อ้างถึงบันทึก ขอรับรอง GotoKnow จะอยู่แน่ไม่ไปไหน และจะอยู่ตลอดไปคู่สังคมไทย ของอาจารย์ธวัชชัย ซึ่งให้ความกระจ่างในหลายเรื่อง และให้ความมั่นใจอย่างยิ่งแก่สมาชิก แต่ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องค่อยๆ เรียบเรียงครับ

ที่นำเรื่องนี้มาเขียน เพราะรู้สึกกังวลว่าการได้รับข่าวสารในทางบวก จะทำให้เราหลงไปว่าปัญหาหมดไปแล้ว ซึ่งผมคิดต่างออกไปครับ

บันทึกของอาจารย์ธวัชชัยดังกล่าวเป็นคำยืนยัน และการให้ความเชื่อมั่นจากทีมงานต่อประชาคม GotoKnow (ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาชิกเห็นและสัมผัสได้ตลอดสองปีครึ่งที่ผ่านมา คงไม่มีใครเห็นแตกต่างออกไปนะครับ) แต่ว่านอกจากความรัก ความผูกพัน กำลังใจ (และภาร) ประชาคม GotoKnow ยังไม่ได้ให้อะไรแก่ทีมงาน เรื่องนี้จะว่าแค่นี้พอแล้ว ก็คงพอครับ แล้วแต่ผู้ให้ แต่ยังไม่ได้ตอบประเด็นต่างๆ ข้างล่าง

ความสัมพันธ์ที่แยกไม่ออกระหว่าง GotoKnow และ UsableLabs

GotoKnow ในฐานะบล๊อก มีตัวตนอยู่ได้ด้วยโปรแกรม KnowledgeVolution (KV) ซึ่งโปรแกรมนี้พัฒนาโดย UsableLabs หาก UsableLabs อยู่ไม่ได้ KV ก็จะไม่มีการพัฒนาต่อไป เรารับได้หรือไม่ -- (ประเด็นที่ 1)

นอกจากนั้น ทีม UsableLabs ยังเป็นทีมที่ดูแล เฝ้าระวัง GotoKnow ทั้งกลางวันและกลางคือ ทั้งวันทำงานและวันหยุด หาก UsableLabs อยู่ไม่ได้ ไม่ว่าง หรือทีมงานเจ็บป่วย ใครจะดูแล เฝ้าระวัง GotoKnow ครับ เครื่องจักรทำงานก็ยังต้องมีเวลาพักซ่อมบำรุง นี่คนนะครับ -- (ประเด็นที่ 2) 

ทั้งสองประเด็นนี้ ผมเชื่อว่าเราคงจะไม่ได้ยินเสียงบ่น หรือการแสดงความไม่มั่นใจใดๆ จากทีมงาน เพราะว่าสำหรับ UsableLabs แล้ว KV ไม่ใช่แค่งาน แต่เป็นความรัก ความทุ่มเท ความผูกพัน

แต่ผมต้องถามบรรดาท่านสมาชิกว่าท่านเชื่อจริงๆ หรือ ว่า GotoKnow อยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีปัญหา และสมาชิกไม่ต้องทำอะไร แค่เราตั้งใจดีแล้ว GotoKnow จะอยู่ได้เอง

คุณค่าของข้อความและปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก

GotoKnow ตกเป็นเหยื่อความสำเร็จของตัวเองครับ ภาระที่เกิดขึ้นกับเครื่องแม่ข่ายนั้นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณงานทั้งหมด มาจากการเรียกดูภายใน GotoKnow เอง ส่วนอีกร้อยละ 40 เกิดจากการที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (นอก GotoKnow) ค้น Google และเข้ามาอ่าน เรียกว่าเป็นโหลดขาจร ดังนั้น GotoKnow จึงไม่ได้รับปริมาณงานจากสมาชิกเท่านั้น หากแต่ยังรองรับปริมาณงานซึ่งมาจากนอก GotoKnow ด้วย 

อัตราการเติบโตของการใช้งานของสมาชิกน้อยกว่าอัตราการเติบโตของโหลดที่มาจากภายนอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

แม้ว่าจะมีการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง แต่กำลังของเครื่องแม่ข่ายที่มีอยู่ถือเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การคั้นน้ำส้มเมื่อได้หยดสุดท้ายแล้ว ก็ไม่มีหยดถัดไปครับ หมดคือหมด ต้องใช้ส้มลูกใหม่ที่ยังไม่ได้คั้น 

ดังนั้นในการใช้งาน GotoKnow จะต้องใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ทั้งอ่านและเขียน ประหยัดกำลังไว้รองรับปริมาณงานที่ควบคุมไม่ได้ หากสมาชิกใช้กำลังของเครื่องแม่ข่ายกันตามสบาย อยากให้คิดก่อนใช้ครับ เมื่อกำลังของเครื่องแม่ข่ายหมดลงในที่สุด ก็จะกระทบทั้งสมาชิกและผู้ใช้ขาจร

