่าตัวเองเริ่มมีความรู้พอที่จะถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ต่างๆให้เขาได้ และรู้สึกว่าฉันไม่ได้ทอดทิ้งคนที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันเลย และฉันรู้ว่าฉันจะต้องทำเพื่อคนเหล่านี้อีกมายมาย ฉันรู้สึกมีสุขมาก

วันที่ 11/1/51

ระหว่างที่เดินทางออกจาก YMCA ไปแม่จัน    

        วันนี้ตื่นตั้งแต่เช้าประมาณ 6.30  ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วตอนนี้กำลังจะเดินทางไปทำงาน......ที่แม่จัน      

      เมื่อวานเราออกมาจากพิษณุโลกประมาณเกือบ 9.00 ความจริงแล้วเรานัดกัน 8.00 น.แต่เราลืมเติมน้ำมันเลยต้องเสียเวลานิดหน่อย เราไหว้สมเด็จพระนเรศวร เพื่อขอให้เราปลอดภัยและทำงานสำเร็จ จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย   

         เราแวะที่วัดร่องขุ่นสวยงามมากมาย  ดูแล้วมีพลังจริงๆแต่ก็แทบจะไม่อยากนึกถึงภาพความสวยงามเหล่านั้น เพราะหลังจากที่เราขึ้นรถแล้วกำลังจะดูรูปที่ถ่าย ...ปรากฏว่าหาไม่เจอ .....กล้องหายเรากลับไปดูที่วัดอีกครั้งแต่ก็ไม่มีใครเจอ ฝากเบอร์โทรไว้แล้วแต่ไม่รู้จะได้คืนหรือเปล่ามานเศร้า.....T_T จากนั้นไปแวะซื้อของที่ บิ๊กซี 3500 บาทซื้อเข้าไปสิไม่ครบสักที       

     เราไปรับอ.ยอดกับพี่มะปรางที่ขนส่งแล้วเราก็ไปกินอาหารอย่างหรูที่ร้านโตกตอง บรรยากาศดีมากๆ อาหารก็อร่อยมากๆเหมือนกินข้าวอยู่ที่บ้าน อิอิ....>>O<<<   

         จากนั้นก็ไปเดินที่ไนท์บาซาร์ ไม่รู้จะซื้ออะไรดีของก็เหมือนๆกับมอเรา  แต่ถ้าจะซื้อของฝากก็มีเยอะให้เลือกหลายแบบอยู่นะแต่ที่ชอบ..ก็เหมือนจะเป็นผ้าคลุมไหล่ ...แต่ว่าแล้วก็อยากเข้าห้องน้ำเลยไม่ได้ติดมือมาสักอย่างเลยแล้วเราก็กลับที่พักด้วยความที่นังท้องตึง หนังตาเริ่มหย่อน   

         เราเตรียมความพร้อมสำหรับห้องเรียนไร้สัญชาติ ว่าจะต้องใช้กฎหมายอะไรว่าจะต้องถามหรือสอนอะไร บัตรสี คำสั่งอ.ก็ให้ดูตัวอย่างที่พี่ทำไว้ที่นี่ก็เริ่มตื่นตัวกัน บางคนก็เอามาบางคนก็ไม่เอามาแต่ที่แน่ๆข้าพเจ้ากับรุ้งลา ไม่เอาอะไรติดมือมาสักอย่าง เหอะๆๆพี่กอร์ฟมีการบอกว่า เพราะต้นหอมยืมไป (ซวยแล้วติดกระเป๋าไปแล้วลืมเอามาคืน)........ว่าแล้วเราก็รีบไปนอน แล้วก็นอนอย่างสบาย

            แล้วก็ตื่นมาอย่างสบายค่า

 ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ วันที่ 11/1/51 

วันนี้เดินทางออกมาจาก YMCA จุดหมายปลายทางคือ อ. แม่จัน  กองทัพต้องเดินท้องมีแม่ทัพคืออ.วิว ตรีทาทัพไปยังร้านต้มเลือดหมู อร่อยมากเมื่อกองทัพเดินด้วยท้องแล้วกองทัพก็เลยต้องเดินทางด้วยความตือรืนร้นเพื่อไปการทำงาน(หรือเปล่า)ที่แม่จัน

เด็กๆกำลังเข้าแถว หลายๆคนเงียบไปฉันเงียบเพราะ นึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ ยังไม่ค่อยจะมีใครเลย พวกเรา (ตัวแทนจากคณะนิติศาสาตร์ ม.นเรศวร) ไปที่ห้องประชุม  แล้ว staff  ก็ทยอยเข้ามาเรามีการคุยงานกันนิดหน่อย....By.... ลืนหอม พูดไปพูดมารู้สึกเพื่อนๆเครียดกัน (หรือเปล่า) ขึ้นมาทันที แย่แล้วอะไรนี่สักพักครูชลก็ทำความเข้าใจกับเด็ก ละแยกย้ายเข้าห้องเรียน

ฉันกับรุ้ง ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในห้องเรียนคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยในห้องเรียนนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มย่อยๆอีก 3 กลุ่ม คือ

 (1)เด็กที่เกิดในประเทศไทย พ่อแม่เกิดนอกประเทศไทย และเกิดก่อน 26/2/35

 (2)เด็กที่เกิดในประเทศไทย พ่อแม่เกิดนอกประเทศไทย และเกิดหลัง 26/2/35

 (3) เด็กที่เกิดในประเทศไทย พ่อแม่เกิดในประเทศไทย และเกิดหลัง 26/2/35

 ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะใช้กฎหมายที่ต่างกันออกไป แต่ไม่มากนักเด็กในห้องเรียนนี้รู้สึกว่ามีเยอะกว่าห้องอื่นจึงมีผผผผุ้ร่วมปฏิบัติภารกิจอีกหนึ่งคือ นอร์ท คุณครูในห้องนี้คือ ครูด๋าวครูมิลล์  และพี่อาโด่ ทนายความประจำคลีนิกกฎหมายบุคคลบนพื้นที่สูงเมื่อสอนพวกเราสามคนก็เริ่มเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กเพราะเป็นกฎหมายใหม่กำลังจะประกาศใช้ในเร็ววัน จึงเป็นการสอนให้เตรีมตัวและเตรียมเอกสาร เช่น สอนให้รู้ข้อเท็จจริงว่าเขาเกิดที่ไหน เมื่อไรพ่อแม่เกิดที่ไหน จะได้สัญชาติไทย ตามมาตราอะไร ชื่อกฎหมาย สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ไม่ว่าจะเป็นพยานเอกสารหรือพยานบุคคล  สอนแบบนี้เกือบทั้งเช้าอะคะวกไปวนมา จนจำได้ไม่ยากเลย เราสามคนมีการเสนอความคิดให้เขียนสิ่งที่เราสอยไปหลังป้ายชื่อ ว่ามีไรบ้าง อย่างน้อยจะได้เรียนรู้จากการเขียนบ้างเป็นไอเดียจากการเขียนหลังป้ายชื่อตอนเข้าห้องเชียร์ โดยให้เขาไปเขียนตอนพักเที่ยงแล้วจะตรวจตอนบ่ายคะใน

ตอนบ่ายเป็นฝึกกรอกแบบยื่นคำร้องและทบทวนสิ่งที่สอนไปเมื่อเช้าเนื่องจากห้องเรียนค่อนข้างแน่นจึงให้กลุ่มที่ไม่ต้องฝึกกรอกแบบการคำยื่นร้องออกมาข้างนอกเพราะต้องคืนป้ายชื่อเราไม่รู้คะว่าต้องคืนป้ายชื่อ (แอบผิดหวังนิดหน่อย ) ระหว่างนั้นก็มีการพูดคุยกับเด็กๆและพ่อแม่ของเด็กๆรู้สึกได้ว่าให้คำปรึกษาเขาได้ในระดับบหนึ่ง @_@ มีคนหนึ่งเรียกฉันว่าครูเลยบอกเขาไปว่าไม่ใช่ครูเป็นนักศึกษาที่มาช่วยเฉยๆ แต่เขาก็บอกว่าใครที่สอน หรือให้คำปรึกษาได้ ก็ถือเป็นครูทั้งนั้น ในความรู้สึกลึกๆแล้ว รู้สึกปลื้มใจมากและดีใจไปพร้อมๆกัน ว่าตัวเองเริ่มมีความรู้พอที่จะถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ต่างๆให้เขาได้ และรู้สึกว่าฉันไม่ได้ทอดทิ้งคนที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันเลยและฉันรู้ว่าฉันจะต้องทำเพื่อคนเหล่านี้อีกมายมายฉันรู้สึกมีสุขมาก

 หลังจากเลิกห้องเรียนก็ไปฝึกร้องเพลงที่จะใช้ในการเปิดพิธีในวันพรุ่งนี้ และกลับบ้านกันหลังจากกลับที่พักเราก็ทำ KM กันในเรื่องห้องเรียนและความรู้สึกที่ทุกคนมี ตัวฉันเองบอกได้คำเดียวว่าดีใจมากที่ทุกกคนตั้งใจที่จะมาช่วยเหลือเด็กๆอย่างที่สุด จนไม่อาจบรรยายได้อีก