วันเด็กไร้สัญชาติ ครั้งที่ 4


ในความรู้สึกลึกๆแล้ว รู้สึกปลื้มใจมาก และดีใจไปพร้อมๆกัน ว่าตัวเองเริ่มมีความรู้พอที่จะถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ต่างๆให้เขาได้ และรู้สึกว่าฉันไม่ได้ทอดทิ้งคนที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันเลย และฉันรู้ว่าฉันจะต้องทำเพื่อคนเหล่านี้อีกมายมาย ฉันรู้สึกมีสุขมาก

วันที่ 11/1/51

ระหว่างที่เดินทางออกจาก YMCA ไปแม่จัน    

        วันนี้ตื่นตั้งแต่เช้าประมาณ 6.30  ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังจะเดินทางไปทำงาน......ที่แม่จัน      

      เมื่อวานเราออกมาจากพิษณุโลก ประมาณเกือบ 9.00 ความจริงแล้วเรานัดกัน 8.00 น.แต่เราลืมเติมน้ำมัน เลยต้องเสียเวลานิดหน่อย เราไหว้สมเด็จพระนเรศวร เพื่อขอให้เราปลอดภัย และทำงานสำเร็จ จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย   

         เราแวะที่วัดร่องขุ่น สวยงามมากมาย  ดูแล้วมีพลังจริงๆ แต่ก็แทบจะไม่อยากนึกถึงภาพความสวยงามเหล่านั้น เพราะหลังจากที่เราขึ้นรถแล้ว กำลังจะดูรูปที่ถ่าย ...ปรากฏว่าหาไม่เจอ .....กล้องหาย เรากลับไปดูที่วัดอีกครั้งแต่ก็ไม่มีใครเจอ ฝากเบอร์โทรไว้แล้ว แต่ไม่รู้จะได้คืนหรือเปล่ามานเศร้า.....T_T จากนั้นไปแวะซื้อของที่ บิ๊กซี 3500 บาทซื้อเข้าไปสิ ไม่ครบสักที       

     เราไปรับอ.ยอดกับพี่มะปรางที่ขนส่ง แล้วเราก็ไปกินอาหารอย่างหรูที่ร้านโตกตอง บรรยากาศดีมากๆ อาหารก็อร่อยมากๆ เหมือนกินข้าวอยู่ที่บ้าน อิอิ....>>O<<<   

         จากนั้นก็ไปเดินที่ไนท์บาซาร์ ไม่รู้จะซื้ออะไรดี ของก็เหมือนๆกับมอเรา  แต่ถ้าจะซื้อของฝากก็มีเยอะให้เลือกหลายแบบอยู่นะ แต่ที่ชอบ..ก็เหมือนจะเป็นผ้าคลุมไหล่ ...แต่ว่าแล้วก็อยากเข้าห้องน้ำเลยไม่ได้ติดมือมาสักอย่างเลย แล้วเราก็กลับที่พักด้วยความที่นังท้องตึง หนังตาเริ่มหย่อน   

         เราเตรียมความพร้อมสำหรับห้องเรียนไร้สัญชาติ ว่าจะต้องใช้กฎหมายอะไร ว่าจะต้องถามหรือสอนอะไร บัตรสี คำสั่ง อ.ก็ให้ดูตัวอย่างที่พี่ทำไว้ที่นี่ก็เริ่มตื่นตัวกัน บางคนก็เอามาบางคนก็ไม่เอามา แต่ที่แน่ๆข้าพเจ้ากับรุ้งลา ไม่เอาอะไรติดมือมาสักอย่าง เหอะๆๆ พี่กอร์ฟมีการบอกว่า เพราะต้นหอมยืมไป (ซวยแล้ว ติดกระเป๋าไปแล้วลืมเอามาคืน)........ว่าแล้วเราก็รีบไปนอน แล้วก็นอนอย่างสบาย

            แล้วก็ตื่นมาอย่างสบายค่า

 ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ วันที่ 11/1/51 

วันนี้เดินทางออกมาจาก YMCA จุดหมายปลายทางคือ อ. แม่จัน  กองทัพต้องเดินท้อง มีแม่ทัพคืออ.วิว ตรีทาทัพไปยังร้านต้มเลือดหมู อร่อยมาก เมื่อกองทัพเดินด้วยท้องแล้ว กองทัพก็เลยต้องเดินทางด้วยความตือรืนร้นเพื่อไปการทำงาน(หรือเปล่า)ที่แม่จัน

เด็กๆกำลังเข้าแถว หลายๆคนเงียบไป ฉันเงียบเพราะ นึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ ยังไม่ค่อยจะมีใครเลย พวกเรา (ตัวแทนจากคณะนิติศาสาตร์ ม.นเรศวร) ไปที่ห้องประชุม  แล้ว staff  ก็ทยอยเข้ามา เรามีการคุยงานกันนิดหน่อย....By.... ลืนหอม พูดไปพูดมา รู้สึกเพื่อนๆเครียดกัน (หรือเปล่า) ขึ้นมาทันที แย่แล้ว อะไรนี่สักพัก ครูชลก็ทำความเข้าใจกับเด็ก ละแยกย้ายเข้าห้องเรียน

