ส่วนการจัดเต็มรูปแบบนั้น ถ้าเขามีคนคู่ใจตัวจริงวันไหนผมจะเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งให้จนหอประชุมแตกอีกทีครับ!!

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p align="justify">เมื่อครั้งผมยังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก เข้าไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ไปอาศัยอยู่หอพักเอกชนแถวๆจุฬาซอย11 เป็นยุคที่กำลังเปลี่ยนแปลงพื้นที่บริเวณนั้นขนาดใหญ่ พวกห้างร้านกำลังก่อสร้าง โรงแรมสยามที่มีทรงหลังคาแปลกๆกำลังผุดขึ้น ว่างๆผมก็ไปเก็บลูกกะเบาในวังสระประทุม ไปคุยกันหลวงพี่หลวงน้าที่วัดสระปทุม เดินเล่นแถวนั้นจนปรุโปรง เรียกว่าเป็นเด็กแนวแห่งยุคสมัยนั้นเหมือนกัน </p><p align="justify">หอพักที่อยู่มีนักศึกษาจากทั่วราชอาณาจักร เรียนที่จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เกษตรฯ ฯลฯ ส่วนผมเรียนชั้นประถมตัวเล็กที่สุด ตัวตนเป็นคนเรียกง่ายใช้คล่องจึงเข้านอกออกในได้ทุกห้อง คลุกคลีมีชีวิตอยู่ร่วมกับนักศึกษาในยุคนั้นระยะหนึ่ง ภายหลังสมาชิกชาวหอหลายคนเป็นใหญ่เป็นโตเป็นอาจารย์ ศาสตราจารย์ อธิบดี เป็นรัฐมนตรี แต่ตอนนี้ทยอยเกษียณหง่อมไปหมดแล้วละครับ</p><p align="justify">ในแต่ละปีจะมีนักศึกษาสอบชิงทุนไปศึกษาต่างประเทศได้ปีละ1-2คน ในยุคนั้นถือเป็นเรื่องที่ภาคภูมิใจกันมาก เลี้ยงฉลองกันหลายครั้งหลายคราจนกว่าจะถึงวันเดินทาง ส่วนมากเครื่องบินจะออกจากประเทศไทยช่วงกลางคืน กว่าจะเดินทางไปถึงสนามบินดอนเมืองที่สองข้างทางยังเป็นเรือกสวนไร่นา มีต้นก้ามปูขนาดใหญ่เข้าแถวอยู่เป็นระยะๆ </p><p align="justify">ในฐานะชาวหอด้วยกัน พวกเราจะเดินทางไปส่งเพื่อนทุกครั้ง เป็นบรรยากาศเฮฮาสนุกสนาน สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ไม่ลืมคือประเพณีคล้องพวงมาลัย ถ้าเป็นสมัยนี้คงแปลกๆเหมือนกัน ถ้านึกไม่ออกก็ไปขอดูภาพถ่ายเก่าๆ คุณลุงคุณป้าสมัยนั้นเดินทางไปต่างประเทศ หรือดูดารานักร้องลูกทุ่งสมัยนี้ยังไงยังงั้น ผมตัวเล็กกว่าเพื่อนนอนคอพับคออ่อนหลับไปหลายยก ถึงดอนเมืองคุณน้าจะอุ้มเข้าไปในอาคาร  ถูกอุปโลกน์ให้เป็นตัวแทนชาวหอ ทำหน้าที่คล้องพวงมาลัยเป็นประจำ   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เรื่องนี้ย้อนมาถึงเจ้าลูกชายที่ชื่อขจิตจะเดินทางไปศึกษาต่อที่โอเรกอนเดือนหน้า ตอนแรกคิดจะจัดพิธีบายศรีเรียกขวัญให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็เห็นว่ามันไม่แปลกอะไร จึงคิดไปถึงอดีตว่าผมเคยเป็นตัวแทนมอบพวงมาลัย กิจกรรมคราวนี้จึงจัดย้อนประวัติศาสตร์ ดูในภาพจะเห็นท่านBloggerอาวุโสคล้องพวงมาลัยให้เจ้าลูกชายผมเต็มคอ บางท่านมองว่าเหมือนนักมวย ผมเองก็รู้สึกอย่างนั้น เพียงแต่เจ้าลูกชายไม่ได้ไปเตะต่อยกับใคร แต่จะไปขึ้นสังเวียนการศึกษา เก็บเกี่ยวความรู้มาพัฒนาบ้านเรา นี่คือเบื้องหลังที่ว่าทำไมอาจารย์ขจิตจึงมีมาลัยน้ำใจเต็มคอ ส่วนการจัดเต็มรูปแบบนั้น ถ้าเขามีคนคู่ใจตัวจริงวันไหนผมจะเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งให้จนหอประชุมแตกอีกทีครับ!!</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p>    </p><p align="justify">ที่มหาชีวาลัยอีสานจะมีกิจกรรมประเภทขอร้อง หรือมาขอความร่วมมืออยู่เสมอ เมื่อวานนี้ก็เช่นกัน มีคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมาขอคุยด้วย เรื่องการเป็นเจ้าภาพจัดงานเสวนา เครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย หัวข้อเรื่อง การเชื่อมโยงวิชาการกับชุมชน ในวันที่23-24 สิงหาคม2550  </p><p align="justify">ดร.ศักดิ์พงศ์ หอมหวน กับ อาจารย์ขจิตอยู่ด้วย จึงร่วมหารือถึงแนวทางการประชาสัมพันธ์และการจัดงานครั้งนี้ ด้วยความเป็นBloggerไฟแรง กามนิตหนุ่มชวนอาจารย์หลายท่านสมัครและลงมือเขียนบล็อกในบัดเดี๋ยวนั้น ด้วยลีลาลูกล่อลูกชน ทำให้การลงบล็อกเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่ที่แน่ๆBloggerร้างรักถูกเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาโครงการฯ เห็นจี๋จ๋านัดหมายที่ไปประชุมวางแผนร่วมกัน คนที่มีมิติทางสังคมท่วมท้นใจอย่างกามนิตหนุ่ม ดูจะมีความสุขกับการอาสาช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความจริงจังและจริงใจ ถ้าทรัพยากรประชากรไทยเป็นอย่างกามนิตหนุ่มสัก10% การพัฒนาประเทศคงจะลื่นไหลไปกว่านี้ พวกเราชาวBloggerจึงควรภูมิใจใช่ไหมครับ ที่เรามีลูกหลานคุณภาพจ๊าบอย่างกามนิตหนุ่ม ใครเห็นด้วยขอมือหน่อย อิอิ..</p>