ในวันนี้ ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่เราจะใช้ GotoKnow กันตามสบาย แม้ว่าจะ(ยัง)ไม่มีปัญหาเรื่องกำลังของเครื่องแม่ข่าย(อีก) สมาชิกควรจะพยายามสร้างสุขนิสัยในการใช้งาน เข้าใจประโยชน์ของการประหยัด เข้าใจคุณค่าของ GotoKnow และใช้ GotoKnow อย่างคุ้มค่าที่สุด การประหยัดไม่ใช่การไม่ใช้ครับ -- (ประเด็นที่ 3)

ก่อนการประชุม GotoKnow ที่ มสธ. GotoKnow Monitor มีการใช้งานอยู่ที่ร้อยละ 0.1 หลังจากได้ชี้แจงความจำเป็น เลื่อนขึ้นมาเป็นร้อยละ 0.2 ถ้าจะให้ปลอดภัย น่าจะอยู่ที่ระดับสักร้อยละ 5 จากการเรียกชมทั้งหมดครับ เรื่องนี้ สมาชิกเท่านั้นที่ช่วยพร้อมใจกันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้งาน GotoKnow ได้

ความหมายของ Owned and Operated by Users 

อุดมคตินี้สวยงามครับ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ มีกิจกรรมที่จะช่วยระดมทุนสำหรับ GotoKnow แต่ยังไม่มีข้อเสนอ หรือข้อสรุปใดๆ (ยกเว้นข้อเสนอเกี่ยวกับโครงสร้างจัดตั้งเป็นมูลนิธิจากการประชุมที่ มสธ.ซึ่งก็ยังไม่มีการขอฉันทามติจากสมาชิกทั้งหมด) เกี่ยวกับความยั่งยืน ความรับผิดชอบของสมาชิก ทิศทาง เครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้ หรือแม้แต่การใช้งานที่เหมาะสม/จรรยาบรรณ ภาระทั้งหมดตกอยู่กับทีม UsableLabs ซึ่งทั้งทีมก็ได้ทุ่มเทเพื่อ GotoKnow อย่างหนักตลอดมา

น่าสงสัยเหมือนกันว่า GotoKnow จะ owned and operated by users ได้อย่างไร ในเมื่อมีคนรัก GotoKnow มากมาย แต่ไม่(ค่อย)มีใครอาสาทำอะไรเพื่อ GotoKnow ได้ยินข้อจำกัดเยอะแยะเลยครับ แต่ไม่ค่อยได้ยิน offer -- (ประเด็นที่ 4)

ตัวอย่าง offer เช่น

  • ส่งอีเมลไปยังผู้ดูแลระบบเพื่อแนะนำบันทึกแนะนำ ซึ่งตอนนี้มะปรางทำอยู่คนเดียวนะครับ น้องจะไหวหรือ
  • อาสาเป็น editor/subeditor เพื่อรวบรวมสุดยอดบันทึกในแต่ละหมวดหมู่

ปัญหาโลกแตก: GotoKnow คืออะไร

เมื่อถามสมาชิกว่าทำไมถึงใช้ GotoKnow เป็นประจำ ถามหลายคน ก็คงได้หลายคำตอบ แต่ GotoKnow จะเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคนในเวลาเดียวกันได้อย่างไร

ผมก็ถามไปอย่างนั้นล่ะครับ ในขณะนี้ GotoKnow ก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่แล้ว และเป็นหลายอย่างสำหรับหลายคนด้วย 

ที่จริงคำถามที่อยากถามคือ GotoKnow คืออะไร คำตอบนี้สำคัญเพราะถ้าไม่รู้ว่า GotoKnow คืออะไร ทำไมจึงมีค่าต่อมวลสมาชิก ก็จะพัฒนาต่อได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าทำแล้วจะมีค่าต่อสมาชิกหรือไม่ -- (ประเด็นที่ 5)

ทรัพยากรสำหรับการพัฒนามีน้อยมาก การลองไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย ไม่น่าจะเป็นวิธีที่ดีครับ

"ปัญหา" ยังเป็นปัญหาเดิม และอยู่ที่เดิมตลอดมา โดยยังไม่มีคำตอบ

ผมขออภัยหากท่านใดคิดว่าผมล่วงเกินท่านไปนะครับ ผมเพียงแต่พยายามอธิบายความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างต้นเหตุอันซับซ้อนของปัญหาอันซับซ้อน คงไม่มีคำตอบมหัศจรรย์ ที่คำตอบเดียวแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

ผมเชื่อเหมือนอาจารย์ธวัชชัยครับ แต่อยากฝากสมาชิกไตร่ตรองว่าท่านเชื่อหรือท่านดีใจ (ซึ่งไม่ผิดทั้งสองอย่าง)

เราเดินไปเดินมา บางทีอาจพบทางออกเข้าได้โดยบังเอิญ; แต่ถ้าอยากพบขุมทรัพย์ก็ต้องแสวงหาครับ ขุมทรัพย์จะไม่ลอยมาอยู่ตรงหน้า