ฉันกับรุ้ง ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในห้องเรียนคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยในห้องเรียนนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มย่อยๆอีก 3 กลุ่ม คือ

 (1)เด็กที่เกิดในประเทศไทย พ่อแม่เกิดนอกประเทศไทย และเกิดก่อน 26/2/35

 (2)เด็กที่เกิดในประเทศไทย พ่อแม่เกิดนอกประเทศไทย และเกิดหลัง 26/2/35

 (3) เด็กที่เกิดในประเทศไทย พ่อแม่เกิดในประเทศไทย และเกิดหลัง 26/2/35

 ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะใช้กฎหมายที่ต่างกันออกไป แต่ไม่มากนัก เด็กในห้องเรียนนี้รู้สึกว่ามีเยอะกว่าห้องอื่น จึงมีผผผผุ้ร่วมปฏิบัติภารกิจอีกหนึ่งคือ นอร์ท คุณครูในห้องนี้คือ ครูด๋าว ครูมิลล์  และพี่อาโด่ ทนายความประจำคลีนิกกฎหมายบุคคลบนพื้นที่สูง เมื่อสอนพวกเราสามคนก็เริ่มเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก เพราะเป็นกฎหมายใหม่กำลังจะประกาศใช้ในเร็ววัน จึงเป็นการสอนให้เตรีมตัว และเตรียมเอกสาร เช่น สอนให้รู้ข้อเท็จจริงว่าเขาเกิดที่ไหน เมื่อไร พ่อแม่เกิดที่ไหน จะได้สัญชาติไทย ตามมาตราอะไร ชื่อกฎหมาย สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นพยานเอกสารหรือพยานบุคคล  สอนแบบนี้เกือบทั้งเช้าอะคะ วกไปวนมา จนจำได้ไม่ยากเลย เราสามคนมีการเสนอความคิดให้เขียนสิ่งที่เราสอยไป หลังป้ายชื่อ ว่ามีไรบ้าง อย่างน้อยจะได้เรียนรู้จากการเขียนบ้าง เป็นไอเดียจากการเขียนหลังป้ายชื่อตอนเข้าห้องเชียร์ โดยให้เขาไปเขียนตอนพักเที่ยง แล้วจะตรวจตอนบ่ายคะใน

ตอนบ่ายเป็นฝึกกรอกแบบยื่นคำร้องและทบทวนสิ่งที่สอนไปเมื่อเช้า เนื่องจากห้องเรียนค่อนข้างแน่นจึงให้กลุ่มที่ไม่ต้องฝึกกรอกแบบการคำยื่นร้องออกมาข้างนอกเพราะต้องคืนป้ายชื่อ เราไม่รู้คะว่าต้องคืนป้ายชื่อ (แอบผิดหวังนิดหน่อย ) ระหว่างนั้น ก็มีการพูดคุยกับเด็กๆและพ่อแม่ของเด็กๆ รู้สึกได้ว่าให้คำปรึกษาเขาได้ในระดับบหนึ่ง @_@ มีคนหนึ่งเรียกฉันว่าครู เลยบอกเขาไปว่าไม่ใช่ครูเป็นนักศึกษาที่มาช่วยเฉยๆ แต่เขาก็บอกว่าใครที่สอน หรือ ให้คำปรึกษาได้ ก็ถือเป็นครูทั้งนั้น ในความรู้สึกลึกๆแล้ว รู้สึกปลื้มใจมาก และดีใจไปพร้อมๆกัน ว่าตัวเองเริ่มมีความรู้พอที่จะถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ต่างๆให้เขาได้ และรู้สึกว่าฉันไม่ได้ทอดทิ้งคนที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันเลย และฉันรู้ว่าฉันจะต้องทำเพื่อคนเหล่านี้อีกมายมาย ฉันรู้สึกมีสุขมาก

 หลังจากเลิกห้องเรียน ก็ไปฝึกร้องเพลงที่จะใช้ในการเปิดพิธีในวันพรุ่งนี้ และกลับบ้านกัน หลังจากกลับที่พัก เราก็ทำ KM กัน ในเรื่องห้องเรียนและความรู้สึกที่ทุกคนมี ตัวฉันเองบอกได้คำเดียวว่าดีใจมาก ที่ทุกกคนตั้งใจที่จะมาช่วยเหลือเด็กๆอย่างที่สุด จนไม่อาจบรรยายได้อีก

           

 

หมายเลขบันทึก: 164957เขียนเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2008 05:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 22:42 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

"ครู" คือคนที่มีความรู้และไม่หวงแหนความรู้นั้น รักที่จะถ่ายทอดความรู้นั้นให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์

คนขายความรู้ ก็ไม่ใช่ครู

คนที่สอนในสิ่งที่มิใช่ความรู้ก็มิใช่ครู

ถ้าเธอมีคุณสมบัติของคนที่มีความรู้และรักที่จะให้ความรู้ เธอก็คือครูแล้วจ๊ะ ลืนหอมที่รัก

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี